16 ก.พ.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ช่วงกระทู้ถามสด ของ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการปฏิบัติภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่ได้ใช้เวลาราชการ ช่วงที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไปที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น เมื่อ 8 ก.พ. ได้เกิดเหตุความวุ่นวายและความตึงเครียด จนประธานสภาฯ ได้สั่งให้ตำรวจสภาฯ เข้ามาเชิญส.ส.ที่สร้างความวุ่นวายออกจากห้องประชุม และสั่งพักการประชุมเพื่อยุติควมตึงเครียดไป 15 นาที
โดยก่อนเริ่มซักถาม นายสมศักดิ์ ระบุว่า นายกฯ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ต่างจังหวัด จึงไม่สามารถตอบกระทู้ดังกล่าวได้ และได้มอบหมายให้ พล.อ.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ ชี้แจงแทน ทำให้ น.ส.รังสิมา สอบถามว่า กรณีที่นายกฯเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซั่น ในระหว่างการประชุมสภาฯ ทำให้เกิดความเคลือบแคลงว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่ แต่ขณะนี้นายกฯ ได้มอบหมายให้รองนายกฯ มาชี้แจงแทน แต่รองนายกฯ ได้เดินทางไปด้วยหรือไม่ ดังนั้นจะชี้แจงแทนได้หรือไม่
ทำให้นายสมศักดิ์ชี้แจงว่า ตามข้อบังคับการประชุม การตั้งกระทู้ต้องไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว และรู้มาตั้งแต่แรกว่านายกฯไม่อยู่ ซึ่งได้รับรายงานจากนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่ามีการหารือในช่วงเช้าแล้วและท่านก็ทราบปัญหาทั้งหมด และไม่ขัดข้องหากนายกฯจะมอบให้ใครมาชี้แจงแทน แต่หากยืนยันให้นายกฯมาตอบก็จะไม่บรรจุ แต่พอวาระบรรจุแล้วจะให้นายกฯมาตอบคงไม่ถูกต้องนัก
จากนั้นนายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ชี้แจงว่า นายวิสุทธิ์แจ้งว่าได้แจ้งให้น.ส.รังสิมาทราบแล้ว ว่านายกฯและรัฐมนตรีอีก 14-15 คน ต้องลงพื้นที่ดูน้ำท่วม เมื่อรู้แล้วทราบแล้วว่านายกฯและรัฐมนตรีบางส่วนไม่อยู่ แล้วยังจะถามหมายความว่าอย่างไร เพราะตกลงกันแล้วจะไม่ถามเรื่องส่วนตัว
ซึ่งช่วงนั้นเองบรรยากาศการประชุมเริ่มวุ่นวาย เมื่อนายประเสริฐ สุวรรณสิริ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมเข้าประชุมกับน.ส.รังสิมา ช่วงที่เจรจากับนายวิสุทธิ์ ชี้แจงยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงอย่างนั้น และเป็นสิทธิของผู้ยื่นไม่ให้เสียสิทธิ ถ้านายกฯเข้าใจก็ควรกลับมาสภาฯตอบกระทู้ให้จบ ด้านนพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสริมว่า ไม่ได้มีข้อตกลงเช่นนั้น ดังนั้นต้องมีคนโกหกระหว่างประธานกับนายวิสุทธิ์ ทำให้นายสมศักดิ์กล่าวย้อนว่า “รวมถึงท่านด้วย”
ขณะที่น.ส.รังสิมาลุกขึ้นตอบโต้ว่า กระทู้ของตนเป็นการถามเรื่องการปฏิบัติภารกิจ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ถ้าเป็นของของท่านตนไม่ไปยุ่งด้วยอยู่แล้ว โดยช่วงเช้าระหว่างมีการหารือกันได้เชิญนายประเสริฐและนพ.สุกิจไปเป็นพยาน ตนไม่ไปทำอะไรอยู่คนเดียวเหมือนที่นายกฯทำ บนชั้น 7 โรงแรมโฟร์ซีซั่น
ทำให้นายพิชิฏ ชื่นบาน ส.สงบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นขอให้น.ส.รังสิมาถอนคำพูดกล่าวหาว่านายกฯไปทำอะไรตามลำพัง เป็นการพูดเสียดสีให้ร้าย ซึ่งนายสมศักดิ์ ได้วินิจฉัยและขอให้น.ส.รังสิมาถอนคำพูด ทั้งนี้ น.ส.รังสิมา ย้อนถามว่า จะให้ถอนประโยคไหน เพราะคำที่พูดไปไม่ใช่คำเสียดสี หรือ ให้ร้ายนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ ไม่สามารถชี้แจงว่าเป็นคำพูดใดได้ จึงตัดบทว่า “เป็นอำนาจของประธานฯ สั่งให้ท่านถอน หากไม่ถอน ผมจะไม่อนุญาตให้ถามต่อ หากไม่ยอมถอม และไม่ได้ถาม ผมจะให้กระทู้สดของท่านตกไป” ทำให้น.ส.รังสิมา พยายามถามย้ำว่าให้ถอนคำพูดใด หากตอบไม่ได้ ขอให้นำเทปบันทึกการประชุมมาเปิดยืนยัน ระหว่างนั้น นายสมศักดิ์ ได้ยืนยันขอให้ถอนคำพูด ก่อนที่จะถามหรือพูดต่อ แต่น.ส.รังสิมายืนยันคำเดิม ทำให้ นายสมศักดิ์ วินิจฉัยว่า “หากคุณรังสิมาไม่ถอน และไม่ถาม ถือว่ากระทู้นี้ตกไป”
