ไลฟ์สไตล์ : คอลัมน์เด็ด
วันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2555

รู้ทันมะเร็ง:มะเร็งจากแป้งฝุ่น

คอลัมน์ รู้ทันมะเร็ง : มะเร็งจากแป้งฝุ่น : โดย...นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

               บรรยากาศมหาสงกรานต์ที่ชุ่มฉ่ำเย็นทั่วหล้าในเวลานี้ ภาพผู้คนออกมาเล่นน้ำเล่นประแป้งกันไปทั่วท้องถนน ทำให้นึกถึงเรื่องแป้งฝุ่นกับมะเร็งซึ่งเหมาะกับช่วงสงกรานต์ขณะนี้เป็นอย่างยิ่ง

               อันว่าแป้งฝุ่นที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ทำจากสารที่มีชื่อว่าทัลค์มาทำให้เป็นผงละเอียดเรียกว่าผงทัลคัม เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุแมกนีเซียม ซิลิกอนและออกซิเจน มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นและกลิ่นได้ดี ทำให้ผิวแห้งลื่นเนียน จึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักของแป้งฝุ่นชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแป้งฝุ่นทาตัว แป้งเด็ก แป้งน้ำ แป้งรองพื้น แป้งพัฟทาหน้า แป้งปัดแก้มและอายแชโดว์ เจ้าสารทัลค์บางชนิดมีส่วนประกอบของแร่ใยหินหรือแอสเบสทอสผสมโรงอยู่ด้วยตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้าแร่ใยหินนี้ยืนยันแล้วว่าเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อถูกสูดดมเข้าทางลมหายใจต่อเนื่องเป็นเวลานาน มะเร็งปอดและมะเร็งเยื่อหุ้มปอดก็จะถามหา ดังนั้นในหลายประเทศจึงห้ามไม่ให้มีการปนเปื้อนของแร่ใยหินในแป้งทาตัวทุกประเภท ในบ้านเรากระทรวงสาธารณสุขเคยทำการสำรวจแป้งพัฟทาหน้าและแป้งปัดแก้มจากท้องตลาดเมื่อ 2 ปีก่อนจำนวน 79 ตัวอย่าง พบว่ามีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ 2 ตัวอย่าง ทำเอาหวาดเสียวไปตามๆ กัน หากพิจารณาเฉพาะตัวแป้งฝุ่นที่ไม่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ ณ เวลานี้ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปอดแต่อย่างใด

               ที่ทำเอาตื่นเต้นกว่ามะเร็งปอดคือมะเร็งรังไข่ เพราะมีรายงานการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาในปี 2546 ศึกษาผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 11,933 รายจากการทบทวนรายงานทางการแพทย์จำนวน 16 รายงานพบว่าผู้หญิงที่ชอบใช้แป้งฝุ่นทาบริเวณอวัยวะเพศมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากการที่ผงแป้งฝุ่นถูกดูดซึมผ่านทางช่องคลอดไปสู่รังไข่ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่โดยเฉลี่ยตลอดชีวิตพบว่า ผู้หญิงที่ชอบใช้แป้งฝุ่นทาบริเวณอวัยวะเพศมีความเสี่ยงเฉลี่ยร้อยละ 1.8 ซึ่งสูงกว่าความเสี่ยงโดยเฉลี่ยของผู้หญิงทั่วไปไม่มาก เพราะความเสี่ยงเฉลี่ยต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ของผู้หญิงทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ในขณะที่ปัจจุบันองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศก็ยังไม่จัดให้สารทัลค์ในแป้งฝุ่นเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ แต่ก็ระบุว่าการใช้แป้งฝุ่นทาบริเวณอวัยวะเพศมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงเอาแป้งฝุ่นไปทาบริเวณนั้นจะดีกว่า

               ปีใหม่ไทยปีนี้อย่าลืมไปกราบรดน้ำขอพรพ่อแม่ปู่ย่าตายายผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เล่นสงกรานต์ก็ขอให้ช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยไว้ ทางการเค้าห้ามใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ห้ามเล่นแป้งในถนนหลายสายก็ให้ความร่วมมือกันหน่อยนะครับ ฝ่าฝืนถูกจับถูกปรับตั้งแต่ต้นปีใหม่ไทยแบบนี้ โบราณว่าไม่เป็นมงคลกับชีวิตตลอดศกนะครับ...ขอบอก

...........................
(หมายเหตุ : คอลัมน์ รู้ทันมะเร็ง : มะเร็งจากแป้งฝุ่น : โดย...นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ)