ประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด นาชีด วัย 44 ปี ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยคนแรกของมัลดีฟส์แถลงข่าววันนี้โดยมีการถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ระบุว่า จากสถานการณ์ในขณะนี้ คงจะเป็นการดีกว่า หากเขาลาออกจากตำแหน่ง และเขาขอลาออกเพราะไม่อยากบริหารประเทศด้วยการใช้อำนาจที่จะเป็นการทำร้ายประชาชน และมีรายงานว่า รองประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด วาฮีด ฮัสซัน จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันเดียวกัน
การตัดสินใจลาออกของประธานาธิบดีนาชีด มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากตำรวจเข้าร่วมชุมนุมในกรุงมาเลวันนี้ เพื่อสนับสนุนการชุมนุมประท้วงของประชาชนที่ดำเนินมานานสามสัปดาห์ โดยมีชนวนเหตุมาจากนายนาชีด สั่งให้กองทัพจับกุมตัวนายอับดุลลา โมฮาเหม็ด หัวหน้าผู้พิพากษาศาลอาญา ที่มีคำพิพากษาปล่อยตัวนักวิจารณ์รัฐบาลออกจากการควบคุมตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ตำรวจเริ่มชุมนุมหลังไม่ยอมฟังคำสั่งของรัฐบาลที่ให้ถอนตัวจากการเข้าระงับเหตุปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนรัฐบาล ต่อมาทหารได้ใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าสลายตำรวจและผู้ประท้วง ขณะที่ตำรวจเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เพื่อให้กลุ่มผู้ประท้วงออกอากาศเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก และแม้นายนาชีดไปพบปะกับตำรวจเพื่อขอให้ยุติการชุมนุม พวกเขาก็ปฏิเสธและร่วมตะโกนเรียกร้องให้เขาลาออก
ก่อนหน้านี้นายนาชีดได้รับการยอมรับจากชาวมัลดีฟส์อย่างมาก เคยตกเป็นนักโทษการเมืองจากบทบาทการเรียกร้องประชาธิปไตย และนับจากเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2551 ได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน เพื่อปกป้องหมู่เกาะมัลดีฟส์ที่อยู่กลางมหาสมุทรอินเดียไม่ให้จมหายไปกับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเพราะน้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นจากภาวะโลกร้อน