การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2555

'ก้าวข้ามทักษิณ:เหลวไหล'

'ก้าวข้ามทักษิณ : เหลวไหล' : คอลัมน์ว่ายทวนอารมณ์ : ใบตองแห้ง

          ในขณะที่คนเสื้อแดงนับหมื่นเดินทางไปพบทักษิณที่ลาวและกัมพูชา อ.โคทม อารียา กลับบอกว่าสังคมไทยควรก้าวข้ามทักษิณไปได้แล้ว หรือหากจะให้ความสำคัญก็ควรอยู่ในระดับพอดี

          นี่เป็นคำพูดเหลวไหล เพราะไม่สอดคล้องกับความจริง ต่อให้ผมเห็นด้วยว่าทักษิณยังไม่ควรกลับประเทศในช่วงนี้ แต่การที่บอกให้ทักษิณลดบทบาทแล้วจะลดความขัดแย้งนั้นไม่จริง

          อ.โคทมพยายามแยกทักษิณออกเป็นตัวบุคคล ทั้งที่เราไม่สามารถแยกทักษิณออกจากความขัดแย้งเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ทักษิณต่างหากที่ก้าวข้ามความเป็นตัวบุคคลไปเป็น “สัญลักษณ์” ของสองขั้วความขัดแย้ง ไม่ว่าขั้วที่มองเป็นเทวดาหรือปีศาจ กระทั่งตัวทักษิณก็ไม่สามารถกำหนดบทบาทตัวเองตามอำเภอใจ

          ในฝ่ายขับไล่ ทักษิณคือสัญลักษณ์ของนักการเมืองจากการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจไม่ชอบธรรม โอหัง ฉ้อฉล อาศัยคะแนนนิยมจากประชาชนผู้โง่เขลา ถูกซื้อ แถมยังเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ที่จะบ่อนทำลายสังคมไทย อันแสนสุขสงบและพอเพียง

          ในฝ่ายสนับสนุน ทักษิณคือสัญลักษณ์ของนักการเมืองที่สนองผลประโยชน์ให้ประชาชนผู้เลือกตั้ง ใครจะว่านโยบายประชานิยมนำพาประเทศไปสู่หายนะ แต่หลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือลากตั้ง ไม่เคยมีใครกระจายอำนาจและทรัพยากรลงสู่ชนบทมากเท่าทักษิณ

          รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงไม่ใช่เพียงการยึดอำนาจจากทักษิณ แต่เป็นการยึดอำนาจและความหวังไปจากคนชนบทที่เลือกไทยรักไทย พวกเขาจึงกลายเป็นคนเสื้อแดงผู้เรียกร้อง “ประชาธิปไตย” ซึ่งหมายความว่าพวกเขาเลือกรัฐบาล แล้วรัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อพวกเขา กองทัพ ตุลาการ องค์กรอิสระ “อำมาตย์” อย่ามาขัดขวางแทรกแซงกระบวนการนี้

          รัฐประหารตุลาการภิวัฒน์ได้เปลี่ยนทักษิณจากผู้นำที่ใช้อำนาจไม่ชอบธรรม ไปเป็นผู้นำการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ทั้งที่ทักษิณไม่ใช่ ออง ซาน ซูจี ทักษิณไม่ใช่ เนลสัน แมนเดลา ทักษิณเป็นสีเทา แต่การเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยไม่สามารถปฏิเสธทักษิณ ทักษิณจึงเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของพลังประชาธิปไตย

          ถามว่าเราก้าวพ้นทักษิณได้หรือไม่ คงได้ในวันข้างหน้า แต่ไม่ใช่วันนี้ ไม่ใช่ระยะนี้ ซึ่งในความรู้สึกของประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย ความ “รักทักษิณ” ไม่ใช่แค่ประชานิยมเหมือนเมื่อ 6 ปีก่อน แต่มันเพิ่มความสงสาร เห็นใจ ที่เห็นว่าทักษิณถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เพิ่มความผูกพันที่คนเสื้อแดงก็ถูกกระทำ ถูกปราบปราม จนรู้สึกร่วมชะตากรรม

