นายเคนจิ คุมากิ ประธานบริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่โรงงานผลิตกล้องนิคอน ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ขณะนี้โรงงานซึ่งเป็นฐานผลิตใหญ่ที่สุดในเอเชีย อยู่ระหว่างการฟื้นฟูและสามารถเปิดสายการผลิตได้ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา คาดว่าลับสู่ภาวะปกติภายในเดือนมีนาคมนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ยังมีความกังวล เนื่องจากบริษัทนิคอน ประเทศญี่ปุ่นได้ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมและปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามา จึงได้เตรียมแผนสำรอง โดยศึกษาแหล่งผลิตชิ้นส่วนนอกนิคมโรจนะเพื่อกระจายความเสี่ยง
"หากมองในเรื่องของศักยภาพแล้ว ยอมรับว่าประเทศไทยมีศักยภาพมาก ทั้งในด้านการผลิตและตลาด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบริษัทแม่ก็ต้องมองเรื่องการกระจายความเสี่ยงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการผลิตชิ้นส่วนที่อาจผลิตที่อื่นหรือนอกนิคมโรจนะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่จะเป็นที่ไหนขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ ซึ่งชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศนั้นมีสัดส่วนมากกว่า 50% โดยขณะนี้เราก็มีผู้ผลิตชิ้นส่วนจากแหล่งอื่นอยู่บ้าง ทั้งในเขตปริมณฑลและภาคอีสาน" นายคุมากิกล่าวและว่า ปีนี้นิคอนพร้อมเดินหน้าบุกตลาดอีกครั้งหลังประเมินตลาดกล้องจะกลับมาขยายตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะกล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องกึ่งโปร ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวรุ่นใหม่ D800 และ D800E ซึ่งเป็นสุดยอดกล้องดีเอสแอลอาร์อีกรุ่นหนึ่ง
ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าปีนี้ตลาดกล้องจะมีการขยายตัว 1.5 ล้านยูนิต แบ่งเป็นกล้องดิจิตอลคอมแพ็ค 1.3 ล้านยูนิต กล้องดีเอสแอลอาร์ 1.1 แสนยูนิต ที่เหลือเป็นกล้องกึ่งโปร เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1.2 ล้านยูนิต สำหรับนิคอนบประมาณนี้ (เม.ย.54-มี.ค.55) ตั้งเป้ายอดขายไว้ 2,000 ล้านบาท
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------