ทำให้ส.ส.พรรคฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นยืนเพื่อประท้วงการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ อยู่จำนวนหนึ่ง แม้ว่านายสมศักดิ์ร้องขอว่าขอให้ยุติการประท้วง เพราะทราบว่าจะเป็นการประท้วงในข้อบังคับที่ซ้ำกัน แต่ไม่เป็นผล ทำให้มีส.ส.ประชาธิปัตย์ที่นั่งทำหน้าที่ในที่ประชุมลุกขึ้นยืนเพิ่มเติม ทำให้ นายสมศักดิ์ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ด้วยการลุกขั้นยืนเพื่อให้ ส.ส.ที่ประท้วงนั่งลง ทำให้มีส.ส.ที่ยืนนั่งลง แต่หลังจากที่นายสมศักดิ์ นั่งลงแล้ว กลับมีส.ส.ที่ต้องการประท้วงลุกขึ้นยืนอีก เมื่อเหตุวุ่นวายไม่สงบลง นายสมศักดิ์ จึงออกคำสั่งให้ตำรวจรัฐสภา เข้ามาเชิญตัวส.ส.ที่ยืนประท้วงออกจากห้องประชุม แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะมีส.ส.ฝ่ายค้านได้ลุกและเดินไปมาในห้องประชุม พร้อมทั้งจับกลุ่มคุยกัน ทำให้นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ตำรวจรัฐสภาครับ หากใครไม่นั่งขอให้นำตัวออกจากห้องประชุม ท่านต้องฟังคำสั่งของผม เชิญตัวส.ส.ที่ยืนประท้วง ออกจากห้องประชุม และเชิญตำรวจหญิงรัฐสภา เข้ามาเชิญตัวส.ส.ออกไปด้วย”
จากนั้นเหตุการณ์ยิ่งบานปลาย เมื่อมีส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยืนจับกลุ่มวิจารณ์การทำหน้าที่ และมีส.ส.บางคนตะโกนด่าการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ กลางห้องประชุม โดยนายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตะโกนกลางห้องประชุมว่า “หากทำแบบนี้ก็เป็นสภาฯเผด็จการ ที่นี่ห้องประชุมสภาฯ ไม่ใช่การประชุมพรรค” ทั้งนี้ทำให้นายสมศักดิ์ ได้สั่งพักการประชุมเมื่อเวลา 12.50 น. เป็นเวลา 15 นาที เพื่อยุติปัญหา
สำหรับบรรยากาศห้องประชุมหลังจากที่ประธานสภาฯ สั่งพักการประชุม มีส.ส.หญิงของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ล้อมวงคุยกับน.ส.รังสิมา และมีส.ส.ชายของพรรคประชาธิปัตย์ได้จับกลุ่มสนทนาเช่นเดียวกัน โดยนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับสำนักข่าวเนชั่นว่า “เป็นแบบนี้เรื่องก็ไม่จบ หากเปิดประชุมอีก ก็ต้องถามว่า ทำไมถึงพิจารณาเรื่องนี้ไม่ได้ และหากเป็นแบบนี้ต้องไป นายกฯ คงมีคำสั่งให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พักการประชุมเป็นเวลา 1 ชั่วโมง นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ได้ขึ้นทำหน้าที่และกล่าวว่า “ที่ประชุมได้ให้วิปรัฐบาลและฝ่ายค้านไปหารือกันเพื่อยุติเรื่องนี้ และสภาฯ ได้ใช้เวลาประชุมมาพอสมควรแล้ว ผมจึงขอปิดการประชุม”
สส.หญิง เพื่อไทย ประณาม สส.หญิงฝ่ายค้านใช้หน้าที่เหยียบย่ำ 'นายกฯหญิง'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายกลางที่ประชุมสภาฯ จนเป็นเหตุให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ต้องสั่งให้ตำรวจรัฐสภา เชิญตัว สส.พรรคฝ่ายค้านที่ยืนประท้วงประธานฯ ออกจากห้องประชุม โดยนางอรุณี ชำนาญยา สส.พะเยา พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย สส.หญิงของพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความเสียใจที่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ และ สส.ซีกพรรคฝ่ายค้าน ได้ใช้หน้าที่ในสภาฯ เหยียบย่ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ
“คำพูดของท่านส.ส.หญิงที่บอกว่ามาหาเรื่อง ถือว่าเจตนาหาเรื่อง เพราะหากทำตามข้อบังคับการประชุม ทราบว่านายกฯ ไม่อยู่และกระทู้ที่ได้ตั้งถามเป็นภาระกิจส่วนตัว ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมไม่สามารถถามได้ แต่หากถามในข้อราชการ นายกฯ สามารถมอบหมายภาระกิจได้ ยังดันทุรังถาม ดังนั้นเจตนารมณ์ดินฉันขอแสดงความเห็นว่าเป็นเจตนาที่น่าเสียดายที่ผู้นำทางการเมืองหญิงวันนี้ถูกผู้หญิง ใช้ความเป็นผู้หญิงมาเหยียบย่ำกัน ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณณ์ทีเกิดขึ้น” นายอรุณี กล่าว