ครม.ดึง'ภักดีหาญส์'แทน'อนุตตมา'

ครม.โยก "อนุตตมา" พ้นรองโฆษกรบ. ดึง "ภักดีหาญส์" เสียบแทน พร้อมอนุมัติและเห็นชอบแต่งตั้งขรก.หลายหน่วยงาน เคาะแบ่งงานรองนายกฯ-รมต.สำนักฯคุมสารพัดคกก. "ยุทธศักดิ์" หนักอึ้งดูแล 34 ชุด "นลินี"ชิวชิวแค่ 3 ชุด พร้อมให้อำนาจยุบคณะกรรมการหากเห็นว่า "หมดความจำเป็น"

            7ก.พ. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมืองแต่งตั้งนางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเห็นชอบแต่งตั้งนายภักดีหาญส์ (หาญ) หิมะทองคำ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

"อนุตตมา"เผยเพิ่งรู้หลังถูกโยกนั่งเก้าอี้


              น.ส.อนุตตมาว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเช้าวันที่ 7 ก.พ.นี้ ก่อนเริ่มการประชุม ครม. ส่วนการเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้เป็นไปตามที่ผู้ใหญ่พิจารณา และเป็นเพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อยากให้ตนไปทำงานเจาะลึกในการดำเนินนโยบายด้านสังคม โดยเฉพาะเด็กและสตรี ซึ่งตนได้ทำงานเรื่องดังกล่าวมาก่อนแล้ว

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังทราบมติครม.นางสาวอนุตตมาก็ยุติการปฏิบัติหน้าที่รองโฆษกฯทันทีโดยไม่ได้ร่วมแถลงมติครม.กับทีมโฆษกแต่อย่างใด ทั้งนี้ในการทำงานของทีมโฆษกรัฐบาลในขณะนี้มีนางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการโฆษกฯ ที่ยังไม่มีการแต่งตั้งโฆษกฯคนใหม่ขึ้นมา จึงเท่ากับว่าในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาครม.ได้มีมติโยกทีมโฆษกรัฐบาลที่เป็นผู้หญิงออกจากตำแหน่งหมดแล้ว  


อนุมัติและเห็นชอบแต่งตั้งขรก.หลายหน่วยงาน 

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติและเห็นชอบในเรื่องแต่งตั้ง หลายตำแหน่งในหลายหน่วยงาน คณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครม.เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งประกอบด้วยภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นประธานกรรมการ และมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ โดยองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย

              1.มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 28 คน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 5 คน ร่วมเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกรรมการและเลขานุการ และเจ้าหน้าที่สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำนวน 2 คน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ส่วนอำนาจหน้าที่นั้นให้พิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางนโยบาย และมาตรการในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับสากล และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการต่อไป และมีอำนาจหน้าที่อีก 6 ประการ

              เริ่มจากครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอแต่งตั้ง นายรูเบน คูเปอร์แมน (Mr. Reuben Kooperman) เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ นครเพิร์ท เครือรัฐออสเตรเลีย สืบแทน พลจัตวา ดับลิว ดี. เจมีสัน (Brigadier W.D. Jamieson) ซึ่งเกษียนอายุ โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมรัฐออสเตรเลียตะวันตก เครือรัฐออสเตรเลีย

              กระทรวงพาณิชย์ ครม.อนุมัติเป็นหลักการในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้ 1. นายภูมิ สาระผล 2. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นผู้รักษาราชการแทนตามลำดับ

              กระทรวงพลังงาน ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ แต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตำแหน่ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดังนี้ 1. พล.ต.ต.ลัทธสัญญา เพียรสมภาร เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 2. นายเอกธนัช อินทร์รอด เป็นข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป

              กรรมการสภาสถาปนิก ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้ง นายสุวิทย์ ดิษยวงศ์ เป็นกรรมการในคณะกรรมการสภาสถาปนิกแทนตำแหน่งที่ว่างลง และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป

              ประธานกรรมการคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ครม.อนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 เป็นต้นไป

              กระทรวงการต่างประเทศ ครม.อนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้มีผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตามลำดับ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ดังนี้ 1. พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี 2. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

              กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอแต่งตั้ง นางสาว อนุตตมา อมรวิวัฒน์ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แทน นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ลาออกจากตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2555 เป็นต้นไป

              นอกจากนี้ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญเฉพาะราย นายธวัชชัย คูภิรมย์ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเฉิ่นหยาง สาธารณรัฐประชาชนจีน ดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดิลี สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต จากเดิม ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป เป็น ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2555


เคาะแบ่งงานรองนายกฯ-รมต.สำนักฯคุมสารพัดคกก.


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเห็นชอบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 37 /2555 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมายและระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และมอบอำนาจตามกฎหมาย

              โดยเริ่มจาก รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 คือ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 23 ชุดได้แก่ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชย์นาวี คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย คณะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราช อิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย คณะกรรมการจัดทำแผนบริหารราชการแผ่นดิน คณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมประชาสังคมเพื่อการพัฒนาชาติ คณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ คณะกรรมการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลกิจการประปาแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม คณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน

              ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในลำดับที่สอง ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวน 18 คณะ  คือ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการคดีพิเศษ (ยกเว้นในกรณีที่มีระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องที่สำคัญ หรืออาจมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นส่วนรวม นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคดีพิเศษ ด้วยตนเอง) คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก และรองประธานกรรมการในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ คณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ คณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า คณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ คณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง  คณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอบรมอาชีพ แห่งชาติ ประธานจัดทำแผนนิติบัญญัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2547 และการสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด

              นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีลำดับที่สาม ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวน 23 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ประธานสภาวิจัยแห่งชาติรองประธานกรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน คณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและการบริการของประเทศ คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารสินเชื่อเกษตรแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ คณะกรรมการว่าด้วยการประสานงานในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา  คณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ คณะกรรมการประสานการบริการด้านการลงทุน คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ และการสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

              พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่สี่ ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวน 34 ชุด ได้แก่  คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ยกเว้นในกรณีที่มีระเบียบวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องที่สำคัญ หรืออาจมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นส่วนรวม นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ด้วยตนเอง) คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ คณะกรรมการอาหารแห่งชาติคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ คณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภานายกสภาลูกเสือไทย รองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก รองประธานสภาวิจัยแห่งชาติ คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคง ของชาติ คณะกรรมการนโยบายรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ คณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ คณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ คณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 การสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติและการสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ

              นายชุมพล ศิลปอาชา  รองนายกรัฐมนตรีลำดับที่ห้า ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและระเบียบอื่นจำนวน 10 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร อุปนายกสภาลูกเสือไทย รองประธานกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งชาติ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ กรรมการในคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน ประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตามระเบียบ คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ว่าด้วยการจัดการเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ

              นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวนจำนวน 7 ชุด ได้แก่  รองประธานกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชกา ร กรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการพิจารณาการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย รองประธานกรรมการในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ กรรมการในคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ กรรมการในคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กรรมการในคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

              นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจำนวน 9 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรรมการในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรรมการในคณะกรรมการระบบการจราจรทางบก คณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน รองประธานกรรมการในคณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการบริหารสินเชื่อเกษตรแห่งชาติ กรรมการในคณะกรรมการพิจารณาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและการบริการของประเทศ และการสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยการขายตรงและตลาดแบบตรง

              นางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้รับการมอบหมายและมอบอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและในคณะกรรมการต่าง ๆที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ชุด คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ  รองประธานกรรมการในคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ

              “ให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในคำสั่งนี้ พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการยุบเลิกคณะกรรมการดังกล่าว หากเห็นว่าหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น หรืออาจยุบรวมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน หรือปรับปรุง องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าว โดยการยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือจัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีขึ้นใหม่โดยยึดหลักการมีผู้รับผิดชอบภารกิจอย่างชัดแจ้ง การไม่ปฏิบัติงานซ้ำซ้อนกัน และการบูรณาการภารกิจให้เกิดการประสานและสอดคล้องรองรับกัน แล้วเสนอผลการพิจารณาและข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือจัดทำขึ้นใหม่ต่อคณะรัฐมนตรี ในกรณีที่เห็นควรให้คงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ๆ ไว้ตามเดิมให้รายงานเหตุผลและความจำเป็นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป”