เห็นสนามบินสุวรรณภูมิ (สุวรรณภูมิ) มีผู้คนแออัด และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) บอกว่า สุวรรณภูมิมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารสูงถึง 47.8 ล้านคนต่อปีแล้ว จึงต้องเร่ง (1) ฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง (ดอนเมือง) และ (2) ลงทุนเฟส 2 ของ สุวรรณภูมิกว่า 6 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผู้โดยสารใน 5-6 ปีข้างหน้า ให้ได้ 60 ล้านคนต่อปี...
ท่านผู้อ่านสงสัยกันหรือเปล่าครับว่า ทำไมสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้เพียง 45 ล้านคน แต่ทำไมผู้โดยสารคนที่ 45 ล้าน+1 ถึงคนที่ 47.8 ล้านถึงใช้บริการได้?...ท่านผู้อ่านสงสัยหรือเปล่าครับว่า ถ้าสุวรรณภูมิเต็มแล้ว ทอท.จะเร่งถมเงินไปทางไหนระหว่างฟื้นฟูดอนเมือง ใช้เป็นสนามบินคู่ หรือเร่งขยายสุวรรณภูมิ หรือทำทั้ง 2 ทาง? ..
ประเด็นแรก ศักยภาพสนามบิน 45 ล้านคนต่อปีก่อนครับ ... ศักยภาพ 45 ล้านคนต่อปีนี่ เขาคำนวณกันยังไง โดยคำนวณตั้งข้อสมมุติว่าจะมีช่วงเวลาแออัด(peak hour) 3 ชม.ต่อวัน ดูจากศักยภาพทางวิ่ง อาคารโดยสาร ฯลฯ แล้ว สุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารสูงสุดชม.ละ 11,000 คน และ 3 ชม. ก็ 33,000 คน อีก 21 ชม.ที่เหลือสมมติว่า มีผู้โดยสารเพียง 40% ของ peak hour หมายความว่าจะมีผู้โดยสาร 4,400 คน ... คูณ 21 ชม.เป็น 92,400 คนต่อวัน … เมื่อเอาผู้โดยสารช่วง peak hour 3 ชั่วโมง 33,000 คน บวกช่วงไม่ peak อีก 92,400 คน รวมรับผู้โดยสารวันละ 125,400 คน ... 365 วันก็ 45.8 ล้านคนต่อปีครับ
... นั่นหมายความว่า ถ้ามีคนมาพูดว่า สนามบินเต็มศักยภาพแล้ว หมายความว่า สนามบินยังมีอีก 21 ชม.ในหนึ่งวันที่ผู้โดยสารใช้งานต่ำกว่าครึ่งของศักยภาพ ผมพูดอย่างนี้คงไม่ผิดนะครับ เพราะบางช่วงเวลา ผู้โดยสารก็เกิน 11,000 ต่อชม. ความแออัดจึงมีให้เห็น แต่ก็มีอีกสิบๆ ชม.ที่ไม่ได้แออัด ตรงนี้วัดที่การบริหารจัดการแหละครับ เพื่อไม่ให้คุณภาพบริการเสีย
ผมลองคำนวณเล่นๆ พบว่า หากสนามบินมีผู้โดยสารใช้เต็มศักยภาพชม.ละ 11,000 คนสัก 12 ชม. สุวรรณภูมิจะรองรับผู้โดยสารได้วันละ 184.800 คน ปีละ 67.5 ล้านคน เพียงพอกับการรองรับผู้โดยสารที่ขยายตัว 7% ไปอีก 5 ปี ... ก็พอดีกับที่ ทอท. วางแผนว่าเฟส 2 จะเสร็จอีก 5-6 ปีครับ ... ช่วงนี้อาจเห็นผู้คนแออัดไปหน่อย
…ท่านผู้อ่านก็คงสบายใจได้นะครับ ว่าสุวรรณภูมิจะไม่ห้าม ผู้โดยสารคนที่ 45 ล้าน+1 เข้าประเทศจากสาเหตุ “สนามบินเต็มแล้ว” แน่นอนครับ เหลือช่วงไม่แออัดบริการอีกสิบๆ ชั่วโมง
หันกลับไปดูดอนเมืองกันบ้างครับ ถกเถียงกันมาตั้งแต่ย้ายสนามบินไปสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2549 ตอนนี้ก็เกือบ 6 ปีแล้วว่าจะเอาอย่างไรกับดอนเมือง เถียงกันไปเรื่อยๆ ดอนเมืองก็ขาดทุนไป ปีละ1 พันล้านบาท .. เสียเงินเป็นสิบๆ ล้านบาทจ้างฝรั่ง 2 รายมาวิเคราะห์ รายนึงเป็นมนุษย์มาตรฐานความปลอดภัยสนามบินครับคือ องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ International Civil Aviation Organization (ICAO) อีกรายเป็นมนุษย์สายการบินคือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ International Air Transport Association หรือที่เราคุ้นเคยชื่อ IATA ..
ตอนนั้นผมเป็น รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด ทอท. มีผลสรุปพอดี บทสรุปของ ICAO บอกว่าควรใช้สุวรรณภูมิเป็นสนามบินเดี่ยว เพราะถ้าดอนเมืองมีเที่ยวบินมากถึงจุดหนึ่ง การจราจรบนอากาศจะไม่ปลอดภัย เพราะรันเวย์ทั้ง 2 สนามบิน วางตัวในลักษณะต้องทำให้เครื่องบินบินตัดกันบนอากาศ หากลงจอดพร้อมๆ กันจะอันตราย ส่วน IATA เห็นว่า หากมี 2 สนามบินจะทำให้ต้นทุนสายการบินสูง เพราะต้องมี 2 ออฟฟิศใน 2 สนามบิน และเห็นว่า การรวมศูนย์สนามบินจะทำให้การต่อเครื่อง หรือแลกลูกค้าระหว่างสายการบิน ทำได้ดีกว่ามีตลาดเดียว ซื้อขายของ (ผู้โดยสาร) ทำในที่เดียว ไม่ต้องไปแวะหลายที่
ผมในฐานะอดีตผู้บริหารทอท. ขอใช้พื้นที่คอลัมน์นี้ให้ข้อมูลแก่สาธารณชน และขออนุญาตให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณปิดประเด็นกันเองนะครับ!!!!
----------
(หมายเหตุ : ปิดประเด็น : สนามบินสุวรรณภูมิกับผู้โดยสารคนที่ 45 ล้าน + 1 : โดย ... ดร. นิตินัย ศิริสมรรถการ - nitinai@live.com)
----------