ผลสำเร็จจากโครงการปลูกยางพาราเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงฯ ระยะที่ 1 (โครงการล้านไร่) ในพื้นที่ปลูกใหม่ ในภาคเหนือ 17 จังหวัด และอีสาน 19 จังหวัด ที่เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2547 นั้น มาบัดนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ได้เปิดกรีด จนสามารถสร้างรายได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ตามคณะผู้บริหารสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) นำโดย วิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสกย. ขึ้นเหนือดูความสำเร็จของโครงการยางพารา 1 ไร่ ที่วันนี้ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัดหันมาปลูกยางพาราแทนการปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนไม่คุ้มทุน ทั้งยังช่วยฟื้นผืนป่าเดิมเสริมป่าใหม่ ด้วยต้นยางพาราและลดปัญหาการบุกรุกทำลายป่าของชาวบ้านในการทำไร่ข้าวโพดอีกด้วย
บ่ายแก่ๆ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อกลางวันในตัวเมืองเชียงใหม่ก็พาตะลุยดูกิจกรรมของสกย.ที่จัดขึ้นในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ราชพฤกษ์ 2011 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2554-14 มีนาคม 2555 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยบูธของสกย.จะอยู่ด้านหลังของหอคำหลวง ภายในจะประกอบไปด้วย 3 หน่วยงาน สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร สกย. และองค์การสวนยาง ซึ่งจัดกิจกรรมเกี่ยวกับยางพาราแบบครบวงจร ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
วิทย์ ประทักษ์ใจ ผอ.สกย.กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกรรมครั้งนี้เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 3 โอกาสมหามงคลของปวงชนชาวไทยคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา 28 กรกฎาคม 2555 ภายในจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เริ่มด้วยนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางยางพาราไทยจากอดีตจนปัจจุบัน รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปเช่นทดลองกรีดยาง ติดตายาง การทำยางแผ่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาองค์ความรู้เกี่ยวกับอาชีพทำสวนยางสำหรับเกษตรกรมือใหม่ทุกวันตลอดการจัดงานด้วย
เช้าวันต่อมาลงพื้นที่ดูความสำเร็จของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกยางพาราเพื่อยกระดับรายได้และความมั่นคงฯ ระยะที่ 1(โครงการล้านไร่) ในท้องที่ ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ จ.พะเยา ที่เริ่มปลูกยางพารามาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงวันนี้ส่วนใหญ่ได้เปิดกรีดกันแล้ว โดยมี วิสุทธิ์ ไชยอรุณ ส.ส.พะเยา เขต 2 พรรคเพื่อไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่หันมาปลูกยางพารา
ส.ส.วิสุทธิ์ บอกว่า ได้ความคิดการปลูกยางพาราในพื้นที่ จ.พะเยา มาตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมไสใหญ่ เพราะเห็นครอบครัวเพื่อนๆ ร่วมชั้น มีฐานะทางการเงินดี จากอาชีพทำสวนยางพารา ก็น่าจะนำมาปลูกที่บ้านเราด้วย กระทั่งมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็ยังยืนยันเจตนาเดิม จนกระทั่งเข้าสู่วงการเมืองก็เริ่มลงมือทดลองปลูกอย่างจริงจัง และยังส่งเสริมชาวบ้านในพื้นที่ปลูกด้วย
"พะเยาเป็นเมืองเล็กมีพื้นที่ทั้งหมด 3.95 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร 1.36 ล้านไร่ ที่เหลือเป็นที่ราบสูงและภูเขาสลับซับซ้อน ดังนั้นจะทำอะไรก็จะไปในทิศทางเดียวกันหมด ถึงแม้เราจะไม่สามารถแข่งในเรื่องการท่องเที่ยวกับเชียงใหม่และเชียงรายได้ แต่เราจะเน้นให้พะเยาเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรต่างๆ ไม่ว่ายางพาราหรือข้าวหอมมะลิ เพราะฉะนั้นในอนาคตเราต้องการผลักดันให้พะเยาเป็นศูนย์กลางการค้ายางพาราแห่งล้านนาเพื่อเชื่อมต่อการส่งออกไปตามเส้นทางอาร์สามเอของประเทศจีน" ส.ส.วิสุทธิ์ยืนยัน ซึ่งสอดรับกับแนวนโยบายของสกย.ที่ต้องการให้ จ.พะเยาเป็น "ศูนย์กลางการค้ายางพาราแห่งล้านนา" เพื่อเชื่อมต่อการส่งออกไปตามเส้นทางอาร์สามเอของประเทศจีนในอนาคตอีกด้วย
ผอ.สกย.กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน จ.พะเยามีพื้นที่ปลูกยางทั้งสิ้น 140,275 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 14,957 ราย โดยปลูกมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.เชียงคำ และ อ.ภูซาง ซึ่งทั้งสองอำเภอรวมกันมากถึง 6 หมื่นกว่าไร่ และสามารถเปิดกรีดได้แล้ว 13,417 ไร่ จำนวน 1,624 ราย และคาดว่าในปี 2555-2556 จะมีพื้นที่เปิดกรีดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 23,455 ไร่ ซึ่งเป็นไปตามภารกิจของ สกย.ในการส่งเสริมปลูกยางพาราในพื้นที่แห่งใหม่ นอกจากส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมให้แก่เจ้าของสวนยางมือใหม่ให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่การปลูกจนถึงการนำผลผลิตไปขายแล้ว ยังส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อผลักดันในการจัดตั้งตลาดประมูลยางพาราระดับท้องถิ่นเพื่อลดการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางอีกด้วย
จากนั้นก็ลงพื้นที่ดูสวนยางพารากรีดใหม่ของป้าสวย ปันนวล เกษตรกรชาวสวนยางใน ต.แม่ลาว อ.เชียงคำ บนเนื้อที่ 10 ไร่ ที่ทุกวันนี้ได้เปิดกรีดเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมาดูการจัดตั้งตลาดประมูลยางระดับท้องถิ่นที่บ้านทุ่งกล้วย ต.ทุ่งกล้วย อ.ภูซาง ซึ่งเป็นตลาดประมูลยางนำร่องต้นแบบของ จ.พะเยา จากผลการดำเนินงานในปี 2554 ปรากฏว่ามีปริมาณยางพาราเข้าสู่ตลาดทั้งสิ้น 102,085 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 13.02 ล้านบาท
นับเป็นโอกาสดีของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง จ.พะเยา ที่อนาคตเมืองแห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางยางพาราแห่งล้านนา ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์จังหวัดที่ตั้งไว้ด้วยพลังขับเคลื่อนจากทุกๆ ส่วนงาน
.......................................
(ท่องโลกเกษตร : ตามไปดูเถ้าแก่สวนยางที่'พะเยา' แวะ'พืชสวนโลก'ดูยางครบวงจร โดย...สุรัตน์ อัตตะ)