'บัวแก้ว'นำชิงเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป

ครม. ดึง 'บัวแก้ว' คุมงานรณรงค์หาเสียงชิงเจ้าภาพ "เวิลด์เอ็กซ์โป 2020" ยกเป็นวาระแห่งชาติ ด้าน สสปน.ยันไม่ติดใจแม้เป็นหน่วยงานผลักดันตั้งแต่เริ่มต้น คาดหากสำเร็จกวาดรายได้ไม่ต่ำกว่ากว่า 6 หมื่นล้าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 55  นางฐิติมา ฉายแสง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก หรือเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 ของไทย เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานหลักในการรณรงค์หาเสียง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นประธานและทำหน้าที่ประสานงานตลอดระยะเวลาการรณรงค์เสียง รวมทั้งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการในการหาเสียง

          ขณะที่มอบหมายให้นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกลไกและหน่วยงานหลักที่จะนำวาระแห่งชาติไปดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จ ทั้งด้านการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานการเตรียมการทั้งในพื้นที่ จ.พระนครศรียุธยาและส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในทุกมิติ ที่จะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมโลก เวิลด์เอ็กซ์โป 2020

          ด้านนายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวว่า ในฐานะที่ สสปน.ได้ผลักดันการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โปมาตั้งแต่ต้น ก็ไม่ได้ข้อขัดแย้งแต่อย่างใดเมื่อมีการเปลี่ยนนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาดูแล อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไป สสปน. ก็ยังต้องประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนภารกิจเช่นกัน ซึ่งการดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา สสปน. ก็ไม่ได้รับงบประมาณให้ดำเนินภารกิจเกี่ยวเวิลด์เอ็กซ์โปในปี 2555  

          สำหรับการเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 นั้น สสปน. คาดว่า หากประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ จะทำให้มีรายได้โดยตรงประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จากการขายบัตรเข้าชมงานให้ผู้ชมจากในประเทศไทยเองและทั่วโลกกว่า 27 ล้านคน และรายได้จากสปอนเซอร์ ขณะที่การกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งด้านการลงทุนในพื้นที่และการจ้างงานจะมีมูลค่าสูงมากกว่า 1 แสนล้านบาท หรือ 6 เท่าของเงินลงทุน

          ทั้งนี้ ในปี 2555 จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 นั่นคือ การเดินสายล็อบบี้ประเทศสมาชิกร่วมกันของหน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้อง โดยทำคู่ขนานกับการสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมของคนไทย เพื่อให้เกิดการยอมรับและเห็นด้วยในอัตราอย่างน้อย 80% นอกจากนั้น ยังต้องเตรียมความพร้อมของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จะต้องรับคณะมาสำรวจความพร้อมครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ด้วย