การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 24 เมษายน 2555

ชงครม.ขอ2,080ล.เยียวยาเหยื่อไฟใต้

ชงครม.ขอ 2,080 ล. เยียวยา 'เหยื่อไฟใต้' นับตั้งแต่ 1 ม.ค.47 รวมเหตุการณ์ 'กรือเซะ-ตากใบ' จ่ายสูงสุดไม่เกิน 7 ล้าน

          แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 24 เม.ย.55 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ สืบเนื่องจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำวาระพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมครม. คือ

          1.ขอความเห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการ ให้ความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

          2.ขออนุมัติงบประมาณรายงานประจำปี 2555 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2547 ถึงปัจจุบัน จำนวน 2,080 ล้านบาท

          3.มอบหมายการดำเนินการให้หน่วยงานรับผิดชอบเป็นไปตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 197/2554 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2554 ข้อ2 (4) ได้แก่ มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) จังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการเยียวยาฯเสนอครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ

          และ 4.เมื่อวาระการดำเนินการของคณะกรรมการเยียวยาฯสิ้นสุดลง(10 ต.ค.2555) ให้อำนาจหน้าที่และการดำเนินการ ของคณะกรรมการเยียวยาฯ เป็นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.)

          แหล่งข่าว ระบุว่า ในการประชุมกพต.ครั้งที่ 2 /2555 เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2555  ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการเยีวยาเสนอ โดยในการระบุบุคคลที่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย และได้รับผลกระทบ ที่จะได้รับความช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ

          1.กลุ่มประชาชนทั่วไป ประมาณการว่า จะต้องใช้งบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูจำนวน 500 ล้านบาท โดยข้อมูลจนถึงวันที่ 7 เม.ย. 2555 มีข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้เสียชีวิตจำนวน 4,276 ราย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6,058 ราย รวมทั้งสิ้น 10,334 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาไปแล้ว เฉพาะที่เสียชีวิต 2,068 ราย ได้รับบาดเจ็บ 4,492 ราย นอกนั้นอีก 3,774 ราย ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตและบาดเจ็บ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนว่าสาเหตุใดจึงยังไม่ได้รับการเยียวยา หากพบว่าได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้วหรือยังไม่ได้รับการช่วยเหลือฯจริงและมีความทุกข์ยากเดือดร้อน จะได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป

          2.กลุ่มเจ้าหน้าที่ กรอบวงเงินฯประมาณการว่า จะต้องใช้ 200 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลถึงวันที่ 7 เม.ย. 2555 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 1,056 ราย บาดเจ็บ 3,392 ราย รับการเยียวยาไปแล้วเฉพาะที่เสียชีวิตจำนวน 848 ราย รับบาดเจ็บ 3,224 ราย แต่อีก 376 ราย ยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิตและบาดเจ็บ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้หลักฐานชัดเจนว่าสาเหตุใดจึงยังไม่ได้รับการเยียวยา หากพบว่าได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้วหรือยังไม่ได้รับการช่วยเหลือฯจริงและมีความทุกข์ยากเดือดร้อน จะได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป

          3.กลุ่มผู้ที่ถูกกระทำ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เนื่องจากเหตุความไม่สงบหรือเหตุการณ์เฉพาะกรณี กรอบวงเงินฯประมาณการว่าจะต้องใช้ 1,000 ล้านบาท ได้แก่ 1.กรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2547 ซึ่งเกิดขึ้นที่มัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี อ.แม่ลาน จังหวัดปัตตานี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.เมือง จ.ยะลา และอ.กรงปินัง จ.ยะลา มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 111 ราย บาดเจ็บ 28 ราย 2.กรณีเหตุการณ์ตากใบ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2547 มีผู้เสียชีวิต 85 ราย บาดเจ็บ 46 ราย ถูกดำเนินคดีและได้มีการถอนฟ้องคดี 58 ราย และถูกควบคุมตัวโดยไม่ถูกดำเนินคดี 1,176 ราย

          “ในกลุ่มนี้ เบื้องต้นให้ความช่วยเหลือเยียวยาเป็นเงิน 5 แสนบาท และหากคณะกรรมการเยียวยาฯเห็นสมควรว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐหรือเหตุการณ์เฉพาะกรณีเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจะมีมติอนุมัติให้การช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมได้อีก แต่ไม่เกินจำนวนเงิน 7 ล้านบาท”

          4.กรณีถูกควบคุมตัว หรือถูกคุมขัง หรือถูกดำเนินคดีเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจำเลยและถูกควบคุมตัวหรือคุมขังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กรอบวงเงินฯประมาณการว่าจะต้องใช้ 300 ล้านบาท

          แหล่งข่าวระบุด้วยว่า อีก 80 ล้านบาทที่เหลือ เป็นงบในการดำเนินการของคณะกรรมการเยียวยา คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ศอ.บต. และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิสูจน์ทราบและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของผู้เสียหายเป็นรายบุคคล รายครัวเรือน จัดเวทีสาธารณะ จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น จัดเวทีวิชาการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง