อินไซด์ครม.'ปู'-พท.บี้'ณัฏฐ์'

อินไซด์ครม. 'ปู' จี้ เร่งเยียวยาเหยื่อไฟใต้ ด้าน พท. เปิดเกม ยื่นหนังสือ 'ยิ่งลักษณ์' บี้ เอาผิด 'ณัฏฐ์' หวังเลือกตั้งซ่อม ส่ง 'ภักดีหาญส์' ลงแทน ขณะที่ 'เสื้อแดง' ค้าน รดน้ำ 'ป๋าเปรม'

          รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ในการประชุมครม. วันที่ 24 เม.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้กล่าวกับ ครม. ถึงผลความสำเร็จในการเยือนจีนและญี่ปุ่น และยังจี้ให้ครม.และฝ่ายที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวทันทีในบางนโยบาย

          เช่นมอบให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ แถลงเรื่องมาตรการเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอี หรือพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม แถลงเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น

          แหล่งข่าว กล่าวว่า ในส่วนมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาฯนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาแล้วหลายกรรมหลายวาระจากเหตุต่าง ๆ โดยจะเยียวยารายละไม่เกิน 7.7 ล้านบาท แต่ผู้ได้รับผลกระทบฯบางคนได้รับการเยียวยาไปแล้ว ขณะที่บางคนยังไม่ได้รับ และบางคนยังได้ไม่ครบตามกรอบวงเงินข้างต้น 

          ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการ ให้มีการสำรวจตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดว่า ขาดตกบกพร่องด้านใดบ้าง หากได้รับการเยียวยาที่ไม่ได้รับมาตรฐานสากล หรือไม่เข้ากับอัตลักษณ์ของท้องถิ่น จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและเยียวยาฯใหม่ และใช้หลักการเยียวยาของป.คอป.มาเสริมด้วย เช่นการให้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ เป็นต้น

          นายกฯ ยังระบุว่า งบประมาณ 2,080ล้านบาท ที่เตรียมไว้นั้น จะครอบคลุมทุกส่วน และเยียวยาตั้งเต่วันที่ 1ม.ค.2547 เป็นต้นมา และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ในวัน10 ต.ค.2555 ซึ่งหากยังไม่เสร็จสิ้น ให้ส่งต่อให้ กพต. ต่อไป

          รายงานแจ้งว่า การฟื้นฟูและเยียวยา ต้องอิงกับหลักของ คอป. และขอให้ไปตรวจสอบความทับซ้อนของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ผู้ได้รับผลกระทบบางคนได้รับการเยียวยาไปแล้ว แต่ยังตกลงไม่ได้ว่า จะแบ่งให้ลูกและภรรยาคนใดบ้าง และต้องแบ่งกันคนละเท่าใด อีกทั้งครม. จะมีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ในเร็ว ๆ นี้ด้วย

          แหล่งข่าวกล่าวว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวต่อที่ประชุมครม.ว่า ทหารที่ทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ทำหน้าที่เต็มที่ และดำเนินการตามหลักการของครม. ในการฟื้นฟูเยียวยา 

          ส่วนพล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ กล่าวว่า ลงพื้นที่มาแล้ว ทราบว่า เริ่มมีขบวนการข่มขู่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับเงินเยียวยา โดยอ้างกับประชาชนว่า การที่ได้รับเงิน เป็นเพราะพวกเขาและขอให้แบ่งเงินที่ได้รับร้อยละยี่สิบให้ไปด้วย 

          สำหรับขบวนการนี้ บางคนเป็นนักการเมืองในท้องถิ่น และผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้มันไม่เป็นจริง และเขาได้สั่งเน้นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่า ต้องทำหน้าที่ตามกติกา หากประชาชนพบว่า เจ้าหน้าที่คนใด ปฏิบัติเกินกว่ากติกากำหนดให้แจ้งเข้ามา  

          ต่อมา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวเสริมว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศอ.บต.แจ้งมาว่า ตอนนี้ ประชาชนรอฟังมติครม.เรื่องนี้อยู่ ในเมื่อครม.อนุมัติแล้ว จะทำให้ประชาชนได้รับการเยียวยาทางด้านจิตใจเป็นอย่างน้อย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 3 พ.ค.นี้ นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จะจัดพิธีสวดมนตร์ห้าศาสนา ที่ จ.ปัตตานี เพื่อเยียวยาทางจิตใจให้ประชาชนในพื้นที่มาร่วมงาน และจะจัดในพื้นที่อื่น ๆ ในพื้นที่ตามลำดับต่อไปเพิ่มเติมด้วย

 

ครม.พิจารณายุทธศาสตร์ผู้หลบหนีเข้าเมือง คัดกรองเข้ม หวั่นกระทบเรื่องค่าแรง 300 บาท

 

          รายงานจากที่ประชุมครม. ยังแจ้งว่า การพิจารณายุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบนั้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯและพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี  เลขาธิการ สมช. ได้ร่วมกันนำเสนอยุทธศาสตร์นี้กับครม. 

          ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าว สอดรับกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาท ตามนโยบายรัฐบาล เพราะการประชุมผู้บริหารกระทรวงระดับปลัดกระทรวงครั้งล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องการมองปัญหาแรงงานทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เรื่องค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาท 

          ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายนี้ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กระทบ แต่ธุรกิจเอสเอ็มอีที่แบ่งเป็นสามประเภท มีผลกระทบแตกต่างกันคือ กลุ่มที่มีศักยภาพ ไม่มีผลกระทบ แต่รัฐบาลต้องไปดูว่า กลุ่มนี้ที่มีศักยภาพจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ ต้องมีการส่งเสริม 

          กลุ่มที่กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุสาหกรรมและสภาพัฒน์ ต้องเป็นพี่เลี้ยงในด้านการบริหาร การเพิ่มบุคลากรและการเพิ่มเงิน  และกลุ่มที่ย่ำแย่ ต้องไปดูว่า ได้รับผลกระทบใดบ้าง เพราะสามร้อยบาท เป็นนโยบายที่กีดกันแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านได้  เพราะองค์กรแรงงานสากลได้ระบุมายังรัฐบาลว่า ค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาทนั้น แรงงานต่างชาติต้องได้รับเท่ากับแรงงานไทย  จึงเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์นี้ ที่ต้องคัดกรองผู้หลบหนีเข้าเมือง และพิสูจน์สัญชาติ

 

ภาคกทม. พท. ฟ้อง "ปู" บี้เอาผิด "ณัฏฐ์"

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการประชุม ครม. เสร็จสิ้น  นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม.พรรคเพื่อไทย เเละส.ส.กทม.จำนวนหนึ่ง ได้ยื่นหนังสือกับนส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดนายณัฏฐ์  บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูภาพหวิวจากโทรศัพท์มือถือในรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่เเล้ว  

          ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ภาค กทม. ของพรรคเพื่อไทยต้องการให้นายณัฏฐ์มีความผิด เเละหลุดจจากตำเเหน่งส.ส. เพื่อที่จะได้ส่งนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯเเละอดีตผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม

          รายงานแจ้งว่า นายณัฏฐ์ กับ นายภักดีหาญส์ เเข่งขันกันในสนามเลือกตั้งกันมาเเล้วเ เละนายภักดีหาญส์ เเพ้นายณัฏฐ์ ไม่กี่พันคะเเนน ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหากมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.จริง ภาคกทม.เชื่อว่า นายภักดีหาญส์ จะชนะเลือกตั้งเเน่นอน

 

“ยงยุทธ” ยันไม่เบี้ยวจ่ายค่าซ่อมบ้านน้ำท่วม

          นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) กล่าวถึงกรณีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าซ่อมบ้านจำนวนหลังละ 2-3 หมื่นบาทให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่ผ่านมาว่า อยู่ระหว่างการสำรวจโครงสร้างบ้านประชาชนที่เสียหาย

          ทั้งนี้ ระเบียบการจัดการจ่ายเงินนั้น มีอยู่แล้ว แต่แนวทางการสำรวจยังคงล่าช้าอยู่ อย่างไรก็ตาม ได้หารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สำรวจรวดเร็วขึ้นแล้ว

          นายยงยุทธ ยืนยันว่า เงินจำนวนนี้ ยังคงจ่ายตามเงื่อนไขปกติ และจะพยายามจ่ายให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากอีกครั้ง 

          ทั้งนี้ เงินช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชน ที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วม ต่างจากเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ที่ขณะนี้ จ่ายครบแทบทั้งหมดแล้ว เพราะ 5,000 บาท ขีดเส้นได้เลยจะจ่ายตำบลใด หรืออำเภอเท่าไร และมีประชากรเท่าไร แต่ในส่วนเงิน 2-3 หมื่น ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะในหลักเกณฑ์ระบุไว้ค่อนข้างชัด ดังนั้น ต้องทำตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

          อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สัญญากับประชาชนไว้แล้วจะต้องจ่าย คงไม่สามารถเปลี่ยนได้

 

“วรชัย” รับ "เสื้อแดง" ไม่ต้องการ ครม.รดน้ำดำหัว “ป๋าเปรม”

          นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนำคณะรัฐมนตรี เข้ารดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า การรดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับการปรองดอง

          "รัฐบาลจะรดน้ำดำหัวก็เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ต้องการอย่างนั้น เขาต่อสู้กันมาแล้ว 5 ปี ต้องการเห็นคนที่ฆ่าประชาชนถูกดำเนินคดีก่อน"

          ทั้งนี้ สำหรับเขาในฐานะคนเสื้อแดงนั้น ความปรองดองคือการยืนอยู่บนหลักความยุติธรรม พี่น้องที่ติดคุกอยู่ต้องได้รับการประกันตัว รัฐบาลกับกลุ่มนปช.ต้องแยกกัน

          "เราไม่มีการเกี๊ยเซียะ เราต้องการความยุติธรรม ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเกิดความปรองดองทั้งประเทศไม่ใช่การปรองดองที่ถูกกระทำอยู่เรื่อยไป ต้องเข้าใจมวลชนและความรู้สึกของคนเสื้อแดงด้วย"

          นายวรชัย กล่าวว่า วันนี้มีการเสนอแนวทางปรองดองผ่านสภาไปถึงมือรัฐบาลแล้ว ฉะนั้นควรเร่งออกพรบ.หรือพรก. จะชักช้าไม่ได้ เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากสภา เราจะเดินหน้าเรื่องปรองดองทันที

          "ข้อครหาที่ว่าต้องการช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร) ควรเลิกพูดกันเสียที วันนี้ มติเสียงข้างมากเลือกเรามา เราก็ต้องทำตามที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ เสียงส่วนน้อยก็เป็นแค่พวกกลุ่มเดิมๆ "นายวรชัย กล่าว