4 ก.พ.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า กรณีนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์มีรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมการพาดหัว “SimSimi” นั้น ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นที่สนใจของประชาชน เมื่อมีการใช้แพร่หลายสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ ซิมซิมิ กลายเป็น ซาซิมิ เพราะรัฐบาลเล่นงานแอพลิเคชั่นนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับการควบคุมการใช้คำไม่เหมาะสม แต่สาเหตุที่รัฐบาลรีบร้อนลงมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเยาวชน ไม่ได้เกิดจากความห่วงใยด้านวัฒนธรรม แต่ปัญหาที่แอพลิเคชั่นซิมซิมิโดนเชือดเพราะการที่คนพิมพ์ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าไป แล้วผลที่ออกมาจะสะท้อนความเป็นจริงมากเกินไป
นายชวนนท์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลห่วงเยาวชนของชาติว่าข้อเท็จจริง พ.ต.ท.ทักษิณ มีภาพลักษณ์ในสายตาของคนทั่วไปอย่างไร โดยเฉพาะกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อพิมพ์ชื่อเข้าไปแล้ว ก็จะปรากฏคำที่พูดถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างหลากหลาย ซึ่งสะท้อนความจริงเช่นกัน ทำให้รัฐบาลคงรับเรื่องนี้ไม่ได้ จึงนำประเด็นการใช้คำหยาบคายมาเป็นข้อบังหน้าในการปิดแอพลิเคชั่นนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นอีกครั้งที่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีศักยภาพที่จะทำอะไรก็ได้ แต่จะทำต่อเมื่อมีผลเสียกับรัฐบาลเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลมีความจริงจังที่จะแก้ปัญหาส่วนรวมมากกว่าแก้ปัญหาให้พวกพ้อง
“เว็ปไซด์หมิ่นสถาบันก็ปิดยากปิดเย็น แต่ทวิตเตอร์นายกฯโดนแฮ็คเกอร์ 2 วันกลับจับได้ แอพลิเคชั่นซิมซิมิขนาดเจ้าของอยู่ที่เกาหลี รัฐบาลก็มีความสามารถไปขอความร่วมมือการแก้ไข ที่ผ่านมารัฐบาลปิดปาก ปิดหูประชาชนแล้ว ยังตามมาปิดปากนกในคอมพิวเตอร์อีก จึงขอให้อย่าทำเพราะนกตัวนี้พูดเก่งกว่านกแก้ว หรือเป็นเพราะนกตัวนี้ฉลาดพอที่จะรูว่าเบื้องหลังพ.ต.ท.ทักษิณ หรือคนอย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นอย่างไร” นายชวนนท์ กล่าว
'ปชป.'เตรียมเผยข้อมูล'เสื้อแดง-นิติราษฎร์'เนื้อเดียวกัน5ก.พ.นี้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีผลสำรวจของโพลล์ของสวนดุสิตโพล เรื่องผลงานระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีการพาดหัวข่าว “ผลงานปู 6 เดือน ดีกว่ามาร์ค” แต่เรื่องนี้จะทำให้เข้าใจผิดได้ เพราะไม่ได้ชี้ชัดว่าผลงานด้านใดดีกว่ากัน แต่การแปลความผลงานปูเด่นกว่ามาร์คคงไม่ใช่ อาทิ ผลงานการขึ้นเงินเดือน และค่าแรง 300 บาท ซึ่งจะระบุผลงานนี้จะดีกว่าได้อย่างไร เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีนโยบายนี้ ขณะเดียวกันผลงานค่าแรง 300 ขณะนี้ยังไม่มีใครเคยได้ จึงเป็นเรื่องแปลกว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำตามสัญญาช่วงหาเสียงกลับมีคนชื่นชมเป็นอันดับ 1 ทั้งที่เรื่องนี้รัฐบาลยังตระบัดสัตย์ต่อประชาชน เพราะขณะนี้ข้าวแพง น้ำมันแพง ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ควรจะมาแก้ปัญหานี้เร่งด่วนด้วย
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องคณะนิติราษฎร์ที่ก่อนหน้านี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย หรือนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สละเรือเรื่องการแก้มาตรา 112 นั้น ดังนั้นในวันที่ 5 ก.พ.นี้ พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเผยข้อมูลว่า คนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร
'เทพไท'แฉ'พท.'เล่นบทพระเอกชิ่งหนี'เสื้อแดง-นิติราษฏร์'
