นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงผลงานรัฐบาล 6 เดือนว่า ผลงานโดยรวมของรัฐบาล เขาให้คะแนน 7 จาก 10 โดยนโยบายที่เด่นคือการปราบปรามยาสาเพติด
ส่วนเรื่องการเมืองเริ่มเข้ารูปเข้าเข้ารอย เพราะอยู่ในระบบสภา ไม่มีการออกมาประท้วงมาก แต่ถ้ามองนโยบายการศึกษาถือว่า ยังไม่มีผลงานโดดเด่น ยังล้าหลังยังไม่สำเร็จ โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมการแจกแท็บเล็ต ทำได้ช้ากว่านโยบายอื่น ซึ่งเขามองว่า การแจกแท็บเล็ตเป็นดาบสองคม เพราะยังไม่ตกผลึกจะเกิดประโยชน์กับเยาวชนหรือไม่
“การแจกแท็บเล็ต จะเอามาแทนหนังสือเลยคงไม่ถูก อยากให้แท็บเล็ตให้เป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่ง หรือใส่โปรมแกรมที่จำเป็นสองสามวิชา ส่วนหนังสือเด็กจะต้องอ่านเหมือนเดิม ไม่ใช่มาแทนหนังสือทั้งหมด ที่สำคัญทักษะการใช้งานแท็บเล็ต รัฐบาลก็ยังไม่เห็นความคิดนี้ เช่นจะป้องกันเด็กอย่างไร หากเปิดสิ่งที่ไม่เหมาะสม”
นายสมพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำ คือเรื่องป้องกันน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ยังดำเนินการช้า การเตรียมแผนป้องกันต่าง ๆ ซึ่งคาดว่า ไม่ทัน หากเกิดน้ำท่วมอีก 5 เดือนจากนี้ ดังนั้น นโยบายอีก 6 เดือนของรัฐบาล การแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องทำเป็นอันดับแรก อย่าให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญมากเกินไปกว่าการแก้น้ำท่วม
"ปัจจัยที่รัฐจะไม่อยู่ครบเทอม จะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ผิดพลาด เพราะถ้าน้ำท่วมซ้ำ 2 ปีติดต่อกัน รัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 112 ก็เป็นเรื่องใหญ่ หรือการตีความการใช้กฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเรื่อง พรก.กู้เงิน 2 ฉบับก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเช่นกัน" นักวิชาการผู้นี้ ระบุ
กระนั้น เขาก็เห็นว่า นายกฯเป็นมวยขึ้นเยอะ รู้วัฒนธรรมการเมือง เพราะนายกฯไม่จับประเด็นที่สังคมต่อต้าน สามารถประประนีประนอมกับกองทัพได้ โดยเฉพาะพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ส่วนประเด็นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หากจะแรง คงไม่ใช่ตอนนี้ อาจเป็นอีก 9 เดือนข้างหน้า
"เชื่อว่า รัฐบาลจะเร่งสร้างผลงานอีก 2-3 เรื่องออกมาเป็นชุด เช่น เรื่องน้ำ ยาเสพติด เพื่อเปิดเงื่อนไขให้พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา โดยไม่มีแรงต่อต้าน” อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุ