20 นาที...รวบ'แท็กซี่หื่น'

20 นาที...รวบ'แท็กซี่หื่น' : ตะลุยข่าว

           ภัยสังคมที่เกิดจากคนขับแท็กซี่ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด "เหยื่อสาว" วัย 32 ปี ต้องตกเป็นเหยื่อของคนขับแท็กซี่หื่น แม้ว่าเธอจะจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้ายได้เพียงคร่าวๆ ส่วนหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่นั้นจำไม่ได้เลย รู้แต่เพียงว่าเป็นแท็กซี่สีชมพู แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบของตำรวจสืบสวน สน.คันนายาว หลังจากเหยื่อสาวแจ้งความเพียง 20 นาที สามารถรวบตัวได้ทันควันพร้อมทรัพย์สินของเหยื่อที่ยังอยู่ในรถแท็กซี่ กลายเป็นหลักฐานเด็ดที่มัดตัวคนขับแท็กซี่หื่นจนดิ้นไม่หลุด!!
 
          ราว 4 ทุ่มของวันที่ 15 เมษายน "น.ส.เอ" (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี พนักงานนวดแผนโบราณประจำสปาแห่งหนึ่ง ย่านปทุมธานี ออกจากที่ทำงานมาเรียกรถแท็กซี่ริมถนน เพื่อไปหาญาติย่านงามวงศ์วาน แต่ระหว่างทางคนขับแท็กซี่ใช้เส้นทางถนนเลียบถนนกาญจนาภิเษก เมื่อมาถึงบริเวณริมถนนเลียบกาญจนาภิเษก ใกล้ปากซอยกาญจนาภิเษก 6/1 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยวและมืด คนขับแท็กซี่ทำทีพูดโทรศัพท์มือถือ พร้อมเอ่ยปากขอถอยรถแท็กซี่เข้าไปในที่มืด
 
          "ตอนนั้นเริ่มมีความรู้สึกไม่ดีแล้ว แต่ยังไม่กล้าพูดเพราะกลัว แต่แล้วจู่ๆ คนขับรถแท็กซี่ใช้อาวุธมีดขนาดใหญ่ออกมาบังคับให้ถอดเสื้อผ้า โดยใช้สันอาวุธมีดตีที่ลำคอและต้นขา อีกทั้งพยายามมัดด้วยเชือก ด้วยความกลัวจึงยอมถอดเสื้อผ้าแต่ถอดช้าๆ เพื่อถ่วงเวลา แต่ไม่ทันไรคนขับแท็กซี่ก็ใช้อาวุธมีดตัดเสื้อผ้าและยกทรง แล้วบังคับให้ถอดกางเกง จากนั้นคนขับแท็กซี่ก็ปรับเอนเบาะด้านหน้าลงข้ามมาด้านหลังพยายามล่วงละเมิดทางเพศจนกระทั่งเสร็จกิจ แล้วไล่ลงจากรถแท็กซี่ ทั้งที่ยังไม่ได้สวมเสื้อผ้า" เหยื่อสาววัย 32 ปีให้ปากคำตำรวจ
 
          หลังจากลงจากรถแท็กซี่แล้วด้วยความกลัว เหยื่อสาวจึงรีบหาทางออกจากบริเวณดังกล่าวปีนข้ามกำแพงเพื่อเข้าไปในถนนมอเตอร์เวย์ขอความช่วยเหลือจากผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งตำรวจทางหลวงมาพบและให้ความช่วยเหลือหาเสื้อผ้าให้สวมใส่ ก่อนสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วรีบประสานไปยัง พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.คันนายาว และ พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนเดินทางมารับตัวผู้เสียหาย
 
          ทันทีที่ น.ส.เอ รู้สึกว่าตนเองมีความปลอดภัยมากขึ้นประกอบกับไม่อยากให้เหตุการณ์เลวร้ายที่เพิ่มเกิดขึ้นกับตัวเอง ต้องไปเกิดขึ้นกับผู้โดยสารคนอื่นที่เป็นสุภาพสตรี จึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชุดสืบสวนฟัง รวมถึงตำหนิรูปพรรณของคนร้ายว่า เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างผอม หัวล้าน ใส่หมวกแก๊ป และบอกถึงทรัพย์สินที่คนขับแท็กซี่ได้ไปมีเงินสด 2,700 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง 
 
          การให้ปากคำในช่วงท้ายของ น.ส.เอ ทำให้ พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย เรียกประชุมชุดสืบสวนทันที เพราะตำหนิรูปพรรณของคนขับแท็กซี่ รวมถึงตำหนิรูปพรรณของยานพาหนะ ตรงกับข้อมูลการสืบสวนบุคคลเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังน่าจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดคือนายพิพัฒน์ หรือ กุ๊ก หอมจันทร์ อายุ 40 ปี มีที่พักอยู่ที่การเคหะเอื้ออาทร ถนนปัญญา-รามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
 
          ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปที่การเคหะดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่ารถแท็กซี่ของนายพิพัฒน์จอดอยู่หรือไม่ แต่เมื่อตรวจสอบโดยรอบก็ไม่พบ จึงใช้เวลาซุ่มรอจนกระทั่งพบเห็นนายพิพัฒน์ ขับรถแท็กซี่เข้ามาจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานขอเชิญตัวไปสอบสวน ซึ่งการตรวจค้นภายในรถแท็กซี่พบทรัพย์สินของ น.ส.เอ คือโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมถึงเชือก 1 เส้น อาวุธมีดบังตอ 1 เล่ม ตรงกับแผนประทุษกรรมที่เหยื่อให้ปากคำ
 
          "ก่อนมารับผู้โดยสารผมดื่มสุราและเกิดอารมณ์ทางเพศ พอเห็นผู้โดยสารสาวเรียกให้ไปส่ง จึงพาผู้โดยสารขับรถวนไปตามถนนเลียบถนนกาญจนาภิเษก เนื่องจากเป็นที่มืดและเปลี่ยว เมื่อสบโอกาสจึงบังคับให้เหยื่อถอดเสื้อผ้าแล้วข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ก่อนจะปล่อยตัวไป" นายพิพัฒน์กล่าวอ้าง และอ้างว่าเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้งแรก ส่วนมีดปังตอนั้นเตรียมไว้ใช้เป็นอุปกรณ์ซ่อมรถเวลายางแตก
 
          ด้าน  พ.ต.อ.ไพศาล กล่าวว่า ยังไม่เชื่อคำรับสารภาพของนายพิพัฒน์ เพราะหลักฐานที่เจอในรถแท็กซี่ไม่ว่าจะเป็นเชือกและอาวุธมีดบังตอ คำอ้างไม่สมเหตุผลว่าทำครั้งแรก ในเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาใช้อาวุธชิงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเรา อีกทั้งขอประชาสัมพันธ์ว่าหากผู้โดยสารคนใดเคยตกเป็นเหยื่อในลักษณะนี้ สามารถมาดูตัวเพื่อจะได้อายัดตัวในคดีที่อาจเคยก่อไว้เพิ่มเติม
.............................
(หมายเหตุ 20 นาที...รวบ'แท็กซี่หื่น' : ตะลุยข่าว)