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวกลุ่มที่สนับสนุนการแก้ไข มาตรา 112 ว่า เป็นสิ่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการแบ่งฝ่ายเผชิญหน้าของ 2 ฝ่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายควรให้การเคารพกับการเคลื่อนไหว และมีอิสระในการแสดงออก โดยเฉพาะกลุ่มนปช.พยายามเข้าไปกดดันและคุกคามผู้ที่เห็นต่างเป็นประจำ ทั้งที่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มตัวเองกลับไม่มีใครเข้าไปขัดขวาง อาทิ พฤติกรรมของคนเสื้อแดงไม่กี่คนที่ชุมนุมหน้ารัฐสภาทุกวันที่มีการประชุม และยังลุแก่อำนาจปิดประตูรั้วของสภาขัดขวางการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา
นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกมาปฏิเสธความเคลื่อนไหวของส.ส.พรรคเพื่อไทย และนปช.ว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนั้น ตนอยากถามพล.ต.อ.ประชาว่า รัฐบาลชุดนี้มาจากพรรคการเมืองใด และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนปช.หรือไม่ ดังนั้นจะมาแบ่งแยกบทบาทของรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร ถ้ารัฐบาลมีจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรา 112 ส.ส.พรรคเพื่อไทยและกลุ่ม นปช.ก็สามารถปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันได้ เว้นแต่รัฐบาลมีพฤติกรรมปากว่าตาขยิบ ส่งสัญญาณให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยและผู้สนับสนุนเคลื่อนไหวใต้ดิน แล้วรัฐบาลแสดงบทพระเอกเพียงผู้เดียว
นายเทพไท กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นได้ที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาหนุนช่วยกลุ่มนิติราษฏร์ออกหน้าออกตา อย่างกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หรือนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มนปช. ได้ออกมายอมรับความจริง ว่า กลุ่มนปช.เป็นแนวร่วมเป็นแขนขาของรัฐบาลจริง แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับออกมาโจมตีนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สั่งห้ามกลุ่มนิติราษฏร์เคลื่อนไหวในมหาวิทยาลัย ว่า เป็นพฤติกรรมหนุนช่วยนิติราษฏร์และแทรกแซงกิจการภายในของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทุกฝ่ายควรเคารพดุลพินิจของผู้บริหารมหาวิทยาลัยด้วย
“พลต.อ.ประชาจะออกมาปฏิเสธอย่างไรก็ตาม แต่พฤติกรรมบ่งชี้ว่าคนทั้ง 3 กลุ่มนี้ล้วนเป็นพวกเดียวกัน แม้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ จะไม่หวังผลสำเร็จในการปฏิบัติก็ตาม แต่ก็หวังผลที่จะสร้างความสั่นคลอนให้กับสถาบันเบื้องสูงแน่นอน”นายเทพไท กล่าว
'ฝ่ายค้าน'จี้'รัฐ'เปิดหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวเสมอภาค
นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าวถึงกรณีการเยียวยากลุ่มคนเสื้อแดง ที่รัฐบาลพยายามเดินหน้าอย่างเร่งด่วน โดยละเลยเหยื่อใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะท่าทีของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ที่ระบุว่า ไม่รวมถึงกรณีเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ และหน้าสภ.อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ว่า กรณีนี้รัฐบาลยังมีความเห็นที่ต่างและขัดแย้งกันเองและไม่เป็นเอกภาพ เพราะพล.ต.อ.ประชา พรมหนอก รมว.ยุติธรรมได้ออกมาระบุว่าจะพิจารณาเยียวยาทั้งกรณีมัสยิดกรืเซะและที่ตากใบรวมถึงไอตาแย จ.นราธิวาสด้วย จึงอยากให้รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาและให้ความเสมอภาค โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
“ถ้าต่างฝ่ายยังต่างแสดงความเห็นเป็นกรณีการโยนหินถามทาง ที่ขัดแย้งกันเองเช่นนี้ก็ยิ่งจะสร้างความสับสน วุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม แทนที่จะแก้ปัญหากลับเป็นการสร้างปัญหาเพิ่ม จึงอยากให้พิจารณากรณีการเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้ง 4 ศพโดยด่วนด้วย” นายเทพไท กล่าว