จู่ๆ ก็เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นใน จ.พัทลุง เมืองเล็กๆ ดูเงียบสงบ เมื่อชายคนหนึ่งบุกเข้าไปในร้านขายศูนย์ยาแม่ขรี เลขที่ 204 หมู่ 1 ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงหน้าผากหญิงสาว ซึ่งอยู่ในร้านเพียงลำพัง เสี้ยววินาทีนั้นเอง คนร้ายลั่นไกสังหารเธอจนเสียชีวิตทันที แล้วรีบหลบหนีไป
ช่วงบ่ายวันที่ 30 มกราคม ร.ต.อ.สุพัฒ ทองเขียว ร้อยเวร สภ.ตะโหมด จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุร้าย จึงรีบรายงานไปยัง พ.ต.อ.ชุมพล ขุนอักษร ผกก.สภ.ตะโหมด และ พ.ต.อ.ธวัชชัย จงหวัง ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง เพื่อนำกำลังเจ้าหน้าที่สายสืบและสายตรวจรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเปิดเป็นร้านขายยากลางตลาดเทศบาลแม่ขรี พบศพ น.ส.เสาวนีย์ ดีนุ่ม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 293 หมู 9 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เป็นผู้ช่วยเภสัชกร ซึ่งขายยาอยู่ที่ร้านดังกล่าว ถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 ที่หน้าผากทะลุท้ายทอย 1 นัด เสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์ภายในร้าน
จากการสอบถามพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือสามารถจดจำตำหนิรูปพรรณของคนร้ายได้ มีเพียงหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในร้าน สามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ และกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมมือปืนโหดรายนี้ได้
ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดถูกตรวจสอบอย่างละเอียดจนกระทั่งทราบว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเป็นนายอาเฉม นิ่งเบบ อายุ 28 ปี ลูกจ้างหน่วยอนุรักษ์ป่าเทือกเขาบรรทัด จ.สตูล คู่หมั้นหนุ่มที่เคยคบกับผู้ตายกันมานานกว่า 10 ปี
หลังจากนั้นไม่นาน พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผบก.ภ.จว.พัทลุง ก็ได้รับการติดต่อขอมอบตัวจากญาติของนายอาเฉม จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเดินทางไปรับตัวที่บ้านญาติในพื้นที่ อ.ปากพะยูน จากการสอบสวนนายอาเฉมรับสารภาพว่า เป็นคนยิง น.ส.เสาวนีย์จริง เนื่องจากรู้สึกโกรธแค้นที่หญิงสาวเริ่มตีตัวออกห่าง เพราะเริ่มมีชายอื่นมาติดพัน จึงลงมือฆ่า
โดยเริ่มต้นขี่รถจักรยานยนต์ไปหา น.ส.เสาวนีย์ ที่ศูนย์ขายยาในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี เพื่อพูดคุยแม้จะพูดด้วยดีแต่กลับถูกปฏิเสธ จึงสุมไฟความแค้นให้พัดโหมยิ่งขึ้น ด้วยความโมโหจึงใช้อาวุธปืนขนาด .38 ที่เตรียมไว้ในกระเป๋าเป้มาจ่อยิงที่หน้าผาก 1 นัด แล้วรีบสวมหมวกกันน็อกเดินออกจากร้านขายยา แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอยู่บ้านญาติ
เช้าวันรุ่งขึ้น พ.ต.อ.ชุมพล พร้อม พ.ต.อ.ธวัชชัย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย เข้าควบคุมตัวนายอาเฉม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นหนา เนื่องจากมีประชาชนให้ความสนใจมามุงดูจำนวนมาก
"จากการสอบสวน นายอาเฉมรับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ก่อเหตุยิง น.ส.เสาวนีย์ เนื่องจากความโกธรที่ผู้ตายตีตัวออกห่าง เพราะนายอาเฉมได้คบหากับ น.ส.เสาวนีย์ มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมใน อ.ปากพะยูน จนกระทั่งเรียนปริญญาตรีจบ และได้หมั้นหมายกันแล้ว แต่ระยะหลังนายอาเฉมความคิดว่าผู้ตายพยายามตีตัวออกห่าง เพราะมีชายอื่นมาติดพัน ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับสาย จึงบุกเข้าไปที่ร้าน และพยายามเจรจาถึงสาเหตุการเมินเฉยของฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงกลับพูดจาไม่เพราะ ด้วยความโกธรจึงใช้อาวุธปืนประจำตัวยิงเข้าใส่ น.ส.เสาวนีย์จนเสียชีวิต" พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย กล่าว
คดีนี้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่ติดภายในร้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้รวดเร็ว และพบหลักฐานสำคัญที่มัดตัวผู้ต้องหา ได้แก่ เสื้อแจ็กเก็ต กางเกงลายพลาง กระเป๋าเป้ที่ใช้ในวันก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร
...................
(หมายเหตุ : ลูกจ้างป่าไม้หึงโหดจ่อยิงสาวขายยาดับ ตะลุยข่าว โดย กันยา ขำนุรักษ์)