          ถ้าไม่ “ปลดล็อก” ความรู้สึกนี้ ก็ไม่มีทางก้าวพ้นทักษิณได้ ถ้าไม่คืนความยุติธรรมให้ทักษิณ ความชอบธรรมก็จะผูกอยู่กับทักษิณต่อไป

          แต่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ผมสนับสนุนนิรโทษกรรม รัฐบาลเพื่อไทยเดินทางผิดถ้าคิดนิรโทษทักษิณพร้อมกับนิรโทษการปราบม็อบเสื้อแดงเมื่อปี 2553 เพราะเท่ากับทอดทิ้งมวลชนของตนไว้กับความไม่ยุติธรรม การคืนความยุติธรรมให้ทักษิณควรเป็นไปตามข้อเสนอ “ลบล้างผลพวงรัฐประหาร” ของนิติราษฎร์ซึ่งให้นับหนึ่งใหม่ทุกคดี

          อ.โคทม เป็นตัวอย่างของคนที่ปรารถนาดี แต่คิดตื้นเกินไป ทักษิณเป็นโจทย์ของสังคม จะแก้ปัญหาความขัดแย้งต้องตอบโจทย์เรื่องทักษิณ ไม่ใช่บอกให้ลืมทักษิณเสีย ให้ทักษิณอยู่ห่างประเทศไทยเข้าไว้ ก็ความจริงเห็นอยู่ชัดๆ ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 15 ล้านคนเลือกทักษิณ

          หรือที่ อ.โคทมบอกว่า ยังมีคนที่ลำบาก และน่าเห็นใจกว่าทักษิณเป็นจำนวนมาก เพราะได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคม ท่านพูดถูกครับ แต่ท่านไม่ได้พูดต่อว่า คนเหล่านี้แหละที่เลือกทักษิณ คนเหล่านี้แหละที่อยากได้ทักษิณกลับมา

          สังคมไทยต้องตอบให้ได้ว่าจะเอาอย่างไรกับทักษิณ และจะเอาอย่างไรกับระบอบประชาธิปไตยที่มีทักษิณเป็นสัญลักษณ์ทั้งสองด้าน ประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย ต้องการประชาธิปไตย 1 คน 1 เสียงที่ทำให้พวกเขามีอำนาจเลือกรัฐบาล ส่วนประชาชนที่ต่อต้านทักษิณ อันที่จริงถ้าก้าวพ้นความเกลียดชังที่ปลุกปั่นกันเกินเลย ก็คือความต้องการประชาธิปไตยที่ตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลได้

          ปัญหาคือประชาชนฝ่ายแรกเดินไปตามหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ต้องการกลับสู่ประชาธิปไตยปกติ แต่ฝ่ายหลังเตลิดเปิดเปิงไปจนไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตย ไม่เชื่อมั่นการเลือกตั้ง และไม่ได้ต้องการแค่ตรวจสอบรัฐบาล แต่ต้องการโค่นล้มรัฐบาลโดยหวังพึ่งทหาร ศาล องค์กรอิสระ

          ถ้าสังคมไทยตอบโจทย์ไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรกับทักษิณ คุณก็จะเห็นทักษิณเป็นปีศาจที่เดินวนเวียนอยู่รอบประเทศอย่างนี้ โดยคนฝ่ายหนึ่งเกลียดชังคลั่งแค้น คนอีกฝ่ายรักใคร่ศรัทธา หรือกระทั่งคลั่งไคล้ไม่มีเสื่อมคลาย

          ทักษิณกลับประเทศไม่ได้ ที่จริงไม่สำคัญ เพราะทักษิณตั้งรัฐบาลได้ ทักษิณใช้อำนาจได้ นี่ถ้าผมเป็นฝ่ายไล่ทักษิณ ก็จะบอกว่าเผลอๆ ทักษิณที่อยู่นอกประเทศน่ากลัวกว่าทักษิณที่อยู่ในประเทศ เพราะทักษิณที่อยู่นอกประเทศเป็นภาพของผู้ถูกกระทำ ซึ่งไม่มีวันทำอะไรผิด ไม่มีวันเสื่อม

 

......................

(หมายเหตุ : 'ก้าวข้ามทักษิณ : เหลวไหล' : คอลัมน์ว่ายทวนอารมณ์ : ใบตองแห้ง)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวด่วน