การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2555

'ร.ล.อ่างทอง'เขี้ยวเล็บใหม่ทร.

'ร.ล.อ่างทอง'เขี้ยวเล็บใหม่ทร.บัญชาการรบ-รองรับภัยพิบัติ : ตะลุยกองทัพ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์

               กองทัพเรือ (ทร.) เสริมเขี้ยวเล็บทางยุทธนาวี และเสริมสร้างความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต ด้วยการทำพิธีรับมอบ "เรือหลวงอ่างทอง" ที่ท่าเทียบเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา
   
               เรือหลวงอ่างทอง เป็น "เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่" โดยสั่งต่อจาก อู่เรือบริษัท Singapore Technologies จำกัด ประเทศสิงคโปร์ เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก การขนส่งลำเลียงทางทะเล เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล
   
               โครงการจัดหาเรือหลวงอ่างทองเข้าประจำการ เป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพในระยะ 9 ปี โดยได้มีการลงนามในสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2551 โดย พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในขณะนั้น เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง โดยกระทรวงกลาโหมได้อนุมัติให้กองทัพเรือจ้างสร้างเรือยกพลขึ้นบก เป็นเงิน 4,944 ล้านบาท
   
               เรือหลวงอ่างทองมีขนาดใหญ่เป็น "ลำดับที่ 3" รองจาก เรือหลวงจักรีนฤเบศร และ เรือหลวงสิมิลัน มีขีดความสามารถในการเคลื่อนกำลังจากทะเลสู่ฝั่ง (โจมตีโฉบฉวยสะเทินน้ำสะเทินบก) มีขนาดกว้าง 21 เมตร ยาว 141 เมตร กินน้ำลึก 4.6 เมตร ระวางขับน้ำสูงสุด 7,600 ตัน ความเร็วสูงสุดไม่ต่ำกว่า 17 นอต ระยะปฏิบัติการที่ความเร็ว 12 นอต ไม่น้อยกว่า 5,000 ไมล์ สามารถปฏิบัติการในทะเลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 45 วัน ปฏิบัติการในทะเลได้ถึง Sea State 6 รองรับกำลังทหารได้ 500 นาย บรรจุอัตรากำลังพลประจำเรือทั้งสิ้น 151 อัตรา
   
               นอกจากนี้ ยังมี "ดาดฟ้าเฮลิคอปเตอร์" (Flight Deck) สามารถรับส่งเฮลิคอปเตอร์แบบซีฮอว์กได้ 2 เครื่อง หรือเฮลิคอปเตอร์ แบบซีเอช-47 ได้ 1 เครื่อง มีโรงเก็บอากาศยานรองรับเฮลิคอปเตอร์แบบซีฮอว์กได้ 2 เครื่อง และสามารถรองรับรถถังแบบเอ็ม 60 ได้ 15 คัน หรือยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก แบบเอเอวีเอส ได้ 19 คัน และมีส่วนของอู่ลอย (Well Dock) ด้วย
   
               ขณะที่ส่วนท้ายของลำเรือสามารถรับ-ปล่อยเรือระบายพลขนาดกลางประจำเรือได้ 2 ลำ รวมทั้งมีประตูข้างเรือ และ Ramp ข้างเรือ สำหรับขนถ่ายยานพาหนะ สำหรับระบบการรบ ประกอบด้วย ระบบอำนวยการรบ TERMA C-Flex จากเดนมาร์ก ระบบควบคุมการยิง TERMA C-Fire ประเทศอังกฤษ
   
               ระบบอาวุธปืนหลัก 1 แท่น แบบ OTO Melara 76/62 Super Rapid จากประเทศอิตาลี ปืนกลขนาด 30 มิลลิเมตร แบบ Sea Hawk MSI-DS30 MR จากประเทศอังกฤษ และปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร จำนวน 6 กระบอก นอกจากนี้ ยังมีเรือระบายพลประจำเรืออีก 2 ลำ คือ เรือระบายพลขนาดเล็ก (LCVP) และเรือระบายพลขนาดกลาง (LCM)
   
               พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กล่าวว่า ภารกิจหลักของเรือหลวงอ่างทองคือการยกพลขึ้นบก สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนทุกภาวะโดยเฉพาะภาวะวิกฤติซึ่งภายในเรือมีห้องควบคุม มีศูนย์ควบคุมการบังคับบัญชา สามารถทำงานประสานภารกิจได้กับเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้
   
               นอกจากนี้ ยังมีห้องรองรับการรักษาพยาบาล มี "ห้องผ่าตัด" เพื่อช่วยเหลือประชาชน หากมีภัยพิบัติขนาดใหญ่สามารถออกปฏิบัติภารกิจร่วมกับเรือหลวงจักรีนฤเบศรได้ โดยเรือสามารถรองรับนาวิกโยธินได้ 360 นาย และยังมีพื้นที่ให้ฝ่ายอำนวยการอีก 30 นาย ซึ่งหากเป็นไปได้จะจัดไปช่วยภารกิจ "ปราบโจรสลัด" ที่โซมาเลียควบคู่กับเรือหลวงสิมิลัน
   
               พล.ร.อ.ฆนัทกล่าวว่า เรือหลวงอ่างทองถือว่ามีคุณค่าในทางยุทธการมาก โดยแผนในอนาคตต้องมีการจัดหาเรือเพิ่มเติม เพราะทร.ปลดประจำการเรือยกพลขึ้นบกไปหมดแล้ว 5 ลำ แต่เพิ่งหาได้เพิ่มลำเดียว นอกจากนี้ ในเชิงยุทธศาสตร์ กองทัพเรือก็จะต้องจัดหา "เรือปราบเรือดำน้ำ" เพิ่มเติมด้วย เพราะเรายังไม่มีเรือดำน้ำ และเครื่องมือในการปราบเรือดำน้ำ
   
               น.ท.ธีรสาร คงมั่น ผู้บังคับการเรือหลวงอ่างทอง กล่าวถึงคุณสมบัติเด่นของเรือลำนี้ว่า เรือหลวงอ่างทองมีความทันสมัยมาก เพราะสามารถเปิดท้ายเรือเพื่อปล่อยรถถัง หรือเรือออกไปปฏิบัติภารกิจได้สะดวก โดยในภารกิจการดูแลผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจะเน้นการตราวจการณ์สนับสนุนร่วมปฏิบัติการกับเรือฟริเกต และเรือประเภทอื่นๆ ของกองทัพเรือ
   
               สำหรับการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของเรือหลวงอ่างทองได้เริ่มมาตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้วที่ประเทศสิงคโปร์ จึงมั่นใจได้ว่าเรือหลวงอ่างทอง และกำลังพลประจำเรือมีความพร้อมเต็มที่ โดยจะมีการทดสอบแสดงศักยภาพในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งจะมีการรับเฮลิคอปเตอร์สะเทินน้ำสะเทินบก และการรับยานเอวีเข้ามาในเรือ ซึ่งทั้งหมดจะพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
   
               ผู้บังคับการเรือหลวงอ่างทองย้ำว่า "นอกจากเรือหลวงอ่างทองจะมีความพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว ในการปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง เรือหลวงอ่างทองยังประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเรือหลวงจักรีนฤเบศรถึงกว่า 50% ต่อครั้งอีกด้วย"

............

(หมายเหตุ : ร.ล.อ่างทอง เขี้ยวเล็บใหม่ทร.บัญชาการรบ-รองรับภัยพิบัติ : ตะลุยกองทัพ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง