เศรษฐกิจ : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555

สร้างนิสัยดี

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : สร้างนิสัยดี โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com

            เคยอ่านจากหนังสือเล่มไหนสักเล่ม ที่มีคุณหมอเขียนเรื่อง "ความรัก" ว่าจะมีช่วงเวลาของตัวเอง จากช่วงเริ่มต้นที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ความรักหมายถึงความหวานชื่น ไปถึงวันหนึ่งที่ความหวานชื่นกลายเป็น "ความรัก" ในแบบของความเป็น "เพื่อน" ที่มั่นคงและยั่งยืนกว่า

             ดิฉันเชื่อในความเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าในขณะที่หลายคนรักและไม่มีวันเลิกรัก ก็มีอีกหลายคนที่รักและเลิกรักได้ ทุกอย่างล้วนมีระยะเวลาของมัน จะแตกต่างกันก็แค่ช้าหรือเร็ว ยาวหรือสั้น เท่านั้นเอง

             ปัจจัยที่เป็นเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลง นอกจาก "นิสัย" หรือ "วิถีชีวิต" ของแต่ละคนที่แตกต่างกันแล้ว ดิฉันเชื่อว่า เรื่องของ "ช่วงเวลา" ที่เคลื่อนผ่านก็มีผลอย่างมากทีเดียว

            ช่วงเริ่มต้น อารมณ์ ความรัก ความรู้สึกก็ย่อมมากมาย ท่วมท้น แตกต่างจากช่วงเวลาต่อมา ที่ความมากมายนั้นถูกเปลี่ยนให้มี "เสถียรภาพ" มากขึ้น จากรักแบบเน้น "ปริมาณ" เป็นรักแบบเน้น "คุณภาพ" ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ความมั่นคงและยั่งยืน

            ที่ยากก็คือ การเปลี่ยนผ่านในแต่ละช่วงเวลา ว่าทำอย่างไรจึงเหมาะสม สอดคล้อง และนำมาซึ่งเป้าหมายที่ต้องการ

            เรื่องรักไม่มีสูตรตายตัวว่า จะเปลี่ยนผ่านแบบไหนอย่างไร เพราะแต่ละคู่ ย่อมมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน แต่เรื่องเงินๆ ทองๆ และการลงทุน กลับง่ายกว่า "ความรัก" มากมาย "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" วันนี้ชวนพักเรื่องรัก มาสร้างนิสัยดีด้านการลงทุนแทน

           นิสัยดีเรื่องการลงทุน ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่ามีการเตรียมตัวที่ดี มีการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ มีวินัยในการลงทุน และมีการติดตาม ทบทวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดทำบทความเผยแพร่เรื่องของ "การสร้างนิสัยการลงทุนที่ดี" ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว

            อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกว่า "ช่วงเวลา"มีส่วนสำคัญอย่างมาก ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงแบ่งการสร้างนิสัยที่ดีสำหรับการลงทุนออกเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงก่อนการลงทุน ช่วงการลงทุนและช่วงหลังการลงทุน ซึ่งต้องบอกก่อนว่า การลงทุนที่ว่านี้อยู่ภายใต้สมมุติฐานของการลงทุนใน "หุ้น" เป็นหลัก

          ช่วงก่อนการลงทุน เป็นช่วงที่ผู้ลงทุนไม่ควรสิ้นเปลืองทรัพยากรการเงินโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ก่อนเริ่มลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้อง "ตอบให้ได้ว่า เป้าหมายในการลงทุนคืออะไร" ต้องการจะบรรลุเป้าหมายนั้นเมื่อไหร่และจำนวนเงินสำหรับลงทุนที่เหมาะสมของเราคือเท่าไหร่ เรามีเงินออม เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินแล้วหรือยัง เพื่อให้การสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนมีทิศทางที่ชัดเจน การสำรวจความพร้อมของตัวเองก่อน จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ

           ถัดมาคือ "รู้และเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงิน" ว่าแต่ละประเภทคืออะไร ให้ผลตอบแทนอย่างไร มีความเสี่ยงเฉพาะตัวอะไรบ้าง เหมาะสมกับความต้องการและจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้หรือไม่ จากนั้น "ต้องแน่ใจว่า เข้าใจวิธีการซื้อขายหลักทรัพย์" การส่งคำสั่งซื้อขาย รู้จักเปรียบเทียบและเลือกบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงและความพร้อมให้บริการ มีบทวิเคราะห์ที่ดี เชื่อถือได้ และสุดท้ายคือ "ต้องวางแผนการลงทุนให้ชัดเจน" ว่าจะกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง สัดส่วนการลงทุนเป็นอย่างไรและที่สำคัญควรกำหนดอัตราขาดทุนที่ยอมรับได้ไว้ด้วย

            สรุปว่า การสร้างนิสัยที่ดีช่วงก่อนการลงทุน ก็คือ รู้จักตัวเอง รู้จักเครื่องมือ เข้าใจวิธีและมีแผนชัดเจน

            ช่วงการลงทุน เมื่อเตรียมความพร้อมแล้ว นักลงทุนที่ดีจะต้องขยันทำการบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงตัดสินใจลงทุน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญมาก เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่มีผลกระทบต่อการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น นักลงทุนที่ดีจึงต้อง "เข้าใจเรื่องผลตอบแทนและความเสี่ยง" เพราะการลงทุนในหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงก็ย่อมจะมีความเสี่ยงสูงด้วย

            หลังจากนั้น ก็ต้อง "เข้าใจการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน" เพราะการลงทุนในหุ้นก็คือ การลงทุนในบริษัท ซึ่งนักลงทุนที่ดีควรมีเป้าหมายการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก ดังนั้น การเลือกบริษัทที่ดีจึงต้องเน้นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามสภาพแวดล้อมมากนัก ที่สำคัญคือ "ต้องมีวินัยในการลงทุน" เมื่อเรามีแผนการลงทุนที่เหมาะสมและชัดเจนแล้ว เราควรปฏิบัติตามแผนการที่วางไว้อย่างมีวินัยด้วย เพราะการมีวินัยในการลงทุนจะช่วยให้เราไม่หวั่นไหวไปตามความผันผวน ตามกระแสหรือข่าวลือที่จะมาสร้างความวิตกกังวลในระยะสั้น วินัยในการลงทุนจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่จะพาเราเดินทางไปสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคง

            ส่วนนิสัยที่ดีในการลงทุน ช่วงหลังการลงทุน มีอยู่ 5 ประการด้วยกัน ได้แก่ บันทึกการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเป็นบันทึกช่วยจำและเพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามการลงทุน ติดตามข้อมูลข่าวสารและผลการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนไว้และติดตามสภาวะเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เผื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น ทบทวนพอร์ตการลงทุนอย่างน้อยทุกๆ สิ้น 3 เดือน หากพบว่า บริษัทใดมีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็จะได้ปรับพอร์ตออกไป ทำความเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้น เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการลงทุนอย่างเต็มที่ สุดท้ายคือ สนุกกับการลงทุน เพราะทัศนคติที่ดีต่อการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ หากเรามองการลงทุนเป็นการเรียนรู้ เป็นความท้าทาย เราก็ไม่เครียด ไม่ต้องกังวล และทำให้การลงทุนเป็นเรื่องสนุก ท้าทาย

             สำหรับคนที่ไม่ได้ลงทุน แต่อยากจะเริ่มต้นออม หรือเก็บเงินไว้ให้ได้มากๆ ก็เชื่อว่า แนวคิดเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ได้นะคะ เริ่มต้นสร้างนิสัย (ทางการเงิน) ที่ดี เพื่อให้เป้าหมายที่วางไว้ในวันข้างหน้า ไม่อยู่ไกลจนเกินไป

.....................................
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : สร้างนิสัยดี โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com )