การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2555

ปชป.จะกลับมาอีกครั้ง

ปชป.จะกลับมาอีกครั้ง : เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดย นายประชา ช้ำชอก

              หากใครติดตามสดับรับฟังข่าวสาร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปลุกปลอบขวัญกำลังใจสมาชิกพรรค ในระหว่างประชุมใหญ่เชิงปฏิบัติการ โครงการยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาศักยภาพสาขาพรรค 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.งขลา เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประโยคที่ว่า "วันหนึ่งเราจะกลับมาและยั่งยืน" แล้ว คงเป็นที่สงสัยใคร่รู้ว่า "วันหนึ่ง" ของนายชวนที่ว่านั้นเป็นเมื่อไร วันไหนกัน ที่สำคัญก็คือพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้อย่างไร
 
              หากไม่คิดหวังพึ่งพาเทพเทวดาฟ้าดินลงมาโปรด หรือเฝ้ารอ คอยให้พรรคเพื่อไทยแพ้ภัยตัวเอง สะดุดลมล้มคว่ำหัวคะมำเองแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเอาอะไรไปต่อสู้แข่งขัน
 
              เพราะพินิจพิศดูสำนึก อุดมการณ์ มโนทัศน์ทางการเมืองในเชิงเปรียบเทียบแล้ว ก็ไม่เห็นเลยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ แตกต่างไปจากพรรคการเมืองอื่นตรงไหน
 
              ทั้งๆ ที่โดยประวัติศาสตร์แล้ว ความจริงน่าจะพูดได้ว่า พรรคการเมืองอื่นต่างหากซึ่งถือกำเนิดเกิดขึ้นมาภายหลัง ที่ไม่ได้มีอุดมการณ์ นโยบายทางการเมืองใดแตกต่างไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทำไปทำมากลับกลายเป็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีนโยบาย อุดมการณ์อันใด แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นไปเสียอย่างนั้น
 
              ทุกพรรคการเมืองต่างก็อ้างอุดมการณ์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยึดมั่นในระบอบการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือระบบเศรษฐกิจเสรี ที่เนื้อแท้คือทุนนิยมผูกขาด บูชากลไกตลาดเป็นสรณะ ไม่มีนโยบายภาษี ไม่มีความคิดที่จะปฏิรูปสังคมไทยในเชิงโครงสร้าง ฯลฯ ด้วยกันทั้งสิ้น
 
              อาจจะผิดแปลกแตกต่างจากกันไปบ้าง เห็นจะมีเพียงยุทธวิธีในการเอาชนะเลือกตั้ง กลยุทธ์ในการเอาชนะคะคานกันทางการเมือง ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง
 
              แต่ก็อีกนั่นแหละ พรรคเพื่อไทยเดินแนวทางประชานิยม พรรคประชาธิปัตย์ก็นำเสนอนโยบายประชานิยมแบบกล้าๆ กลัวๆ กับเขาด้วยเหมือนกัน พรรคเพื่อไทยมีทีวีสีแดง พรรคประชาธิปัตย์ก็มีทีวีสีฟ้า พรรคคู่แข่งมีสามเกลอ "วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ" พรรคประชาธิปัตย์ก็มีสามเกลอสายล่อฟ้า "เทพไท-ศิริโชค-ชวนนท์"
 
              ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากพิจารณาเนื้อหาสาระ รายละเอียดการพูดจาปราศรัยของแกนนำพรรค ตลอดจนคำประกาศ "ปฏิญญาหาดใหญ่" ด้วยแล้ว อุดมการณ์ ยุทธศาสตร์ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ ดูจะสวนทางกับการเปลี่ยนแปลง ทวนกระแสพัฒนาการทางประชาธิปไตยชอบกลอยู่
 
              พรรคประชาธิปัตย์กำลังติดหล่มจมปลัก กลายเป็นพรรคการเมืองล้าหลังเข้าไปทุกขณะ เมื่อเปรียบเทียบกับภาพที่พรรคการเมืองคู่แข่งขัน พยายามเสกสรรปั้นแต่งให้แก่ตัวเอง
 
              ระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ทำให้จุดแข็งในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต กับการต่อสู้เผด็จการ กลับกลายเป็นเรื่องอดีต และเลือนหายไปจากความทรงจำของประชาชนคนทั้งประเทศจนแทบหมดสิ้น
 
              ตรงกันข้ามกับ พรรคการเมืองคู่แข่งขันซึ่งบงการ บริหารกันในระบบทางไกล เป็นแหล่งชุมนุมของกลุ่มทุนผูกขาดหรือนอมินี เต็มไปด้วยสัมภเวสีทางการเมืองหรือตัวแทน ที่เช้าขึ้นมาก็ด่ากองทัพ สายหน่อยค่อยด่าอำมาตย์ ตกบ่ายด่าศาล เย็นค่ำก็สรรเสริญคนที่อยู่แดนไกล
 
              เท่านั้นก็กลับกลายเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ผู้หาญกล้าต่อสู้กับเผด็จการไปในพริบตา
 
              แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้อย่างไร?

ข่าวด่วน