อาชญากรรม : ทัศนะ-บทความ
วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555

ใครเดือดร้อน'ทีวีสยิว'แจ้ง1135

ใครเดือดร้อน..'ทีวีสยิว'แจ้ง1135 : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

             เผ็ดร้อนพอสมควรในเวทีระดมความเห็น “แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคโฆษณาวิทยุและโทรทัศน์ยุค กสทช.” เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยกลุ่มตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคตั้งข้อกล่าวหาว่า ทั้งวิทยุ ดาวเทียมทีวี เคเบิลทีวี นั้น ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม ปล่อยให้มีการโฆษณาแฝง โฆษณาเกินจริง หรือมีเนื้อหาเซ็กซี่ล่อแหลม รวมถึงหลอกขายสินค้าเพื่อสุขภาพ อาหารเสริมหรือการชักชวนให้ผู้ฟังผู้ชมซื้อสินค้าที่อันตรายไม่ได้มาตรฐาน ถือเป็นการเอาเปรียบและละเมิดสิทธิผู้บริโภคโดยตรง
 
             ขณะที่ตัวแทนอีกฝ่ายและผู้ประกอบการรายการทีวีท้องถิ่นนั้น โต้แย้งว่ามีช่องรายการมากกว่า 400 ช่อง ดังนั้นการกำกับดูแลต้องมีระเบียบกติกาที่แน่ชัด แต่ที่ผ่านมาไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบ ทำให้เจ้าของสถานีไม่สามารถเอาผิดกับผู้จัดทำเนื้อหารายการหรือโฆษณาเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะรายการสยิวตอนดึกๆ
 
             “คม ชัด ลึก” เกาะติดและนำเสนอปัญหาการออกอากาศของเคเบิลสยิวมาต่อเนื่อง แต่จนถึงวันนี้รายการเหล่านั้นยังคงฉายอยู่ทุกคืนท้าทายผู้มีอำนาจในหน่วยงานรัฐเป็นอย่างยิ่ง รายการเหล่านี้จะเสนอภาพแบบหมิ่นเหม่ประเภทจะโป๊ก็ไม่โป๊ จะเปลือยก็ไม่เปลือยพอให้สยิวๆ เท่านั้น เช่นช่อง A เชิญดาราสาวเซ็กซี่มาเป็นพิธีกรพูดคุยถึงอาหารเสริมที่อ้างว่ากินแล้วรูปร่างดีเซ็กซี่ตลอดเวลา ผู้ชายรักผู้ชายหลง ระหว่างที่ดาราพิธีกรพูด ภาพที่ฉายจะซูมไล่ตามสัดส่วนรูปร่างของดาราผู้นี้ ตั้งแต่เรียวขาขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงสะโพก หน้าท้อง หน้าอก จนกระทั่งถึงใบหน้า เห็นแล้วชวนวาบหวามเป็นอย่างยิ่ง หรืออาจเป็นรายการประกวดสาวสเปกที่ชายต้องการ เพื่อให้ผู้ชมทางบ้านโหวตให้คะแนนด้วยการส่งเอสเอ็มเอส สาวที่เข้าแข่งขันจะแสดงท่าเต้นยั่วยวนให้มุมกล้องตลอดเวลา
 
             “วิชิต เอื้ออารีวรกุล” อุปนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีช่องทางออกอากาศทีวีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเคเบิล ดาวเทียม ทีวีชุมชน จานแดง จานดำ จานเหลือง จานส้ม ฯลฯ มีผู้ชมเคเบิลและทีวีดาวเทียมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 7 ล้านครัวเรือน หากจะควบคุมเจ้าหน้าที่ “กสทช.” หรือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ควรแยกแยะให้ออกว่าจะดำเนินคดีอย่างไร ที่ผ่านมามีแต่ส่งจดหมายเตือนว่ามีรายการทีวีโฆษณาเกินจริง เนื้อหาหลอกลวงหรือวาบหวิว แต่ไม่ได้ส่งรายละเอียดมาให้ว่าเป็นรายการช่องใด ออกอากาศเวลาใด วันไหน เพราะถ้าไม่มีรายละเอียดชัดเจนก็ไม่สามารถเอาผิดได้ ฝ่ายเจ้าของช่องนั้นไม่อยากทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีข้อมูลเอาผิดชัดๆ จะลงโทษหรือปลดรายการออกไปได้อย่างไร 
 
             “สำหรับช่องทีวีสยิวนั้น ต้องกำหนดมาเลยว่าคำว่าโป๊คืออะไร หรือเซ็กซี่มากไปอยู่ที่จุดไหน เช่น ดาราหญิงใส่บิกินีถือว่าโป๊หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือผิดจริยธรรมอย่างไร ถ้ากำหนดตรงนี้มาชัดๆ ผู้ประกอบการพร้อมจะจัดการอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีก็ต้องให้เขาทำต่อไป ตอนนี้ค่าใช้จ่ายดาวเทียมต้องจ่ายช่องละประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 1 เดือน ทุกคนแย่งกันหาโฆษณา ทำให้เลือกยากว่าจะทำกำไรหรือเน้นคุณธรรม ในวันนี้หากอยากปราบปรามให้เด็ดขาดก็ไม่ต้องรอกฎหมายจาก กสทช. แค่ให้ไทยคมสั่งยกเลิกการเช่าช่องดาวเทียม เพียงแค่นี้ก็ไม่มีช่องไหนกล้าทำผิดแล้ว” วิชิตกล่าวแนะนำ
 
             ส่วน พ.ต.อ.ไพฑูร คุ้มศักดิ์พงษ์ ตัวแทนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปภค.) ยอมรับว่า เป็นหน่วยงานใหม่จัดตั้งมาได้ไม่กี่ปี และยังไม่เคยฟันดาบรายกายทีวียั่วยวนแบบนี้มาก่อน ปัญหาคือว่า “ผู้บริโภคคนไหนเดือดร้อน?” จากรายการประเภทนี้ หากจะจัดการให้เด็ดขาดคงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ช่วยส่งข้อมูลอย่างละเอียดมาให้ โดยแจ้งได้ที่สายด่วน 1135
 
             ทั้งนี้ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการกำกับดูแลวิทยุโทรทัศน์เลย งานที่ กสทช.เร่งทำคือขอให้ผู้ประกอบการทุกรายเข้าสู่กระบวนการออกใบอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การออกใบอนุญาต อาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือข้ามปี!!

.......

(หมายเหตุ : ใครเดือดร้อน..'ทีวีสยิว'แจ้ง1135 : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวด่วน