การเมือง : ทัศนะบทความ
วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555

ห่วงเอ็ม79ลอตใหญ่ถล่มจนท.ใต้!

สาวลึก "อาร์พีจี-เอ็ม 79" ลอตใหญ่ กองทัพห่วงถล่มจนท. 3 จังหวัดใต้! : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง

             น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า "อาวุธสงคราม" ลอตมโหฬารที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สามารถตรวจยึดได้ที่ตลาดเมืองใหม่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เมื่อเดือนธันวาคม 2554 และเพิ่งนำมาปัดฝุ่นแถลงข่าวเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามี "จุดหมายปลายทาง" อยู่ที่ใดกันแน่
   
             อาวุธสงครามร้ายแรงจำนวน 5 รายการที่ประกอบด้วย 1.กระสุนปืนอาร์พีจี-7 จำนวน 36 นัด 2.ดินส่งอาร์พีจี-7 จำนวน 36 แท่ง 3.ลูกยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ปืน ค.ขนาด 60 มม. จำนวน 64 นัด 4.ลูกกระสุนปืน เอ็ม 79 และเอ็ม 203 จำนวน 144 นัด และ 5.กระสุนปืนเล็กยาว (ปลย.) ขนาด.88 จำนวน 1,437 นัด เป็นของกลางลอตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจับได้
   
             หากเล็ดลอดไปยัง "กองกำลัง" ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งย่อมสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อ "เป้าหมาย" ที่วางแผนจะลงมือ !!
   
             หน่วยงานความมั่นคงของไทยจึงจับตาความเคลื่อนไหวในครั้งนี้มากเป็นพิเศษ แม้จะเชื่อว่า อาวุธสงครามดังกล่าวไม่ได้เชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 3 จุดกลางกรุงเมื่อวันวาเลนไทน์ แต่ก็น่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ รวมถึงกองกำลังต่างๆ ที่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนรอบๆ ประเทศไทย และในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
   
             ทั้งนี้ เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่า ชายแดนด้านบูรพาทิศของไทยถือเป็น "สวรรค์ของนักค้าอาวุธ" โดยเฉพาะอาวุธปืน "อาก้า" และลูกกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิด "อาร์พีจี" และ "เอ็ม 79"
   
             อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังทางกองทัพภาคที่ 1 และกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ที่ถือเป็นหน่วยงานหลักโดยตรงมีการเข้มงวดปิดช่องทางการเข้า-ออกของเส้นทางการค้าอาวุธ จึงทำให้ ณ เวลานี้สถานการณ์คลี่คลายลงไปมาก จึงทำให้กลุ่มขบวนการค้าอาวุธพยายามหลีกเลี่ยงใช้เส้นทางอื่นแทน
   
             แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยว่า ช่วงก่อนที่จะมีการจับยึดอาวุธสงครามลอตใหญ่มีการซื้อขายอาวุธสงครามในพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกค่อนข้างมาก โดยมักจะใช้พื้นที่ จ.สุรินทร์ เป็นแหล่งพบปะซื้อขาย และการจับกุมครั้งนี้ได้มีการติดตามมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้มีการลักลอบค้าขายกัน 3-4 เดือนก่อนที่จะมีการจับกุม แต่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้
   
             ก่อนที่จะเข้ายึดอาวุธสงคราม ทางดีเอสไอ กองทัพบก และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ทราบข่าวว่าจะมีการส่งมอบอาวุธสงครามจำนวนมากในเดือนธันวาคม 2554 กระทั่งสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ที่ตลาดเมืองใหม่ จ.สุรินทร์ แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด จึงได้ยึดอาวุธของกลางทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินการขยายผล
   
             ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความมั่นคงได้เพ่งเล็งการค้าอาวุธตามบริเวณชายแดนด้าน "ภาคอีสาน" และ "ภาคตะวันออก" เป็นพิเศษโดยมีการประสานงานร่วมกันกับทางประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากอาวุธสงครามที่ยึดได้ส่วนใหญ่เป็นอาวุธสงครามร้ายแรง และเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างมาก
   
             “ก่อนที่จะจับกุมอาวุธสงครามลอตนี้ได้มีการซื้อขายลูกระเบิดเอ็ม 79 ประมาณ 350 นัดหรือ 5 ลังไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวลงไปในพื้นที่ใด แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2554 เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีการใช้ลูกระเบิดเอ็ม 79 เป็นจำนวนมาก”
   
             แหล่งข่าวด้านความมั่นคงคนเดิมระบุว่า ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงได้มีความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น และเกรงว่ากลุ่มค้าอาวุธสงครามจะมีการซื้อขาย "จรวดอาร์พีจี" มากขึ้น โดยสายข่าวพบว่ามีการค้าขายกันค่อนข้างมาก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงสถานการณ์ในภาคใต้คงจะเกิดความยุ่งยากและแก้ไขปัญหาได้ยากขึ้นตามไปด้วย
   
             ที่สำคัญ กลุ่มค้าอาวุธสงครามจะมีแนวโน้มในการตกลงซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว เมื่อสายข่าวเข้าไปลึกมากก็จะทำให้กลุ่มค้าอาวุธนี้รู้ตัว และสายข่าวก็จะเป็นอันตรายมากขึ้น
   
             แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก จึงได้สั่งการเป็นพิเศษให้แต่ละกองทัพเข้มงวดในการสกัดกั้นอาวุธสงครามเหล่านี้ เพราะเกรงว่าอาวุธร้ายแรงดังกล่าวจะเคลื่อนย้ายลงไปในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้กลุ่มก่อการร้ายออกมาปฏิบัติการตอบโต้เจ้าหน้าที่มากขึ้น
   
             อย่างไรก็ตาม อาวุธที่จับกุมได้ไม่ได้เป็นของกองทัพ เพราะจากการตรวจสอบเลขทะเบียนพบว่า เป็นอาวุธที่มาจาก "ต่างประเทศ"
   
             แหล่งข่าวด้านความมั่นคงคนเดิมเชื่อว่า การจับกุมครั้งนี้ทำให้การค้าอาวุธสงครามหยุดชะงักไป และเจ้าหน้าที่ก็หวังที่จะจับกุมคนบงการให้ได้ แต่งานแบบนี้จับอาวุธไม่ได้คามือ ถ้าฟ้องร้องดำเนินคดีกันแล้วรับรองว่า "หลุด" หมด แต่เราก็จะพยายามให้ถึงที่สุด โดยมีดีเอสไอเป็นหน่วยงานหลักในการเข้าไปดำเนินการ ขณะที่กองทัพจะเป็นหน่วยสนับสนุน

.............

(หมายเหตุ : สาวลึก "อาร์พีจี-เอ็ม 79" ลอตใหญ่ กองทัพห่วงถล่มจนท. 3 จังหวัดใต้! : ตะลุยกองทัพ โดย ทีมข่าวความมั่นคง)


ข่าวที่เกี่ยวข้อง