มติ'วิปรัฐ'หนุนแก้รธน.ม.291

'ปธ.วิปรัฐ' เตรียมยื่นแก้ไข รธน. ม.291 ต่อสภาฯ 9 ก.พ.55นี้ เผย 'ชาติไทยพัฒนา' พร้อมปล่อย ส.ส.ลงชื่อ ในร่างแก้ไขรธน.ของพรรคเพื่อไทย สยามประชาภิวัฒน์ออกแถลงการณ์ค้าน

                 8 ก.พ.2555 ที่ห้องประชุมงบประมาณ อาคารรัฐสภา 3 มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เพื่อหารือถึงการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 โดยมีนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาลทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

                 ต่อมาเวลา 12.00 น.นายอุดมเดช ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการสอบถามในประเด็นที่วิปรัฐบาลให้เป็นการบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า แต่ละพรรคได้กลับไปหารือกับที่ประชุมพรรคของตัวเองเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร โดยพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคนั้นได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าพร้อมที่จะลงลายมือชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของพรรคเพื่อไทยที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. สำหรับข้อสงสัยในบางประเด็นนั้นก็ได้มีการทำความเข้าใจกันแล้ว โดยพรรคชาติไทยพัฒนานั้นก็ได้ขอสงวนสิทธิในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งตรงนี้ก็คงจะไม่ว่าอะไรกัน

                 “ในที่ประชุม บางพรรคได้เสนอว่า เมื่อสสร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้วให้มีการนำเข้าสู่สภาฯ เพื่อพิจารณาอีกครั้งก่อนที่จะมีการลงเสียงประชามติ แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นเมื่อสสร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้มีการลงเสียงประชามติเลย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของรายละเอียดเล็กน้อย และไม่ได้มีการติดใจอะไรกัน เพราะมองว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการฯ อีกครั้งในเรื่องของรายละเอียดต่างๆ อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม วันนี้เรายังไม่ได้เห็นร่างของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่พรรคชาติไทยพัฒนานั้นได้เห็นร่างของเราแล้ว และเขาก็ไม่ติดใจและพร้อมที่จะให้ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนามาลงชื่อให้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยด้วย”ประธานวิปรัฐบาลกล่าว

                 นายอุดมเดช กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่พรรคชาติไทยพัฒนาสงวนสิทธิในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องของความภาคภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ขึ้นมา ซึ่งครั้งนี้กำลังจะมีการร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งในช่วงที่บรรยากาศกำลังเป็นประชาธิปไตยซึ่งจะล้อกับบรรยากาศเมื่อครั้งปี 2540 ดังนั้นพรรคชาติไทยพัฒนาจึงจะเสนอร่างรัฐธรรมนูญรูปแบบเดียวกับปี 2540 ซึ่งถือเป็นความชอบธรรมที่สามารถจะทำได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้ประสานกับประธานรัฐสภา แต่เมื่อวันนี้ทราบว่าทุกพรรคร่วมรัฐบาลนั้นไม่มีปัญหากับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยตนก็จะประสานกับประธานรัฐสภาเพื่อกำหนดวันและเวลาในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาต่อไป

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งหมดกี่คนแล้ว นายอุดมเดชกล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด 200 กว่าคนแล้ว และในการประชุมวิปรัฐบาลวันนี้ก็ได้รายชื่อของพรรคมหาชนและพรรคประชาธิปไตยใหม่เพิ่มมาอีก ส่วนพรรคพลังชลนั้นแจ้งว่าในช่วงบ่ายของวันนี้จะนำรายชื่อส.ส.มามอบให้ ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนานั้นน่าจะได้รายชื่อส.ส.ไม่น่าจะเกินช่วงเย็นของวันนี้

                 สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คณะรัฐมนตรีไม่ได้ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยด้วยนั้น นายอุดมเดชกล่าวว่า ตนมองว่ารัฐบาลก็น่าจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจึงอาจจะรอพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลก่อนก็เป็นได้ นอกจากนี้เฉพาะเสียงส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนั้นก็เพียงพอต่อการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว

