'สยามประชาภิวัฒน์'ยัน!ค้านแก้รธน.

'สยามประชาภิวัฒน์' เสนอคืนชีพ กก.-สมัชชาปฏิรูป ปท. คัดเลือกที่มา ผ่านอดีตประมุข 3 ฝ่าย บริหาร-ตุลาการ-นิติบัญญัติ วาดโมเดลคลอดข้อเสนอพร้อมส่งปชช.ทำประชามติ ก่อนขอสภาแค่ตรายาง หวังลดอำนาจนักการเมือง

          22 ก.พ. 55  ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เรื่อง “การปฏิรูปประเทศไทยให้หลุดพ้นจากระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุนผูกขาด” โดยระบุถึงการหยุดแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่ระบอบ “เผด็จการพรรคการเมืองนายทุนผูกขาดเบ็ดเสร็จ” เพราะประเทศไทยมีโจทย์สำคัญกว่า คือการปฏิรูปประเทศให้หลุดพ้นจากวังวนเผด็จการพรรคการเมืองนายทุน ดังนั้นแทนที่รัฐบาลและรัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจึงไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลและรัฐสภาควรกระทำคือการดำเนินการปฏิรูปประเทศโดยการเพิ่มบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดโครงสร้างและกระบวนการปฏิรูปประเทศทั้งระบบ

          แถลงการณ์ส่วนหนึ่งระบุว่า กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์เสนอให้มีการตั้งองค์กรดำเนินการปฏิรูปประเทศ โดยมี 1. คณะกรรมการกำกับการปฏิรูปประเทศ เป็นองค์กรระดับสูงในการกำกับดูแลการปฏิรูปโครงสร้างของระบบต่างๆ จำนวน 9 คน โดยมีที่มาจากที่ประชุมอดีตประมุขขององค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยทั้ง3ฝ่าย ได้แก่ที่ประชุมของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมของอดีตประธานรัฐสภา และที่ประชุมของอดีตประธานศาล ทั้งนี้มีอำนาจหน้าที่กำกับและประสานการดำเนินการปฏิรูปประเทศ

          2. สมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรศูนย์รวมของภาคประชาชนที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมอย่างสำคัญของภาคประชาชน มีที่มาจากสมาชิกองค์กรภาคประชาชนจำนวนไม่เกิน 100 คน ซึ่งมีที่มาจากการสรรหาผู้แทนองค์กร ประกอบไปด้วย สภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน สมัชชาสุขภาพ องค์กรวิชาชีพที่มีกฎหมายจัดตั้ง องค์กรภาคธุรกิจด้านอุตสาหกรรมและการบริการ กลุ่มเครือข่ายเกษตรกร กลุ่มองค์กรด้านแรงงานและองค์กรผู้บริโภค กลุ่มองค์กรเครือข่ายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร กลุ่มองค์กรด้านศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการเสนอ กลุ่มองค์กรด้านการพัฒนาเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ

          3. มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปในประเด็นต่างๆ ได้แก่ 1.คณะกรรมการปฏิรูประบบการเมือง 2.คณะกรรมการปฏิรูประบบบริหารและยุติธรรม 3.คณะกรรมการปฏิรูปสังคมและเศรษฐกิจ ทั้งนี้มีหน้าที่จัดทำแผนและข้อเสนอการปฏิรูปเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับปฏิรูปประเทศต่อไป
 นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะนักวิชาการกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่ประเทศประสบอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีกรรมการฯมากำกับการปฏิรูปประเทศในประเด็นต่างๆ และอยู่คู่ขนานกับระบบการเมืองแบบตัวแทนที่กลุ่มทนผูกขาดอยู่ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯก็ไมได้อยู่แบบลอยๆ แต่มีการยึดโยงกับรัฐสภาผ่านการนำเสนอแนวทางปฏิรูปและแก้ปัญหาประเทศ ทั้งนี้ความแตกต่างของคณะกรรมการกำกับการปฏิรูปฯ ที่เสนอให้ตั้งขึ้นใหม่กับคณะกรรมการฯชุดนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกตั้งขึ้นในสมัยพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต่างกันที่ครั้งนี้ข้อเสนอจากกรรมการฯจะนำไปสู่การยึดโยงกับประชาชนผ่านการทำประชามติ ซึ่งเมื่อประชาชนเห็นชอบแล้วจึงจะนำเข้าที่ประชุมรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบต่อไป

          นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า สยามประชาภิวัฒน์มองไปไกลกว่าว่าการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ แต่เชื่อว่าถึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จริงความขัดแย้งก็ไม่ยุติ ความปรองดองไม่ได้เกิด คงมีแต่การข่มขืนให้เกิดความปรองดองโดยอ้างการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเสียงข้างมากในรัฐสภา ดังนั้นควรจะมีกลไกกำกับแนวทางปฏิรูปประเทศคู่ขนานไปกับการเมืองในรัฐสภาด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวนี้ยึดโยงกับประชาชน ทั้งจากที่มาจากระบบตัวแทนกลุ่มอาชีพ การสรรหาจากประมุขทั้ง 3 ฝ่าย กระบวนการมีส่วนร่วม และแนวทางข้อเสนอที่ต้องผ่านการทำประชามติก่อนทุกครั้ง