ไลฟ์สไตล์ : คอลัมน์เด็ด
วันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2555

รู้ทันมะเร็ง:วัคซีนกับมะเร็ง

คอลัมน์ รู้ทันมะเร็ง : วัคซีนกับมะเร็ง : โดย ... นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

                     ใครไม่รู้จักวัคซีนยกมือขึ้น เชื่อว่าคงไม่มีใครเชยขนาดไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินคำว่าวัคซีนมาก่อนเลยในชีวิต วัคซีนชื่อที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก ทำเอาผู้ใหญ่หลายคนมีความหลังฝังใจเป็นโรคกลัวเข็มฉีดยามาตั้งแต่บัดนั้น เพราะโดนบังคับให้เข้าแถวพร้อมถลกแขนเสื้อรอการฉีดวัคซีนสมัยเป็นนักเรียน เนื่องจากเด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อสารพัดโรคติดต่อที่มีมากมายในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรคจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย จึงมีการผลิตวัคซีนมาใช้ป้องกันโรคนั้นๆ โดยวัคซีนบางโรคเป็นชนิดกินแต่ส่วนใหญ่มักเป็นชนิดฉีด จะผลิตจากเชื้อเป็นที่ถูกทำให้อ่อนฤทธิ์ลงหรือจะผลิตจากบางส่วนของตัวเชื้อหรือที่เรียกว่าแอนติเจนก็สุดแท้แต่ แต่ต้องขอบอกก่อนว่าปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันโรคติดต่อได้ทุกโรค เนื่องจากหลายโรคโดยเฉพาะจากเชื้อไวรัสมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่แปลกๆ อยู่เรื่อยๆ จึงยังไม่สามารถผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันโรคทุกโรคได้

                     วกกลับมาเข้าเรื่องวัคซีนกับมะเร็ง จากความรู้ทางการแพทย์ที่พบความสัมพันธ์ของโรคติดเชื้อเรื้อรังกับการเกิดมะเร็ง ที่รู้จักมักคุ้นกันมานานก็คือโรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดบีและชนิดซีที่เป็นสาเหตุทำให้เซลล์ตับปกติอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นผังผืดเกิดโรคตับแข็งและกลายเป็นมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับในที่สุด บางรายที่เจ้าเชื้อไวรัสมีความร้ายกาจมากก็ทำให้เซลล์ตับกลายเป็นมะเร็งตับซะก่อนจะเป็นตับแข็งเสียอีก ทางการแพทย์ถึงได้รณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่แรกเกิด เด็กรุ่นหลังที่ได้รับวัคซีนครบทั้ง 3 เข็มก็จะมีภูมิต้านทานหรือแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี เมื่อร่างกายสัมผัสต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ว่าทางเลือดหรือทางเพศสัมพันธ์ก็จะไม่ติดเชื้อ ผู้ใหญ่คนไหนที่ตอนเด็กๆ ไม่เคยฉีดก็ไปโรงพยาบาลเจาะเลือดถ้ายังไม่มีแอนติบอดี้ก็รีบไปฉีดซะ แต่โชคร้ายที่ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดซี ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับเช่นเดียวกัน

                     วัคซีนอีกตัวที่กำลังเป็นที่สนใจของบรรดาสาวเล็กสาวใหญ่ก็คือวัคซีนเอชพีวี ซึ่งเรียกตามชื่อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคหรือวัคซีนป้องโรคมะเร็งปากมดลูก จริงๆ แล้วก็ไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้เพียง 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะวัคซีนที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันป้องกันเชื้อได้เพียง 2 สายพันธุ์ในขณะที่เชื้อไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ด้วยกัน ที่สำคัญที่สุดคือมีความเข้าใจผิดอยู่มากว่าฉีดได้หมดไม่ว่าอายุเท่าไร เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วมาฉีดก็ยังได้ประโยชน์ ซึ่งอันที่จริงช่วงอายุที่เหมาะสมและได้ประโยชน์สูงสุดในการฉีดวัคซีนคือ 8-12 ปีและยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน

                     ก่อนจากขอฝากย้ำกันอีกครั้งว่าที่กล่าวมาทั้งหมด การฉีดวัคซีนใช้เพื่อการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งในอนาคต มิได้เป็นการรักษาโรคมะเร็งแต่อย่างใด ที่สำคัญถึงแม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม ยังไงก็ต้องตรวจคัดกรองตรวจภายในเป็นระยะอยู่ดี อย่าประมาทอย่าชะล่าใจนะครับ...ขอบอก

-------------------------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ รู้ทันมะเร็ง : วัคซีนกับมะเร็ง : โดย ... นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ)

 

 

ข่าวด่วน