'ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ' ขับเคลื่อนอัมพวา

เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ' ขับเคลื่อนอัมพวาเพื่อประชามีสุข

                     เทศบาลตำบลอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ก่อตั้งปี พ.ศ.2483 เมื่อเริ่มก่อตั้งนั้นมีประชากรราว 1 หมื่นคน แต่ปัจจุบันเหลือประมาณ 5,000 คน เพราะเมื่ออดีตอัมพวาเป็นศูนย์กลางคมนาคมทางน้ำของ จ.สมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง มีเศรษฐกิจดี เป็นย่านการค้า มีตลาดน้ำ

                      ต่อเมื่อปี พ.ศ.2510 เริ่มมีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางบก มีการตัดถนนมากมาย ความเป็นศูนย์กลางด้านการค้าของอัมพวาก็ได้รับผลกระทบ ชาวบ้านเปลี่ยนวิถีชีวิตจากที่เคยใช้เรือขนสินค้าไปกรุงเทพฯ ก็มาใช้รถขนแทน โดยเฉพาะเมื่อรัฐได้ตัดถนนพระราม 2 การเดินทางกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ยิ่งส่งให้บทบาทของอัมพวาที่เคยเป็นศูนย์กลางคมนาคมลดลงและปิดตัวเองในที่สุด

                     ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา กล่าวว่า รับตำแหน่งนายกปี 2547 และได้แบ่งการพัฒนาเทศบาลออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรก พออยู่พอกิน ระยะที่สอง อยู่ดีมีสุข และระยะที่สาม มั่งมีศรีสุข

                     ระยะแรก พออยู่พอกิน เริ่มปี 2547 เริ่มทำโครงการตลาดน้ำอัมพวาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป้าหมายเพื่อสร้างงานให้แก่คนท้องถิ่น เริ่มจากเป็นตลาดเล็กๆ แม่ค้าเรือมี 10 ลำ แม่ค้าบนบกมี 40 ราย มีลูกค้าเป็นคนในชุมชนเทศบาล และใน จ.สมุทรสงคราม มาอุดหนุน

                      "ตอนทำตลาดน้ำใหม่ๆ พ่อค้าแม่ค้าติดหนี้นอกระบบกันมาก แม้จะไม่เสียค่าเช่า เพราะไม่รู้จะขายสินค้าให้ใคร เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวน้อยมาก ต่อเมื่อเทศบาลตั้งเป้านักท่องเที่ยวเป็นคนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น กระทั่งวันนี้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แวะมาเยี่ยมเยือน" นายกแจง

                     ระยะที่สอง คือ อยู่ดีมีสุข ร.ท.พัชโรดมบอกว่า เริ่มปี 2551 ด้วยการสร้างสังคมผู้ประกอบการ เพราะจากที่สมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนผลไม้ อีกทั้งมีภูมิศาสตร์ติดแม่น้ำ ลำคลอง จึงส่งผลให้ปัจจุบันเป็นจังหวัดที่มีโฮมเสตย์มากที่สุดในประเทศไทย และกลายเป็นธุรกิจที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น โดยที่เทศบาลเข้าไปช่วยพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ เหล่านี้ให้มีทักษะ ด้วยการหาหน่วยงานมาสนับสนุน ทั้งในแง่อบรมด้านภาษา การทำธุรกิจ ฯลฯ

                     "ต้องยอมรับว่า การเกิดเมืองท่องเที่ยว หากคนท้องถิ่นเป็นแค่ลูกจ้างจะไม่เกิดประโยชน์อะไร คนท้องถิ่นจะต้องเป็นเจ้าของกิจการ เพราะเมื่อเป็นเจ้าของก็คงไม่อยากให้น้ำในคลองนั้นเน่าเสีย จึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ดูแลรักษาอย่างดีที่สุด เพราะถ้าน้ำเน่ากิจการเขาก็เจ๊ง"

                     ขณะที่ระยะที่สาม มั่งมีศรีสุข เริ่มปี 2554 เน้นพัฒนาคน คือ รักษาความสมดุลในด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ โดยที่นายกบอกว่า วันนี้อัมพวาเศรษฐกิจดี แต่ไม่ได้เงินเป็นตัวตั้ง เพราะหากเทียบการท่องเที่ยวระหว่างอัมพวากับพัทยา จะพบว่า เศรษฐกิจพัทยาดีกว่า แต่มิติของสังคมกับสิ่งแวดล้อมอัมพวาจะดีกว่า สิ่งที่สำคัญของคำว่ามั่งมีศรีสุขคือ ความร่ำรวยเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิต

                     "ได้เซ็นเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี เรื่องความร่วมมือส่งครูอาจารย์มาสอนภาษาอังฤกษแก่โรงเรียนในสังกัดเทศบาล เพื่อรองรับการค้าเสรีในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งภาษาเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้คนรุ่นต่อไป แม้อัมพวาจะเป็นเมืองเก่า แต่ต้องเห็นว่าโลกขับเคลื่อนไปอย่างไร ต้องทำให้คนอัมพวามีขีดความสามารถในการแข่งขันและเข้มแข็งควบคู่ด้วย"

                     ส่วนปัญหาและอุปสรรคการพัฒนาเทศบาลนั้น ร.ท.พัชโรดม บอกว่า เป็นเรื่องความเห็นไม่ตรงกันของชาวบ้านและเทศบาล อย่างเช่น เรือชมหิ่งห้อย แรกชาวบ้านจะไม่เห็นด้วย ทว่า เมื่ออธิบายถึงคุณค่า อีกทั้งสร้างขบวนการให้นักท่องเที่ยวมาชมหิ่งห้อยได้ ซึ่งผลตามมาคือ ชาวบ้านมีรายได้ เหล่านี้ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเกิดขึ้น

                     สำหรับแนวทางการพัฒนาเทศบาลตำบลอัมพวา ระยะสั้นให้ความสำคัญกับเด็ก และเยาวชน เพราะหากเด็กวันนี้มีคุณภาพ มีความสามารถ เข้มแข็ง มีทักษะครบถ้วน อีก 10 ปีข้างหน้าก็จะมีผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ซึ่งนั่นหมายถึงเมืองก็มีความเข้มแข็งด้วยเช่นกัน ส่วนระยะยาว คือ การพัฒนาไปตามกรอบนโยบายของเทศบาล

                      ทว่า นายกเน้นย้ำสิ่งที่ควรทำคือ การรักษาความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทำให้เมืองอยู่อย่างมีความสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และให้ทุกคนมีโอกาส มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน

..................................
(เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'ร.ท.พัชโรดม อุนสุวรรณ' ขับเคลื่อนอัมพวาเพื่อประชามีสุข)