กกต.ถกอนาคตลูกพรรค'ชูวิทย์'8ก.พ.

"สดศรี" เผยเรื่องวุ่น 2 ส.ส.พรรค "ชูวิทย์" เข้าที่ประชุม กกต. 8 ก.พ.นี้ ชี้ขณะนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ "ลูกพรรครักประเทศไทย" วอนหน.-เลขาฯพรรค หันหน้าปรับความเข้าใจใหม่

               7ก.พ.2555 นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เปิดเผยว่า การประชุมกกต. ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ นายทะเบียนพรรคการเมือง จะได้มีการเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีปัญหาการลาออกจากสมาชิกพรรครักประเทศไทยของนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค และส.ส.บัญชีรายชื่อ หลังจากที่ด้านกิจการพรรคการเมืองได้รับหนังสือชี้แจงจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ยืนยันว่านายชัยวัฒน์ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว โดยมีการส่งหลักฐานการประชุมกรรมการบริหารพรรค พร้อมรูปถ่ายมาประกอบการยืนยัน

               อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนายโปรดปราน โต๊ะราหนี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ที่นายชูวิทย์ ระบุว่าได้มีการยื่นลาออกการเป็นสมาชิกพรรคด้วยนั้น ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับเรื่อง และถ้าหากมีการยื่นเรื่องมาและมีปัญหาคัดค้านการลาออกในทำนองเดียวกับนายชัยวัฒน์ ก็คงจะมีการดำเนินการไต่สวนไปพร้อมๆกัน

               นางสดศรี กล่าวว่า การพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนจะใช้เวลาแค่ไหนก็ขึ้นกับหลักฐานการลาออก หากต้องมีการพิสูจน์ลายมือของนายชัยวัฒน์ ก็อาจต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ในเรื่องของข้อกล่าวหาว่านายชัยวัฒน์นำงบประมานไปใช้จ่ายไม่ถูกต้องนั้น เป็นที่ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณา ไม่ใช้เป็นหน้าที่ของ กกต. ทั้งนี้ขณะนี้ถือว่านายชัยวัฒน์ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ จนกว่านายทะเบียนพรรคการเมืองจะได้ข้อยุติในปัญหาที่เกิดขึ้นและมีการลบชื่อนายชัยวัฒน์ออกจากระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคของ กกต.

               “เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของพรรค ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนในพรรค กกต. คงจะดำเนินการในส่วนที่มีการร้องเรียนมาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขัดต่อข้อบังคับพรรคหรือไม่ เพราะเรื่องมีผลไปถึงสภาพความเป็นพรรคในอนาคตด้วยว่า จะเป็นอย่างไร”นางสดศรีกล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวหากผลการตรวจสอบออกมาว่านายชัยวัฒน์ ไม่ได้ยื่นลาออกจาการเป็นสมาชิกพรรคจริง ก็จะมีผลให้นายชูวิทย์ อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ขณะเดียวกัน อาจมีผลให้พรรคถูกยุบ ตามมาตรา 94 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เนื่องจากหลักฐานที่นายชูวิทย์นำมาแสดง กกต.นั้นระบุว่า กรรมการบริหารพรรคทุกคนรู้เห็นกับการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของนายชัยวัฒน์ตามที่นายชูวิทย์อ้าง

 

"ลูกพรรค"วอนหน.-เลขาฯพรรคหันหน้าเข้าหากัน

               นายโปรดปราน แถลงว่า ตนเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่สบายใจที่มีเหตุการณ์ความขัดแย้งภายในพรรคตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นว่าเป็นข่าวที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนและสร้างความสับสนให้กับการทำหน้าที่ส.ส.ของตน ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ตั้งคำถามมากมาย ตนจึงอยากฝากไปถึงนายชูวิทย์และเลขาธิการพรรค

                ทั้งนี้ตนเปรียบหัวหน้าพรรคเป็นพ่อ เลขาธิการพรรคเป็นแม่ของการเมือง พวกตนเป็นลูก อยากจะให้ทั้ง 2 คนได้ทบทวนหวนถึงความหลังที่รู้จักกันมา 35 ปี ที่ทนคบกันมา ท่านไม่มีเยื่อใยที่จะพูดคุยกันเลยหรืออย่างไร วันที่ตั้งพรรคท่านบอกมีความพร้อมมีความรักกันท่านเลยได้มาชวนพวกผม ผมก็ชื่นชอบในการทำงานของท่านชูวิทย์และวันนี้ก็ยังคงชื่นชอบอยู่และเชื่อว่าท่านก็ยังคงทำหน้ารักษาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ได้อย่างแท้จริง" นายโปรดปราน กล่าวและว่า

               นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายชูวิทย์และนายชัยวัฒน์กลับมาพูดคุยกันในฐานะเพื่อนในฐานะ คนรู้ใจ เชื่อว่าทุกปัญหาพูดคุยกันได้ขอเพียงแค่ใจกว้างเปิดใจคุยกัน ตนยังคงทำงานร่วมกับพรรครักประเทศไทยยังคงเป็นขุนพลและจะยังคงทำงานเพื่อพรรครักประเทศไทยต่อไป ไม่เคยคิดจะไปทำงานร่วมกับพรรคการเมืองอื่น  และขอยืนยันว่า ไม่เคยยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค ไม่มีเหตุผลใดที่ตนจะลาออกจากสมาชิกพรรค

               ส่วนความขัดแย้งระหว่างหัวหน้าพรรคกับเลขาฯพรรคอะไรคือประเด็นสำคัญที่สุดนั้น  นายโปรดปราน กล่าวว่า ไม่ทราบว่าไม่สบายใจกันเรื่องใด แต่คิดว่าปัญหาไม่ได้หนักหนาจนถึงขั้นพูดคุยกันไม่ได้ ตนเชื่อว่าถ้าทุกอย่างยุติทุกคนก็พร้อมที่จะจับมือกันทำงานต่อไปได้ ปัญหาก็คือภายในพรรคมีการพูดคุยกันน้อยและอยากให้เปิดโอกาสให้สมาชิกในพรรคแสดงความคิดเห็นให้มากกว่านี้