บันเทิง : คอลัมน์เด็ด
วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2555

โอ้...บัวขาว

โอ้...บัวขาว : มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์

          ตกเป็นข่าวรายวันไปแล้ว สำหรับ บัวขาว ป.ประมุข ยอดแชมป์ไทยไฟต์ชื่อก้องโลก กับเจ้าของค่าย
 
          ตอนนี้มีตัวละครเกิดขึ้นหลายคน เมื่อต่อจิกซอว์แล้วทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกับตัวบัวขาวทั้งสิ้น!
 
          แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่ถูกเอ่ยถึงจะมีส่วนรู้เห็นหรือชักนำให้บัวขาว "แหกค่าย"  จนมาถึงขั้น "ฉีกสัญญา" แต่อย่างใด  
 
          ดิฉันไม่ได้รู้จักลึกซึ้งทั้งบัวขาว และ 'กำนันแก๊' ประมุข โรจนตัณฑ์ ผู้ก่อตั้งค่ายมวย รวมทั้ง 'ผู้ใหญ่อุ' ธีรพัฒน์ โรจนตัณฑ์ ผู้จัดการส่วนตัวบัวขาว และผู้จัดการค่ายมวย
 
          เพียงแต่เคยไปสัมภาษณ์บัวขาว ที่ค่าย ป.ประมุข ริมน้ำบางปะกง ก่อนที่เขาจะขึ้นชกไทยไฟต์ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าไม่นาน 
 
          ตอนนั้นคุณอุ นั่งอยู่ด้วย และที่มากกว่านั้นก็มี "คุณเต้" สันต์ ภิรมย์ภักดี และทีมงานที่พากันไปเยี่ยมบัวขาวก็นั่งอยู่ข้างๆ
 
          ซึ่งหนึ่งในทีมงาน ก็คือผู้หญิงอีกคนที่ถูกพาดพิง...ผู้หญิงคนนี้มีลูกแล้ววัย 3 ขวบ เธอรู้จักบัวขาวก่อนจะตั้งท้องด้วยซ้ำ ที่รู้จักเพราะด้วยหน้าที่ที่ต้องดูแลคนที่เจ้านายดูแล และห่วงเหมือนน้องชายคนหนึ่ง 
 
          เรื่องนี้ละเอียด่อน เอาเป็นว่าคอยดูกันต่อไป
 
          วันนั้น นอกจากเรื่องการชกมวยแล้ว บัวขาวยังพูดถึงผู้มีพระคุณ และ "ส่ง" ให้เขาย่ำบนสังเวียนนี้
 
          แม้จะเป็นคำพูดแบบบ้านๆ แต่ก็เห็นถึงความรัก และเคารพในตัว "ผู้ใหญ่" ที่เขาเรียกว่า "นาย" อย่างเต็มปาก (ดูย้อนหลังได้ที่รายการ "มาดาม แมงโก้" ทาง "แมงโก้ ทีวี")
 
          "นาย" ที่ว่าคือ "เต้" ทายาทเครื่องดื่มชื่อดัง ที่หลายคนยัดข้อหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแหกค่ายครั้งนี้
 
          ย้อนกลับไป ฟังว่าการเข้ามาของทายาทเครื่องดื่มยักษ์ ก็เพราะต้องการอุปถัมน์นักมวยคนหนึ่ง และอยากให้ภาพลักษณ์ของค่ายมวยต้นสังกัดดูดีด้วย
 
          ไม่งั้นคงไม่เตรียมการให้คนงานมาปรับปรุงภูมิทัศน์และสุขลักษณะของค่ายมวย สถานที่ที่น่าจะเป็นที่เชิดหน้าชูตาของนักมวยระดับโลกคนนี้หรอก
 
          เรื่องภายใน กับคนนอก คนที่รู้ดีที่สุดน่าจะเป็นคนกลาง คือ "บัวขาว"
 
          แต่ฟังคำพูดที่เขาออกมาบอกกับสื่อว่า 3 ปีที่ผ่านมา เขาเจอกับความกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะคำพูดของคุณอุ ทำให้เขาคิดว่าอาจอยู่ในค่ายนี้ไม่ได้อีกต่อไป
 
          ขณะที่ฝั่งค่ายมวย พูดถึงบัวขาวว่า "เนรคุณ" แล้ว
 
          เมื่อมาดูทรัพย์สินของบัวขาวตอนนี้มีเงินในบัญชีไม่ถึง 5 แสน กับรถบีเอ็มมือ 2 ที่ยังต้องผ่อน สมบัติที่ซื้อให้พ่อมีเพียงรถไถนา และเครื่องซักผ้าที่เพิ่งซื้อได้ไม่นาน ส่วนบ้านชั้นเดียวยังคงสภาพเดิม และยังไม่ติดแอร์ 
 
          ตอนนี้รอดูผลกันว่าผู้ใหญ่ที่จะมาเคลียร์ หรือที่ว่า 'กำนันแก๊' จะลงมาดูค่ายมวยแทนลูกชาย จะช่วยแก้ปัญหาหรือไม่
 
          หรือท้ายที่สุดหากยอมรับกัน และแก้ที่ต้นเหตุให้ถูกจุด เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
 
          เพราะคงไม่มีใครอยากให้ความ "ขัดแย้ง" กลายเป็นเอกลักษณ์ของชาติ แทนที่คำว่า  "มวยไทย" แน่!!   
.............................
(หมายเหตุ โอ้...บัวขาว : มองผ่านเลนส์คม โดย... นันทพร ไวศยะสุวรรณ์)