การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2555

กระแสเพื่อไทย

กระแสเพื่อไทย : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดย นายประชา ช้ำชอก aryusprateep@gmail.com

             เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ จับตาอยู่ไม่น้อย กับการสื่อสาร แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กล่าสุดของ "โอ๊ค" นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของและผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม "วอยซ์ ทีวี" ในประเด็นเกี่ยวด้วยข้อกล่าวหาว่า กระแสของพรรคเพื่อไทยตกต่ำ จากความพ่ายแพ้ซ้ำซ้อน ที่ จ.ปทุมธานี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
 
              น่าจับตา ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งกับถ้อยความ เนื้อหาสาระอันสะท้อนให้เห็นว่า นายพานทองแท้กำลังนำพาตัวเองเข้าไปใกล้การเมืองทุกขณะ ถึงขนาดแสดงอากัปกิริยาอาการเป็นเดือดเป็นร้อน ออกมาตอบโต้ชี้แจงแสดงเหตุผลแทนพรรคเพื่อไทย
 
              มิหนำซ้ำยังท้าทายขาประจำ รณรงค์เรียกร้องให้ชาวเชียงใหม่ลบล้างคำปรามาส สบประมาทว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยกำลังตกต่ำ ในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นอีกด้วย
 
              ในฐานะของคนที่สวมหัวโขนสื่อมวลชน เป็นทั้งเจ้าของและผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม รวมถึงการยึดถือสารัตถะความเป็นกลางของ "โอ๊ค พานทองแท้" โดยเห็นได้จากคราวเมื่อครั้งเกิดกรณีทุบรถข่าว ที่ "โอ๊ค พานทองแท้" พูดจารำพึงรำพันทำนองว่าขนาดวอยซ์ ทีวี เราเสนอข่าวอย่างเป็นกลางแล้วยังโดนขนาดนี้
 
              การแสดงท่าที จุดยืนทางการเมือง เป็นปากเป็นเสียง เลือกข้างพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะใช่เรื่องอารมณ์ชั่ววูบ หรือของขึ้น แต่น่าจะเป็นการกลั่นกรอง ใช้สติปัญญาไตร่ตรอง โดยมีเป้าหมายและประสงค์ต่อผลชัดเจน
 
              ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จับตากับอนาคตของ "โอ๊ค พานทองแท้" อยู่ไม่น้อย
 
              ส่วนประเด็นกระแสของพรรคเพื่อไทยกำลังตกต่ำ ถดถอยลงหรือไม่อย่างไรนั้น ต้องยอมรับว่า ในระบอบการปกครองประชาธิปไตยที่การตรวจสอบ-ถ่วงดุล ถือเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ผลประโยชน์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้ว
 
              การดำรงสถานะเป็นรัฐบาล ผู้ใช้อำนาจบริหาร กุมกลไกรัฐ คุมงบประมาณนับล้านล้านบาท ย่อมต้องตกเป็นเป้าหมาย เผชิญกับการตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ยิ่งกว่าใครอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปรียบเทียบกับฝ่ายค้านที่มีเพียงแค่ปาก ซึ่งไม่รู้จะไปตรวจสอบ-ถ่วงดุลอะไรให้ป่วยการเปล่าประโยชน์ รัฐบาล ฝ่ายบริหารจึงตกเป็นฝ่ายสุ่มเสี่ยงที่จะต้องประสบพบพานกับกระแสความตกต่ำถดถอยทุกเมื่อ โดยมีผลงานความรู้ความสามารถ จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเงื่อนไขปัจจัยกำหนด
 
              สนิมเกิดแต่เนื้อในตน ใช่ว่าอยู่ๆ ดี มีใครไปกลั่นแกล้ง เสกสรรปั้นเรื่องได้เสียที่ไหน
 
              จะให้นักการเมือง องค์กรอิสระ หรือสื่อมวลชน ตะบี้ตะบันเป็นกระบอกเสียงสรรเสริญเยินยอรัฐบาล แล้วคอยชี้หน้าด่าประณามฝ่ายค้านตะพึดตะพือก็ไม่ไหว ไม่เป็นที่ยอมรับ
 
              ไม่เชื่อลองไปสอบถาม หรือพินิจพิจารณาเอาจากบทบาทของนายจตุพร พรหมพันธุ์-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือบรรดาสื่อเลือกข้างก็ได้ ว่าอย่างใดสนุกสนาน สำราญแก่วิชาชีพกว่ากัน
 
              ยิ่งมีแต่ข่าวคราวเรื่องราวตั้งหน้าตั้งตาช่วยเหลือใครบางคน เดี๋ยวก็แพ้เลือกตั้ง เดี๋ยวก็มีข่าวความแตกต่างทางความคิดระหว่างพรรคเพื่อไทยกับมวลชนคนเสื้อแดง เดี๋ยวนายกฯ ก็จะนำ ครม.เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เดี๋ยวก็มีภาพข่าว "ไอ้มือยาว" เลื้อยไปกดบัตรลงคะแนนแทนกัน โจ๋งครึ่มกลางสภา
 
              ถ้ากระแสรัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังดีอยู่ก็ประหลาดเต็มทน บ้านนี้เมืองนี้มีอะไรวิปริตผิดเพี้ยนแน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง