สุกำพลรับพลาดเปรียบแก๊งบึ้มแค่'จิ๊กโก๋'

"สุกำพล" ลั่นไทยอยู่ตรงกลางคดีก่อการร้าย ยันไม่เข้าข้างใคร อัดสื่อตีข่าวทำภาพไทยน่ากลัว หวั่นนักท่องเที่ยวลดฮวบ ยันอักษรบนสติ๊กเกอร์ "SEJEAL" ไม่มีอะไร รับพลาดเปรียบแก๊งบึ้มกรุงเป็นแค่ "จิ๊กโก๋ปากซอย" กทม.หวั่นภัยร้ายทั่วกรุงเร่งสร้างเครือข่ายพิทักษ์เมือง

           ที่กองบัญชาการกองทัพไทย วันที่ 23 ก.พ.  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการเกิดเหตุระเบิดกลางกรุง 3 จุดว่า ขณะนี้มีหน่วยข่าวกำลังรวบรวมอยู่แล้ว คิดว่าเมื่อเวลานานเข้าจะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เรื่องการข่าวทางหน่วยความมั่นคงมีการบูรณาการมาตลอด แม้นายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่ง ไม่ต้องห่วงกองทัพดำเนินการเรื่องนี้ตลอดเวลา ไม่ต้องมาบอกกันทุกวัน บางเรื่องบอกไม่ได้

               "เราดูว่า อะไร คืออะไรอยู่ การเสนอข่าวอย่าให้หวือหวา หรือทำให้ความมั่นคงของเราเสีย หรือทำให้น่ากลัว สติ๊กเกอร์ซีเจลไม่มีอะไร ขอให้ช่วยกันนิดหนึ่ง ขอร้องมาร้อยทีแล้ว ทำสักทีก็ยังดี ควรทำอะไรที่ไม่ทำให้ประเทศชาติเรากระเทือนว่า ประเทศไทยน่ากลัว ไม่น่ามา ข้อเท็จจริงวันนี้นักท่องเที่ยวยังไม่ลดลงไปเลย ดังนั้นอย่าพยายามทำให้ลดลงไป" รมว.กห.กล่าวและว่า

               เรารู้หน้าที่ นโยบายรัฐบาลต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะ ซึ่งเป็นจุดล่อแหลมหนึ่งทีทำให้คนเข้ามาง่าย หน่วยความมั่นคงต้องยอมเหนื่อยนิดหนึ่งเพื่อทำให้มีความมั่นคง มีความปลอดภัย

               ส่วนกรณีที่ตนเคยเปรียบผู้ลอบวางระเบิดว่า เป็นจิ๊กโก๋ปากซอยนั้น ตนเพียงพูดว่า ลองย้อนมาวิเคราะห์ดูว่า คนทำมีความเป็นมืออาชีพหรือไม่ ซึ่งคนทำอย่างนี้ไม่มีความเป็นมืออาชีพ เหมือนจิ๊กโก๋ปากซอย แต่อย่าจับมาคำเดียวแล้วมาพูดอย่างนี้เสียหมด ทีหลังจะไม่พูดจิ๊กโก๋ปากซอยแล้ว ตนพลาดไปหน่อย ทำให้เรื่องสนุก ไม่สนุกเลย

               “เรื่องการก่อการร้ายเราไม่มีเข้าข้างใคร แม้กระทั่งอิหร่านเราไม่เคยบอกว่าเขาส่งคนมาทำบ้านเรา เราอยู่ตรงกลาง เราเป็นประเทศที่ได้รับผลตรงนี้ คือ เป็นพื้นที่ปฏิบัติการของเขา เราไม่เป็นศัตรูกับใคร แล้วค่อยๆพิสูจน์ว่า อะไรคืออะไร ไม่ผลีผลาม ไม่ใช่ใครอ้างมาเชื่อหมด ไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเขาว่า มาอย่างนี้ ต้องฟังเขาแล้วหน่วยข่าวก็นำไปดูว่า มันเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่า เขาพูดมาแล้วบอกว่า ใช่ เราอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่เสี้ยมเขาควาย เราอยู่นิ่งๆ รักษาตัว ดูให้ดี ไม่ให้ตรงนี้มีปัญหา ไม่ให้บ้านเรามีปัญหา นโยบายความมั่นคงบางอย่างอาจจขัดนโยบายท่องเที่ยวของรัฐบาลบ้าง แต่เราต้องสนับสนุนนโยบายใหญ่ไป เราเพียงเหนื่อยมากหน่อยเท่านั้น เรื่องอย่างนี้ชาติอื่นลงข่าวไม่กี่ทีก็จบแล้ว บ้านเราลงข่าวทุกวัน ไม่หยุดสักที แต่เข้าใจผู้สื่อข่าวว่า ต้องลงทุกวัน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีเบี้ยเลี้ยงหรือเปล่าไม่รู้ ขอให้ช่วยกัน เพราะเรารักชาติเหมือนกัน”พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

ตร.เร่งหาที่มาสติ๊กเกอร์ไม่ฟันธงพันแก๊งบึ้ม

              เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รรท.ผบก.สท. ในฐานะ โฆษกตร.แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีวางระเบิด 3 จุด ภายในซอยสุขุมวิท 71 ว่า วันนี้ได้สอบปากคำนายมูฮัมมัด ฮาซาอิ ผู้ต้องหาเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหาให้ยังให้การภาคเสธ แต่ถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่ได้มาจากที่เกิดเหตุในบริเวณต่างๆ โดยพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวนไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้มากที่สุดเพื่อให้สำนวนมีความรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานะที่ได้จากห้องเช่าที่ระเบิด ห้องเช่านาซ่าเวกัส ที่เกิดเหตุ3 จุด โรงแรมย่านพัทยา ซึ่งเราพบใบเสร็จห้างสรรพสินค้าโลตัส ภาชนะต่าง ๆ เศษโลหะ
 
              พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจหรือ สพฐ. ตร. อยู่ระหว่างค้นหาดีเอนเอและลายนิ้วมือแฝงที่อยู่บนสติ๊กเกอร์ และ ศูนย์สืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ตรวจสอบแหล่งที่มา และแหล่งผลิตติ๊กเกอร์ดังกล่าวว่า โดยอาศัยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังไปถึง 1-2 เดือน นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือจากประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ จักรยานยนต์รับจ้าง แม่ค้ารวมถึงคนงานก่อสร้าง หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยมาติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าว สามารถแจ้งที่ 191 หรือสถานีตำรวจใกล้เคียง
 
              พล.ต.ต.ปิยะ ยังปฎิเสธถึงกระแสนข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่มาติดสติ๊กเกอร์ว่า มีพลเมืองดีระบุว่าพบเห็นผู้ที่มาแปะสติ๊กเกอร์ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นชาวไทยหรือต่างประเทศ จึงไม่สามารถบอกอะไรได้ ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำสติ๊กเกอร์ลักษณะเดียวกับที่ติดตามสถานที่ต่าง ๆ นั้น ตนไม่ทราบข้อมูลนี้ และยังไม่สามารถบอกได้ว่า สติ๊กเกอร์ที่พบตามที่ต่าง ๆ เป็นสติ๊กเกอร์ชนิดเดียวกับที่พบที่ห้องเช่าที่นาซ่าเวกัสและรถจยย.หรือไม่  
 
              เมื่อถามว่า สติ๊กเกอร์ที่พบตามจุดต่าง ๆ อาจเป็นการจัดฉากเพื่อตำรวจไขว้เขวและหลงประเด็นพุ่งเป้าไปที่สติ๊กเกอร์หรือไม่นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ไม่ทราบ ขอตำรวจทำงานสักระยะ
 
              เมื่อถามว่า หน่วยข่าวของตำรวจทั้ง สันติบาลและศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ มีข้อมูลของคนร้ายกกลุ่มมูจาฮิดีนของอิหร่าน หรือ MKO ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายชาวอิหร่านซึ่งต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่เข้าไปเคลื่อนไหวในประเทศไทยหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาลดูแล ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่สามารถบอกได้ แต่รู้ว่า หน่วยข่าวในไทยก็ทำงานกันในลักษณะประชาคมข่าว
 
              รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ปานศิริ หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน ได้ออกคำสั่งผ่านวิทยุบช.น. สั่งการให้สายตรวจทุกพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณบก.น. 1, 4, 5 ให้ตามหารถจักรยานยนต์ไม่ทราบ ยี่ห้อยามาโฮ่ มีโอ สีดำ ทะเบียน กนต 648 อ่างทอง ที่ซื้อมาจากร้านค้าแห่งหนึ่ง (เลขที่ 803 ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี) ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นรถของผู้ต้องหาที่ได้เช่าเอาไว้อีก 1 คัน เพื่อเตรียมก่อเหตุ


กทม.หวั่นภัยร้ายทั่วกรุงเร่งสร้างเครือข่ายพิทักษ์เมือง

               นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอาสาสมัครพิทักษ์เมือง โดยมีนายกระมล โอฬาระวัต ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 เขตเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  โดยกล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของประชาชนในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับภัยในรูปแบบต่างๆ เช่น ภัยที่เกิดจากความมั่นคงของบ้านเมือง ภัยที่เกิดจากอาชญากรรม รวมถึงภัยที่เกิดจากธรรมชาติ ลำพังการแก้ไขปัญหาและมาตรการป้องกันต่างๆจากภาครัฐ และหน่วยงานของกทม.คงไม่เพียงพอ เนื่องจากปริมาณเจ้าหน้าที่และงบประมาณที่มีจำนวนจำกัด จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างเครือข่ายจิตอาสาในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

               "สำนักเทศกิจและหัวหน้าฝ่ายเทศกิจทั้ง 50 เขต เป็นกำลังสำคัญที่จะประสานการทำงานร่วมกับสมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์เมือง ร่วมกันป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว มีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยของบ้านเมือง เพื่อให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ดำเนินชีวิตในสังคมด้วยความปลอดภัย"ปลัดกทม.กล่าว