วันสิ้นโลก(อีกตอน)

วันสิ้นโลก(อีกตอน) : กระจกเงา โดยอัศศิริ ธรรมโชติ

               ว่าดวงอาทิตย์เป็นผู้ให้กำเนิดโลกที่เราอยู่ทุกวันนี้ ดวงอาทิตย์เจ้าแห่งสุริยะของเรานี้เกิดมาแล้วประมาณ 5 พันล้านปี และว่าจะมีอายุยืนนานไปอีกถึง 5 พันล้านปี กว่าจะถึงกาลแตกดับ

     
                   ถ้าหากว่าดวงอาทิตย์ดับภายใน 8 นาที ทุกชีวิตที่อยู่บนพื้นพิภพนี้ก็จะดับไปด้วย
     
                   โลกที่เป็นบ้านของเรานี้มีอายุน้อยกว่าดวงอาทิตย์ร้อยล้านปี จึงทั้งโลกและดวงอาทิตย์ถ้านับเป็นอายุคน ก็เข้าครึ่งคน ครึ่งวัยเข้าไปแล้ว การเจ็บไข้ได้ป่วยต้องถือเป็นเรื่องธรรมดา
     
                   ดวงอาทิตย์แท้แล้วคือลูกไฟดวงใหญ่ดวงหนึ่งที่ลอยอยู่ในห้วงอวกาศของเอกภพนี้ ที่มีมากนับเป็นแสนล้านดวง ดวงอาทิตย์หรือดวงดาวที่เราเห็นอยู่บนฟ้า คือกลุ่มก๊าซกับความร้อน หินแร่และโลหะ มีส่วนประกอบอันเป็นธาตุอย่างเดียวกันกับชีวิตและโลกที่เราอยู่
     
                   ว่าโลกของเรานี้ใต้ผืนดินผืนน้ำมหาสมุทรลึกลงไปก็ยังร้อนลุกเป็นไฟอยู่
     
                   โลกเป็นผู้ให้กำเนิดทุกสรรพชีวิต ทั้งพืชสัตว์คนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ ที่มีอากาศช่วยให้หายใจ มีบรรยากาศหุ้มห่อเอาไว้ช่วยมิให้ต้องหนาวหรือว่าร้อนเกินไป รวมทั้งมีอาหารให้กินเพื่อการดำรงอยู่จนเติบโตต่อไปได้อีกด้วย
     
                   เท่าที่รู้เราจึงไปอยู่ที่ไหนไม่ได้โดยปกตินอกจากบนโลกใบนี้
     
                   ดังนั้น เมื่อโลกนี้เปลี่ยน ทุกชีวิตบนโลกนี้ ย่อมเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
     
                   โลกใบนี้เปลี่ยนแปลงใหญ่มาแล้วหลายครั้ง นอกจากว่ามหาภูเขาไฟระเบิดที่ในอินโดนีเซียจนกลายเป็นทะเลสาบโทบาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ย้อนกลับไปนานกว่านั้นอีก ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดมาแล้วเมื่อกว่า 60 ล้านปีก่อน ที่วัตถุขนาดใหญ่หรือว่าอุกกาบาตจากฟ้าวิ่งเข้าชนโลกด้วยความเร็วสูง อันเป็นเหตุให้ไดโนเสาร์ต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไป
     
                   นักวิทยาศาสตร์บอกว่าโลกในเวลานั้น เกิดระเบิดอย่างรุนแรงยิ่งกว่าพลังทำลายของอาวุธนิวเคลียร์เท่าที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกเวลานี้รวมกัน แรงกระแทกทำให้เศษชิ้นส่วนของโลกกระเด็นไปจนถึงดวงจันทร์ เกิดไฟ เกิดคลื่นยักษ์และฝุ่นกลบโลกมืดเหมือนกลางคืนอยู่นานถึง 6 เดือน อุณหภูมิลดลงเกิดก๊าซและกรดกำมะถันตามมา
     
                   ว่าสิ่งมีชีวิตในขณะนั้นมากกว่าร้อยละ 70 ล้มตายหายสูญไปรวมทั้งไดโนเสาร์ และเป็นการสิ้นสุดของยุคไดโนเสาร์อย่างแท้จริง
     
                   สัตว์ใหญ่อย่างไดโนเสาร์ที่กล่าวกันว่า ทั้งแข็งแรงรวดเร็วและดุร้าย เคยรุ่งเรืองอยู่ทั่วไปตลอดโลกใบนี้ โดยเฉพาะที่ภาคอีสานของเรา เคยอยู่บนโลกนี้มาก่อนมนุษย์หลายสิบล้านปี จู่ๆ ก็ยังสูญพันธุ์ไปได้ นับประสาอะไรกับมนุษย์
     
                   ไดโนเสาร์เคยอยู่บนโลกนี้มานานมากกว่าร้อยล้านปี ในขณะที่มนุษย์เราเพิ่งแยกออกจากลิงมาได้แค่ล้านปีเศษๆ เท่านั้นครับ จะอยู่ยงคงกระพันไปได้อีกนานสักเท่าไหร่
     
                   นักวิทยาศาสตร์บอกว่าแผนที่แห่งอนาคตของมนุษยชาติและโลกซ่อนอยู่ในดวงดาวบนฟ้า ซึ่งในทุกรอบ 2 หมื่น 6 พันปี จักรวาลและดวงดาวจะเข้าสู่วาระของการจัดระเบียบใหม่ และถ้านับจากยุคน้ำแข็งยุคสุดท้ายที่ผ่านมา โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่อีกครั้งในศตวรรษที่ 21 นี้
     
                   ว่า "ความรู้ที่เป็นความลับ" นี้ต่างพยากรณ์คล้ายกัน ทั้งพวกอียิปต์ที่ซ่อนอยู่ในพีระมิด พวกชนเผ่ามายาที่ซ่อนไว้ในปฏิทิน ตลอดจนกระทั่งศาสดาพยากรณ์อย่างนอสตราดามุส ที่ซ่อนไว้ในโคลงกลอน
     
                   ล้วนแต่ถอดความหมายได้คล้ายกันว่า โลกจะเกิดเปลี่ยนแปลงแบบว่าเกิด “การกวาดล้างใหญ่” ในค.ศ.2012 นี้ และถ้าเป็นจริงตามนี้ก็หมายความว่า ทั้งพืชสัตว์คนจะล้มตายอย่างมากมายกว่าที่เคยเป็นมา และอาจถึงสูญสิ้นเผ่าพันธุ์
     
                   หรือถ้าหากเหลือรอดมาได้ ก็อาจต้องกลายเป็นอื่นเพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโลกยุคใหม่
     
                   อย่างเช่นว่า ไดโนเสาร์อาจต้องกลายมาเป็นเหี้ย เพื่อความอยู่รอดอย่างนี้ เป็นต้น
     
                   ผมเชื่อว่า หลายคนได้ยินแล้วอาจบอกว่า - ขอตายดีกว่า !