นปช.ยื่นแก้รธน.9ก.พ.

'ธิดา' เผย นปช. ยื่นร่างแก้รธน. 9 ก.พ. เน้น สสร. จากการเลือกตั้งทั้งหมด 15 ก.พเลือปปธ.คนใหม่ ระบุ ปรับแนวทางต่อสู้ เตรียมพร้อมต้านปฏิวัติ

          นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. กล่าวถึงการประชุมของแกนนำกลุ่มนปช.ระหว่างวันที่ 6-7 ก.พ.55 ที่อิงธาร รีสอร์ท อ.เมือง จ.นครนายกว่า การประชุมสัมมนาของแกนนำนปช.ที่จ.นครนายก ถือเป็นชุดใหญ่ ที่รวมเอาแกนนำจากทุกพื้นที่ ซึ่งหลายคนไม่ได้เจอกัน ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความเห็น ถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้

          ทั้งนี้ แกนนำนปช.ประเมินสถานการณ์ตรงกันว่า ขณะนี้ยังมีสัญญาณของการรัฐประหารอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องหาแนวทางป้องกันกันต่อไป

          อย่างไรก็ตาม ในการสัมมนานั้น ยังมีการพูดถึงยุทธศาสตร์เป้าหมายของคนเสื้อแดงด้วย และการนัดพบกันแบบนี้ จะต้องเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต

          "เบื้องต้น เราเห็นว่า จะต้องมีการปรับการทำงานให้เป็นเอกภาพ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ จะแถลงข่าว ในวันที่ 8 ก.พ.55"

          สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นางธิดา กล่าวว่า จะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ต่อประธานสภาฯ เพื่อให้มีการตั้ง สสร. ขึ้น ในวันที่ 9 ก.พ.55 โดยเนื้อหาในร่างของ นปช. จะเน้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยจะให้สสร.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด

          ด้านนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกนปช. กล่าวว่า ประเด็นหลักในการหารือคือ การเร่งรัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยในวันที่ 9 ก.พ.55 แกนนำนปช.และคนเสื้อแดง จะเดินทางไปยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ของกลุ่มนปช. พร้อมรายชื่อจำนวน 5 หมื่นรายชื่อที่รวบรวมจาก “แดงทั้งแผ่นดิน” ไปมอบให้กับประธานรัฐสภาในเวลา 11.00 น.

          จากนั้น แกนนำนปช.จะเปิดเวทีปราศรัยหน้ารัฐสภา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการต่อต้านการปฎิวัติและรัฐประหารด้วย

          ทั้งนี้ ยังมีการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ด้วยว่า คล้าย ๆ กับช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปฎิวัติยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 ดังนั้น จึงต้องปรับแนวทางการต่อสู้เพื่อเตรียมพร้อม และเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังมวลชนที่มีอยู่ ในการป้องกันและต่อต้านการปฎิวัติ โดยแบ่งการทำงานให้กับแกนนำในการเดินสายขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อให้ข้อมูลในทุกภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

          อย่างไรก็ตาม ในการจัดคอนเสิร์ตรวมพลคนเสื้อแดงในวันที่ 25 ก.พ.ที่โบนันซ่า เขาใหญ่นั้น จะเน้นการพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย

 

เล็งเลือกปธ.นปช.คนใหม่ 15 ก.พ.55

          นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมกับแกนนำกลุ่มนปช.ส่วนกลางกว่า 40 คนว่า เป็นการประชุมใน 2 เรื่องใหญ่คือ 1.เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างนปช. ซึ่งที่ประชุมมีมติว่า ประธานนปช.ควรให้มีการเลือกตั้ง โดยมอบหมายให้อ.จา อ.หวาน และอ.ตุ้ม เป็นผู้ร่างระเบียบกำหนดการวิธีการเลือกประธานนปช.และการลงคะแนนเสียง จากนั้นจึงค่อยนำมาเสนอต่อที่ประชุมนปช.ในวันที่ 8 ก.พ.55

          ทั้งนี้ จะมีการเลือกตั้งประธานนปช.คนใหม่ในวันพุธที่ 15 ก.พ. เนื่องจากที่ประชุมอยากให้มีการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะมีการจัดคอนเสิร์ตที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ในวันที่ 25 ก.พ.55

          ส่วนเรื่องที่ 2 คือการขับเคลื่อนแนวทางนปช.ต่อไป โดยเห็นว่า ขณะนี้ยังมีบางกลุ่มเคลื่อนไหวต้องการที่จะล้มรัฐบาล ดังนั้น ต้องจัดกิจกรรมเพื่อปลุกมวลชนคนเสื้อแดงให้ถี่ขึ้น โดยนปช.ส่วนกลางจะสนับสนุนการเคลื่อนไหวของนปช.แต่ละจังหวัด โดยจะไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนถึงเหตุผลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเตรียมความพร้อมหากบ้านเมืองเกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้งว่า มวลชนจะต้องเตรียมในการต่อต้านอย่างไร

          สำหรับกรณีที่ต้องมีการเลือกประธานนปช.คนใหม่นั้น เนื่องจากต้องการให้หลายฝ่ายมองกลุ่มนปช.ว่ายังแข็งแรงอยู่ รวมทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และพลังของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้มีแค่รักษาการประธานนปช.อยู่เป็นเวลานาน ๆ ควรที่จะมีประธานนปช.ตัวจริงเสียที

          ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่า ใครบ้างที่จะเสนอตัวชิงตำแหน่งประธานนปช.คนใหม่ แต่สำหรับเขาที่เคยเคลื่อนไหวขับไล่รักษาการประธานนปช.ก่อนหน้านี้ จะไม่ขอลงสมัครแน่นอน ขอเป็นผู้สนับสนุนให้มีการเลือกประธานนปช.คนใหม่เท่านั้น

          อย่างไรก็ตาม การเสนอให้มีการเปลี่ยนตัวประธานนปช.คนใหม่ในที่ประชุมนั้น นางธิดา ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรมาก คงอาจจะต้องการรักษามารยาท มีเพียงน.พ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.เท่านั้น ที่พูดชมและเชียร์แทนว่า ที่ผ่านมานางธิดาเคลื่อนไหวช่วยเหลือผู้ที่ยังถูกคุมขังให้ได้รับอิสรภาพออกมา

          อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้พูดกลับไปว่า ผู้ถูกคุมขังทั้งในกทม.และต่างจังหวัด 67 ราย และที่ศาลตัดสินไปแล้ว 43 รายที่บอกว่าช่วยนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ช่วย ถ้าจะช่วยก็เพียงแค่ไปเยี่ยมเยียนและไปอำนวยความสะดวกในการประสานงานให้เท่านั้น ซึ่งพวกเขายังมีข้อหาติดตัว จะต้องกลับไปอยู่ในคุกเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ ดังนั้นอยากให้เลิกพูดว่า ได้ช่วยคนเสื้อแดงให้ออกมาจากคุกได้แล้ว

 

“คารม” รับสนลงสมัคร สสร.ร้อยเอ็ด

          นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสสร.ว่า ยอมรับว่า มีความสนใจจริง เพราะได้ทำงานการเมืองมานาน แต่ยังหาจังหวะไม่ได้

          "ผมเป็นทนายความมากว่า 24 ปี ยืนอยู่ฝั่งต่อต้านเผด็จการมาโดยตลอด และเมื่อดูคุณสมบัติส่วนตัวแล้ว ก็ไม่มีอะไรติดขัด ดังนั้น จึงน่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสสร.ได้ ไม่น่าจะมีปัญหา"

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เขาได้ลงทำงานพื้นที่ด้านมวลชนมาโดยตลอด ดังนั้น หากจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสสร.จริง ก็คงจะลงสมัครในพื้นที่บ้านเกิด คือ จ.ร้อยเอ็ด

 

เปิดร่างแก้ไขรธน. ฉบับ นปช. ห้าม สสร.เป็น ส.ส. ส.ว พนักงานของรัฐและส่วนท้องถิ่น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ของกลุ่มนปช.ที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 9ก.พ.นั้น เนื้อหาส่วนใหญ่จะไม่แตกต่างจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทยมากนัก

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่แตกต่าง มีอาทิ กระบวนการได้มาซึ่ง สสร.ที่กลุ่ม นปช.จะเน้นที่การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด โดยมีการกำหนดว่า ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสสร. ต้องไม่เคยเป็น ส.ส. ส.ว. หรือข้าราชการการเมืองซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

          นอกจากนี้ ยังห้ามเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือของราชการส่วนท้องถิ่นด้วย โดยให้มีการเลือกตั้งสสร.ภายใน 90 วัน และให้มีประธานสภาสสร.1คน รองประธานฯ 1-2 คน

          สำหรับระยะเวลาในการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้กำหนดให้จัดทำให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่มี สสร.ครบ และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องนำไปลงเสียงประชามติ โดยให้ กกต.จัดให้มีการลงเสียงประชามติภายใน 60 วัน และการลงเสียงประชามตินั้น จะต้องมีผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงมาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของประชาชนผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด จึงจะนับได้ว่าการลงเสียงประชามติเป็นผลใช้ได้ และจะต้องได้รับคะแนนเสียงรับรองไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผู้มาลงคะแนนเสียงทั้งหมดด้วย จึงจะนับได้ว่าได้รับการรับรอง

          ทั้งนี้ ในการลงเสียงประชามตินั้น ถ้าเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญนั้น หรือมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติเป็นจำนวนไม่ถึงร้อยละ 50 ของจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติ ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มนปช.นั้น ยังระบุด้วยว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ รวมทั้งระบุด้วยว่า ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญและพระราชทานคืนมา หรือเมื่อพ้นกำหนด 90 วันแล้วมิได้พระราชทานคืนมา สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องปรึกษาร่างรัฐธรรมนูญนั้นใหม่

          ทั้งนี้ ถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญนั้นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายใน 30 วัน ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้เสมือนว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว

          นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกไปโดยไม่ได้การรับรองจากประชามติ ให้คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเสนอเสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภามีมติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ การออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ

 

มติ พท. ปิดทางส.ส.-ส.ว.-รมต.เป็นสสร.

          นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) เปิดเผยภายหลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมพรรคได้มีการอภิปรายกันถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทยอย่างกว้างขวาง โดยมีคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคคอยชี้แจง ซึ่งในที่สุดแล้วได้มีการแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 291/3 ที่กำหนดให้บุคคลต้องห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ร. โดยให้เพิ่ม (4) เข้าไปเพื่อกำหนดให้ชัดเจนว่า รวมถึงส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกวิจารณ์ได้ว่าเป็นการเปิดช่องให้ส.ส. ส.ว. และรัฐมนตรีมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ร.ได้

          นายอุดมเดช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขในมาตรา 291/14 ที่เกี่ยวกับการนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ด้วย โดยให้นำมาตรา 150 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาใช้บังคับโดยอนุโลม เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ ในวันที่ 8 ก.พ. เวลา 10.00 น. ได้มีการนัดประชุมวิปรัฐบาลเพื่อพิจารณาว่าพรรคร่วมรัฐบาลนั้นจะเสนอแก้ไขในประเด็นอะไรเพิ่มเติม และมีการนำรายชื่อส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลมาลงชื่อร่วมกับพรรคเพื่อไทยที่ขณะนี้ลงชื่อไปเกือบ 100% แล้ว ยกเว้นเพียงคณะรัฐมนตรีที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่

          ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแยกกับร่างของพรรคเพื่อไทย นายอุดมเดชกล่าวว่า ไม่เป็นอะไร แต่เนื้อหาจะต้องไม่แตกต่างกับร่างของพรรคเพื่อไทย เพราะส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้นจะต้องไปร่วมลงชื่อด้วย ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผบ.ทบ. ออกมาระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น นายอุดมเดชกล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับผบ.ทบ. รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยได้ย้ำไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ใช่นโยบายของพรรค ซึ่งเมื่อพรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมากแล้วไม่เห็นด้วย ดังนั้นจะมีการแก้ไขได้อย่างไร