งานแต่งงานเล็กๆ ที่ถูกเนรมิตขึ้นอย่างสวยงามและเรียบง่าย มีท้องฟ้าสดใสทะเลสีครามอยู่รายล้อม งานแต่งงานที่แสนจะโรแมนติกของ น.ส.นิธิวดี อยู่สุข หรือ "นิ" สาวกำแพงเพชร กับนายเดอร์เว็น กิปสัน หรือ เด็น หนุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ของทั้งสองที่ต่างมาเป็นพยานและร่วมอวยพรให้ทั้งสองคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
แม้ว่างานแต่งนี้จะผ่านไปนานกว่า 1 ปีแล้ว แต่กลิ่นอายของความสุขยังกรุ่นอยู่รอบตัวบ่าวสาว ที่ทุกวันนี้เป็นครอบครัวสมบูรณ์แบบ พ่อ แม่ ลูก เมื่อมีพยานรักตัวน้อย เด็กชายเซนเน็น เจตน์ กิปสัน ปัจจุบันอายุ 3 เดือน มาเติมเต็ม ..กว่าจะมีวันนี้ ชีวิตรักของ "นิธิวดี-เด็น" ก็เกือบต้องเลิกรากัน
หลังจากเรียนจบที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว นิตัดสินใจเดินทางลงมากรุงเทพมหานคร ตามคำชวนของเพื่อนพี่สาว จากนั้นก็สมัครเข้าทำงานเป็นแอร์โฮสเตสที่สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ 4 ปี แล้วย้ายมาทำงานที่การบินไทยจนถึงปัจุบันก็ประมาณ 8 ปีแล้ว บินไปแถบประเทศยุโรป ชอบงานนี้มากนอกจากจะเป็นเรื่องงานที่ต้องรับผิดชอบ ส่วนตัวยังเป็นคนชอบแบกเป้เดินทางท่องเที่ยว ได้เดินทางไกลเกือบค่อนโลกถือเป็นประสบการณ์ที่ดี
ไม่ต่างกับเดอร์เว็น กิปสัน หรือเด็น หนุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เรียนจบทางด้านการเดินเรือ การขับเรือยอชท์ เป็นกัปตันเดินเรือหนุ่มที่ได้เดินทางไปรอบโลก กัปตันหนุ่มที่พูดคุยสนุก ฉลาด หน้าตาดี ทำให้เป็นคนเจ้าเสน่ห์ ไม่ยากนักที่หญิงสาวหลายคนจะมาตกหลุมรัก
จนเมื่อ 5 ปีที่แล้วทั้งคู่โคจรมาเจอกัน โดยมีกามเทพที่เป็นเพื่อนสนิทของทั้งคู่ชักจูงมาให้ทั้งสองคนได้รู้จักและรักกัน
“นิได้เจอและรู้จักกับสามีครั้งแรกเมื่อปี 2550 ที่บ้านเพื่อนทำงานด้วยกันที่การบินไทย เพื่อนสนิทเราทั้งสองคนเป็นแฟนกันอยู่ แล้วเพื่อนก็แนะนำให้เราทั้งสองคนรู้จักกัน ครั้งแรกนัดมาเจอกันที่บ้านร้องคาราโอเกะ ตอนนั้นเจอก็แค่ทักเฉยๆ แทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย อีกอย่างช่วงนั้นเรามีแฟนอยู่แล้วก็ไม่สนใจเลย ต่างคนก็ต่างไม่ได้สนใจกัน”
แต่สิ่งที่ทำให้เด็นจำหญิงสาวได้ขึ้นใจคือ เมี่ยงหมูหยองที่นิธิวดีทำมาให้ทุกคนได้ชิม แต่ถูก "เด็น" ยึดเมี่ยงหมูหยองไว้กินคนเดียว
“ผมเดินเข้าไปชมว่าทำเมี่ยงหมูหยองอร่อยมาก เขาทำมาฝากให้เพื่อนๆ กินกัน ผมกินอยู่คนเดียวจนหมด นอกนั้นเราก็คุยกันเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไร”
ผ่านไปครบปีที่ทั้งคู่ก็ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่การงานจนลืมกันไป จนถึงวันแต่งงานของเพื่อนสนิท จึงทำให้ทั้งคู่ได้มาเจอกันอีกครั้ง ทำให้ได้เริ่มปลูกต้นรักกันอย่างจริงจัง
“คริสและเอ็มเพื่อนสนิทของเราทั้งคู่แต่งงานกันที่ จ.ระยอง เราก็ต่างเดินทางไปทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าว นิจำคุณเด็นไม่ได้ ช่วงเช้าก็ยังไม่มีใครสนใจใคร สบตากันไปมาอีกทีก็ตอนงานเลี้ยงกลางคืน ทีนี้หันไปทีไรก็เห็นเขามองมา จนเขาเดินมาทักและถามว่า เราเคยเจอกันใช่ไหม ทำเมี่ยงหมูหยองใช่ไหม นั่นแหละถึงจำได้”
เมื่อความรักค่อยๆ เริ่มต้น ต่างคนต่างใจ ต่างเหตุผลที่จะตกหลุมรักใครสักคน แต่มีสิ่งที่ทำให้นิธิวดีคอยเตือนตัวเองมาตลอด คือ ต้องไม่หลงใหลชายหนุ่มรูปหล่อ คุยสนุก เจ้าเสน่ห์ ที่กำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตคนนี้ เพราะยังไม่คิดที่จะเริ่มต้นกับใครหลังจากที่เลิกรากับแฟนเก่ามาเกือบปี
“ช่วงที่สามีเข้ามาในชีวิต เขียนบันทึกเตือนตัวเองไว้ในไดอารี่ว่า ผู้ชายคนนี้ดูดี คุยสนุก แต่ผู้หญิงคนอื่นก็คงคิดเหมือนกัน เราต้องไม่เป็นผู้หญิงที่ไปหลงใหลกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด เพราะไม่อยากน้ำตาเช็ดหัวเข่า คิดว่าแค่คุยกันไป ช่วงนั้นเขาได้งานส่งเรือไปปาปัวนิวกินี ต้องเดินทางประมาณเดือนกว่าก็โทรศัพท์มาหา ทั้งแปลกใจและดีใจมากด้วย เสร็จงานเขาโทรศัพท์ชวนไปเที่ยวภูเก็ต ก็ตัดสินใจไป”
ส่วนฝ่ายชายถึงแม้จะยังไม่ได้บอกรัก แต่ก็ถือโอกาสชวนเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกันเป็นครั้งแรก ทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น
“เราคุยกันแต่เรื่องฟุตบอลกับรถ เราชอบเหมือนกัน ที่เริ่มสนใจจริงๆ ก็ตอนที่เขาเล่นกระดานโต้คลื่น นั่งมองอยู่สองวัน ก็ขอให้เขาสอนให้ แต่ไม่โรแมนติกเลย เขาสอนเอาจริง แต่ทุกครั้งที่มองไป รู้สึกอบอุ่นเพราะเขาดูเราตลอด”
การพูดคุยกันอย่างถูกคอ รวมถึงการใช้ชีวิตที่คล้า ๆ กัน ทั้งการชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เหมือนกัน ผ่านไป 2 เดือน ทั้งคู่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศลาวด้วยกันอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มขอคบหาอย่างจริงจัง
“ผมเคยบอกนิว่า ผมรู้จักผู้หญิงมาเยอะมาก คบหามาเยอะแต่คบทีละคน จนรู้ว่าผู้หญิงที่ต้องการใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าคือผู้หญิงแบบไหน เมื่อพบและรู้จักกับนิ มั่นใจว่าเป็นคนที่อยากอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต ก็เลยถามว่าเราจะคบกันแบบจริงจังได้ไหม”
ความรักอิสระและกลัวกับการแต่งงานเกือบทำให้ทั้งคู่ต้องเลิกรากัน เพราะเด็นต้องดูแลตัวเองมาตั้งแต่เด็ก จึงชอบที่จะใช้ชีวิตอิสระ คำสัญญาว่าจะรักและอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าที่ให้กับภรรยายังไม่เพียงพอ เพราะชีวิตครอบครัวไม่ได้ขึ้นกับคนสองคน แต่ยังมีพ่อแม่พี่น้องที่คอยแสดงความยินดีกับคนทั้งคู่
นิพาสามีไปเจอครอบครัว 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งเป็นงานที่รวมญาติทั้งหมด ที่บ้านรักเขาทุกคน เพราะเขาคุยภาษาไทยได้ คุยสนุก กินอยู่ก็ง่าย ครอบครัวก็อยากเห็นเราเป็นฝั่งเป็นฝา ทำให้ก่อนแต่งงานเป็นช่วงที่เครียดมาก คิดว่าจะแต่งหรือไม่แต่ง ครอบครัวถามตลอดบอกว่าไม่ใช่อยู่กันไปเรื่อยๆ นะ ส่วนเด็นเขาก็รักอิสระและกลัวการแต่งงานมาก เขาถามว่าไม่แต่งงานได้ไหม แต่เขารักเราอยากอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เราบอกไม่ได้เพราะพ่อแม่คงไม่ยอม
สุดท้ายนิเก็บข้าวของกลับกรุงเทพฯ จากนั้นต้องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ 5 วัน เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้คุยกันเลยเกือบ 5 วัน เป็นช่วงที่ทรมานกันทั้งคู่
“นิเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมพาเข้าบ้าน และเป็นคนที่ผมมั่นใจว่าจะอยู่กับเขาไปจนแก่เฒ่าด้วยกัน 5 วันที่ไม่ได้ติดต่อกันเป็นช่วงที่ทำให้ทบทวนหลายเรื่อง รอจนนิกลับมาก็ชวนนิเก็บข้าวของไปดำน้ำที่เกาะราชา จองเรือ จองที่พักไว้ จนในที่สุดก็ตกลงว่าเราทั้งสองคนจะแต่งงานกัน”
ตั้งแต่ตั้งท้องเด็นก็ดูแลดีมาก เขาพูดเสมอว่า รักเรา รักลูก แล้วจะดูแลเราให้ดีที่สุด ถามว่า ทะเลาะกันมั้ย มีแน่นอนค่ะ แต่แต่งงานแล้วรู้สึกมั่นคง รักกันมากขึ้น ลึกซึ้งมากขึ้น ยิ่งเวลาอยู่กับลูกด้วยยิ่งมีความสุข เวลาเห็นเด็นกับลูก นิก็แอบน้ำตาไหล เพราะลูกทำให้เด็นเขาคิดมากขึ้นในฐานะพ่อและสามี”
เป็นชีวิตที่ลงตัวของนางฟ้า-กัปตันเรือ ที่แม้ฝ่ายหนึ่งจะอยู่บนฟ้า อีกฝ่ายต้องอยู่กับน้ำ แต่เป็นสมดุลของน้ำกับฟ้า ที่หลายคนต้องอิจฉากับความสุขของชีวิตเติมเต็มของกันและกัน "เด็น-นิธิวดี"
...................
(หมายเหตุ รสมือนางฟ้าเมืองกล้วยไข่ มัดใจกัปตัวเรือหนุ่มอังกฤษ:สะใภ้อิเนอตร์ โดย... เสาวลักษ์ คงภัคพูน / กวินทรา ใจซื่อ)