อินไซด์ครม.เฉ่งปชป.ตีความพรก.

ครม.'ยิ่งลักษณ์' รุมจวก ปชป. เอาคืน หลังยื่นศาลรธน.ตีความ พรก.เงินกู้ 2 ฉบับ ด้าน 'ปู' ไม่ปลื้ม 'นกแก้วทัวร์' เปลี่ยนชื่อเป็น 'ทัวร์ความสุขและความหวัง'

          แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม.กล่าวว่า ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 7ก.พ.55 ได้มีการหารือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้พิจารณาว่า พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศไทยพ.ศ.2555 (เงินกู้3.5แสนล้านบาท) และพรก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (โอนหนี้จากกองทุนฟื้นฟูไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย1.14ล้านล้านบาท)ว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

          ทั้งนี้ ได้มีการเทียบกับกรณีที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกพรก.ไทยเข้มแข็ง วงเงินสี่แสนล้านบาท กับพรก. 2 ฉบับนี้ของรัฐบาลปัจจุบัน โดยครั้งนั้น พรรคเพื่อไทยได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่า มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในตะวันตกที่คาดว่า จะลุกลามมายังไทย

          "พรรคประชาธิปัตย์ อ้างความเร่งด่วน และออกพรก.ไทยเข้มแข็ง แต่รัฐบาลชุดนี้ ออกพรก. 2ฉบับนี้ เพราะเกิดน้ำท่วมแล้ว และต้องกู้เงินมาป้องกันน้ำท่วมในอนาคต"

          แหล่งข่าวระบุว่า เงินกู้สี่แสนล้านบาทของรัฐบาลชุดที่แล้ว วันนี้ยังใช้ไม่หมด โดยวันนี้ยังเหลือเงินอีก 8.8 พันล้านบาท และหลายโครงการมีปัญหา อาทิโครงการจัดสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ จ.ภูเก็ต ที่ตอนนี้ระงับไปแล้ว เพราะมีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง

          รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขที่เสนองบไทยเข้มแข็ง 3,456 ล้านบาท ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ส่งไปโรงพยาบาลทุติยภูมิและตติยะภูมิ คือ โรงพยาบาลอำเภอและโรงพยาบาลตำบล ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้ขอให้ก.สาธารณสุขทบทวนเรื่องนี้  และตอนนี้ควรนำเครื่องมือทางการแพทย์เหล่านี้ ส่งไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด ที่ประสบภัยน้ำท่วมก่อน  

          ทั้งนี้ แม้ครม.บางส่วนค้านว่า หากนำเครื่องมือนี้ออกมาจากโรงพยาบาลอำเภอและโรงพยาบาลตำบลแล้ว โรงพยาบาลเหล่านี้จะใช้เครื่องมืออะไรนั้น นายกฯ ก็ชี้แจงว่า เมื่องบประมาณคราวหน้าออกมา ก็ขอให้นำไปจัดซื้อคืนให้โรงพยาบาลเหล่านี้

          แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุมครม. ได้สอบถามว่า การจัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการมาแล้ว ยกเลิกได้หรือไม่ ซึ่งทำให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม.บอกว่า โครงการใดหากรัฐมนตรียังไม่ลงนามก็ยกเลิกได้  ดังนั้นนายกฯจึงขอให้ครม.ไปตรวจสอบโครงการไทยเข้มแข็ง และโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน(ดีพีแอล) ที่มีแผนไม่ชัดและส่อเค้าไม่สุจริตทุกกระทรวง ให้ไปสำรวจโครงการของแต่ละกระทรวง และนำกลับมาแจ้งต่อที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้าว่า โครงการใดควรดำเนินการหรือไม่ควรดำเนินการต่อไปบ้าง

          แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า นายกฯได้ฝากไปยังรัฐสภาว่า หากมีปัญหาเรื่องพรก. 2 ฉบับ ขอให้นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กับนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  รมว.ต่างประเทศ ซึ่งเคยยื่นเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ  ไปอธิบายว่า พรก. 2 ฉบับ ของรัฐบาลนี้ มีความแตกต่างกับพรก.ไทยเข้มแข็งอย่างไรบ้าง 

          นอกจากนี้ ในทุกเวทีจากนี้ไป ขอให้ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง รองนายกฯ  นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญากุล  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายสุรพงษ์ และนายวิทยาไปจัดทีมเพื่ออภิปรายเรื่องนี้เพราะวันนี้ ต่อสู้กันเพียงคำว่าเร่งด่วน ซึ่งขอยืนยันพรก. 2 ฉบับนี้ ของรัฐบาล มีความจำเป็นเร่งด่วนกว่าโครงการไทยเข้มแข็ง

 

ครม. มอบ กิตติรัตน์-รวัจน์-เฉลิม" แจงวาระสภาฯ

          ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า  ในที่ประชุมครม. ได้มีการหยิบยกวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมาหารือ โดยนายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเกี่ยวพรก. 2 ฉบับ คือ ร่างพรก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ.2555  และร่างพรก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย พ.ศ.2555 ตามที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ ว่า ขณะนี้ร่างพรก.ทั้ง 2 ฉบับ ได้ถูกส่งไปยังวุฒิสภาพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลา 1 วัน จึงขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ มอบหมายผู้ที่จะชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภา

          อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งรับฟังการหารือได้เสนอตัวว่าจะร่วมตอบขอซักถามของสภา ในส่วนของข้อกฎหมาย ซึ่งที่ประชุมครม.เห็นชอบมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม นายกิตติรัตน์ และนายวรวัจน์ เป็นผู้ชี้แจงสภา ในทุกเวที

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เลขาฯครม. ระบุว่า ในส่วนของพรก.2 ฉบับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา ครม.เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานกฤษฎีกา กระทรวงการคลัง เตรียมเอกสารคำชี้แจง เพื่อชี้แจงต่อศาลในวันที่ 10 และ 15 ก.พ. นี้

 

"เฉลิม- ณัฐวุฒิ" จวกธกส. ขอขยายเวลาหนี้เอ็นพีแอล

 

          แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. ได้พิจารณากรณีที่ธนาคารออมสิน (ธกส.) , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเอสเอ็มอี และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เสนอขอขยายระยะเวลา แสดงเจตจำนงเข้าโครงการพักหนี้เกษตรกร และประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 5 แสนบาทออกไปอีกสองเดือน ตั้งแต่วันที่ 15 กพ. - 15 เมย.ให้ครม.พิจารณา ร.ต.อ.เฉลิม และนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ได้เสนอว่า เรื่องนี้ไม่ควรแถลงข่าว 

          ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อ้างว่า นโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไม่ได้พูดเรื่องนี้ แต่พูดเรื่องการพักหนี้เกษตรกร ที่มีไม่ถึงห้าแสนบาท ใครที่เป็นหนี้เอ็นพีแอล ก็ไม่จ่ายหนี้อยู่แล้ว ธกส.อาจไม่เข้าใจ

          ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การบริหารเอ็นพีแอลเป็นเรื่องที่ธกส.ต้องจัดการ ไม่ใช่นำงบประมาณของรัฐบาลไปดำเนินการ

          แหล่งข่าวกล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวกับที่ประชุมครม.ว่า ในช่วงหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย เขาปราศรัยว่า ใครที่มีหนี้ต้องไปหาหนี้เพิ่มให้ถึงห้าแสนบาท หากหนี้ถึงแล้วจะพักชำระหนี้ให้เกษตรกร นโยบายนี้เกิดขึ้นผิดจังหวะในช่วงนี้ แต่นโยบายนี้จะขึ้นแน่นอนในอนาคต

 

"ปู" ไม่ปลื้ม "นกแก้วทัวร์" เปลี่ยนชื่อเป็นทัวร์ความสุขและความหวัง

 

          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเข้าวาระการประชุมครม. เลขาธิการครม. ได้แจ้งในที่ประชุมว่า ขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่การตรวจราชการตามการแบ่งงานว่า  มีความซ้ำซ้อนกันหรือไม่ และจะมีใครที่จะขอเปลี่ยนจังหวัดหรือไม่ และก่อนที่จะลงพื้นที่เพื่อติดตามแผนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ระหว่างวันที่ 13 - 17 ก.พ.ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะ  ขอให้รัฐมนตรีส่งเรื่องให้เลขาธิการครม.รับทราบต่อไป

          ทั้งนี้ ในการประชุมครม. ในวันที่ 13 ก.พ.จะมีการประชุมครม.ก่อนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะจะลงพื้นที่ ขอให้มีวาระจรที่น้อยลง เพื่อจะให้การประชุมเสร็จสิ้นก่อนเวลา12.00น. จากนั้น รัฐมนตรีจะได้แยกย้ายกันเดินทางลงพื้นที่

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายกฯ ระบุว่า ไม่อยากให้เรียกการลงพื้นที่ว่า เป็นการตะลอนทัวร์ แต่ให้เรียกว่า ทัวร์ความสุขและความหวัง และอยากให้รัฐมนตรีติดตามนั่งรถลงพื้นที่ไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ขบวนยาว

          ส่วนผู้ติดตามขอให้เดินทางไปล่วงหน้า ขณะที่การใช้จ่ายงบประมาณในโครงการต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยนั้น ขอให้ผอ.สำนักงบประมาณ แจ้งตัวเลขงบประมาณของแต่ละกระทรวงว่าได้ใช้งบดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว และยังเหลืองบในการใช้จ่ายอีกเท่าไหร่ โดยรัฐมนตรีสามารถประสานกับปลัดกระทรวงเพื่อดูในรายละเอียดของกระทรวงตัวเองและกระทรวงอื่น ๆ ได้

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะต้องมีการพบปะกับประชาชน ดังนั้น ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบในโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ รวบรวมรายละเอียดของโครงการ ที่ ครม.อนุมัติงบไปแล้ว 1.2 แสนล้านบาทให้ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้มีการความชัดเจนการใช้งบเพียง 7 หมื่นล้านบาท ส่วน 4 หมื่นล้านบาท ยังไม่ชัดเจน จึงต้องเร่งดำเนินการ

          เช่นเดียวกันการเบิกจ่ายงบเยียวยาครัวเรือนละ 5,000 บาท ในพื้นที่กทม. และต่างจังหวัด ซึ่งมีการจ่ายไปเพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น จึงต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ เพื่ออธิบาย และตอบข้อซักถามของประชาชนให้ได้

          นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แจ้งให้ที่ประชุมครม.รับทราบว่า ในเดือน ก.พ.นี้ รัฐบาลมีกิจกรรมที่ดำเนินการ 2 งานหลัก คือการลงพื้นที่ติดตามแผนการแก้ปัญหาอุทกภัยระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ. และการประชุมครม.สัญจรจ.อุดรธานี วันที่ 21-22 ก.พ.

          โดยในวันที่ 21ก.พ. รัฐบาลได้จัดงาน “ ศิลปาชีพประทับนำไทย  โอท็อปก้าวไกล เทิดไท้ราชินี” ซึ่งอยู่ระหว่างสรุปสถานที่จัดงาน 

          นายอนุสรณ์ กล่าวว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้รายงานต่อครม.ให้ทรายถึงความคืบหน้าการจัดทำรายชื่อคลองในกทม.ทั้ง 48 คลอง ที่จะต้องเร่งขุดลอกว่า ในจำนวนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกทม.18 คลอง ส่วนที่เหลือจะเป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งกองทัพบก กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงแรงงานไปบริการจัดการ และจะรายงานความคืบหน้ากลับมาที่รมว.มหาดไทยรับทราบต่อไป