 

พท.แขวะปชป.แก้รธน.แค่2มาตราก็ทำมาแล้ว

                  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ครม.เงาของพรรคประชาธิปัตย์คัดค้านการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นสิทธิของพรรคประชาธิปัตย์ที่สามารถดำเนินการได้ แต่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์มองย้อนกลับไปด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เพียงแค่ 2 มาตรามาแล้ว ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนั้น ก็ถูกมองว่าเป็นการแก้เพื่อประโยชน์ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามปรัชญาของกฎหมายที่พูดเอาไว้ว่า ผู้ใดออกกฎหมาย ก็ทำเพื่อประโยชน์ของผู้ที่ออกกฎหมายนั้นๆ เอง ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เนื่องจากมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหาร ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้พรรคการเมือง นักการเมือง และประชาชนอ่อนแอ นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย
 

"นิวัฒน์"แจงนายกฯเรียกถามนโยบายไร้เรื่องแก้รธน.

                 นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรองนายกฯและรัฐมนตรีเพื่อติดตามนโยบายรัฐบาลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เป็นการทบทวนนโยบายรัฐบาลที่เป็นนโยบายเร่งด่วนที่แถลงไว้ในสภาซึ่งหลายนโยบายดำเนินการไปแล้ว อาทิ บ้านหลังแรก รถคันแรก เบี้ยคนสูงอายุที่ขึ้นเป็นลำดับ ที่ดำเนินการจัดจ่ายไปแล้ว ภาษีนิติบุคคลที่ลดจาก 30 % เหลือ 23 % ก็เริ่มดำเนินการมกราคมปีนี้ และหลายอีกนโยบาย

                 ทั้งนี้นโยบายส่วนมากอยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ กองทุนสตรี กองทุนตั้งตัวได้ กองทุนเอสเอ็มแอล จำนำข้าวพืชผลเกษตร ส่วนนโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นนโยบายเร่งด่วนด้วยบังเอิญวันนี้ไม่ได้มีการพูดถึงสำหรับระบบสาธารณูปโภค อาทิ รถไฟความเร็วสูง หรือบางนโยบายไม่ได้อยู่ในงบปี 2555 โดยเฉพาะโครงการใหญ่ ๆ จะอยู่ปลายปี 55 หรือปี 56 อย่างไรก็ตามนโยบายโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้ถือว่าดำเนินการล่าช้า 

 

สยามประชาภิวัฒน์ออกแถลงการณ์ค้าน

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สยามประชาภิวัฒน์ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับ 2 เรียกร้องหยุดการแก้รธน.ที่นำไปสู่ระบอบ “เผด็จการพรรคการเมืองนายทุนผูกขาด” ความโดยสรุปว่ากลุ่ม “สยามประชาภิวัฒน์” ขอประกาศจุดยืนซึ่งผ่านการศึกษาวิเคราะห์ทางวิชาการเกี่ยวกับ สภาพความเป็นจริงพื้นฐานทางการเมืองและสังคมไทยว่า ปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่แท้จริงของประเทศไทยมีสาเหตุมาจากระบบการเมืองที่ถูกครอบงำจาก “ระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุน”

                 ส่งผลให้การเมืองไทยไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กล่าวคือ การที่รัฐธรรมนูญไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันได้กำหนดให้ “ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง” “พรรคการเมืองมีอำนาจขับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ออกจากพรรคได้” และกำหนดให้ “นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” มีผลจูงใจให้นายทุนหรือนักธุรกิจที่สะสมทุนไว้มากพอจากธุรกิจผูกขาดสัมปทานของรัฐ เข้ามาลงทุนทำ “ธุรกิจการเมือง” โดยร่วมมือกับกลุ่มข้าราชการประจำเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวอันมิชอบ