'เฉลิม'ยันแก้รธน.ไม่เกี่ยวพา'แม้ว'กลับ

'เฉลิม' ยัน แก้รธน.ไม่เกี่ยวพา 'ทักษิณ' กลับประเทศ ปัด 'รบ.' เตะถ่วง กม.ฟอกเงิน ชี้ต้องศึกษาอย่างถี่ถ้วน เกรง ปปง. มีอำนาจเหนือศาล

                  23 ก.พ.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการปราศรัยที่ จ.อุดรธานี ที่ระบุว่าจะพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับประเทศ หลังจากที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จและจะมีการผลักดัน พรบ.ปรองดองว่า เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านนั้น ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งเรื่องนี้ตนได้มีการพูดตั้งแต่มีการหาเสียงเลือกตั้งแต่ปี 52 ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับการพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านเป็นคนละเรื่องกัน แต่ตนพูดถึงเรื่องร่าง พรบ.ปรองดอง ที่มีจำนวน 6 มาตรา ส่วนจะเดินหน้าเรื่องนี้เมื่อไหร่นั้น ตนคิดว่าก็คงให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยกว่านี้ และปรองดองทุกฝ่าย

                  ส่วนกรณีที่ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้ารัฐบาลคิดถึงแต่เรื่องปรองดองก็อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ส่วนรัฐบาลจะรับฟังความเห็นของนายคณิต หรือไม่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มีสิทธิที่จะไปตอบโต้ เพราะงานใครงานมัน

                  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้เป็นหัวหน้าทีมร่วมกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ เพื่อดูแลงานในเรื่องการบูรณาการงานด้านการข่าว ว่า ตนก็จะรีบทำในเรื่องนี้ แต่การจะเร่งรัดเรื่องอะไรเป็นพิเศษนั้น ตนไม่สามารถบอกได้

 

'เฉลิม'แจง'รัฐบาล'ไม่ได้เตะถ่วงกม.ฟอกเงิน

                  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่นักธุรกิจมีการเรียกร้องให้รัฐบาลมีการผลักดันกฎหมายฟอกเงิน เนื่องจากต่างประเทศไม่มีความมั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีดำจาก FATF ว่า เรื่องนี้ต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบและหากออกกฎหมายฟอกเงิน โดยที่ไม่มีการตรวจตราให้ถี่ถ้วน ก็อาจจะเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ทำ แต่การที่จะทำก็ต้องมีกฎเกณฑ์กติกา เรื่องนี้ได้เคยมีการเสนอเข้ามาในสภาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ตนก็ได้ให้ ปปง.กลับไปทบทวน เพราะมีบางมาตราทำอะไรได้ตามใจชอบ ทำให้ ปปง.มีอำนาจเหนือศาล ตนจึงให้ ปปง.นำกลับไปปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกลับหลักนิติรัฐนิติธรรมของไทย อีกทั้ง ปปง. ไม่สามารถร่างกฎหมายเองได้ เมื่อเรื่องส่งมาถึงตน ตนก็ต้องส่งไปยังกฤษฎีกาเพื่อให้ตีความว่าเห็นชอบหรือไม่ ทั้งนี้ตนเห็นว่า ปปง.ก็มีอำนาจอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการยึดทรัพย์ และการออกกฎหมายให้มีอำนาจเหนือศาลคงเป็นไปไม่ได้

                  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า องค์กร FATF ไม่ได้เป็นองค์กรของยูเอ็น ไอเอ็มเอฟ หรือเวิร์ลแบงค์ แต่เป็นที่ปรึกษาจี 7 ที่คอยทำหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์ โดยต้องการให้ทุกประเทศมีกฎหมายยึดทรัพย์ เพื่อดำเนินการกับผู้ที่ประกอบการธุรกิจสีเทา

                  ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ ปปง.จะเพิ่มโทษฐานความผิด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องมาปรึกษากันซึ่งตนก็เชื่อว่าสามารถทำได้ ในส่วนของฐานความผิดที่มีอยู่ขณะนี้ ตนก็คิดว่าเพียงพอแล้ว แต่หากจะเอาให้มากขึ้นเพื่อไปตามใจ FATF ก็คงทำไม่ได้ เนื่องจากต้องเป็นไปตามกฎหมายของไทย

                  อย่างไรก็ตามเมื่อถามต่อว่า การบังคับใช้กฎหมายจะเข้มงวดขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องผิดกฎหมาย เช่น การพนัน หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในกฎหมายมีอยู่แล้วโดยเฉพาะในเรื่องการค้ามนุษย์ การพนัน การก่อการร้าย การฟอกเงิน เป็นต้น

                  เมื่อถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้อาจมองได้หรือไม่ว่าธุรกิจที่สุจริตอาจจะได้รับผลกระทบจากนโยบายลักษณะนี้ แต่รัฐบาลกลับมีการปกป้องธุรกิจสีเทาที่อาจจะได้รับประโยชน์ ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวว่า ไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จะไปคิดเช่นนั้น แต่จะต้องเอาคนผิดมาลงโทษ ส่วนที่ว่าจะมีการเปิดโอกาสให้นักธุรกิจที่มีความไม่สบายใจเข้ามาร่วมพูดคุยในเรื่องนี้