4 ก.พ.55 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลยืนยันว่า รัฐบาลไม่คิดแก้ไขและแตะต้องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่เอาด้วยอยู่แล้ว เพราะทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ชัดเจน ส่วนความขัดแย้งที่มีก็เป็นเรื่องของบุคคลและความคิดของคนเราที่ต้องยอมรับว่าไม่เห็นตรงกันเสมอไป ซึ่งบ้านเราปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยเรื่องความคิดความอ่านเราไม่สามารถไปครอบงำกันได้ ส่วนเรื่องของความรุนแรงคิดว่าไม่น่าจะมีขอให้คุยด้วยเหตุผลเป็นตัวหลักในการแสดงความคิดและจุดยืน อย่างไรก็ตามยืนยันด้วยว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์ใครคิดก็เป็นเรื่องของคนนั้น
“ส่วนที่ สส.เพื่อไทย และคนเสื้อแดงบอกว่าสนับสนุนนิติราษฎร์นั้น อย่าไปเกี่ยวโยงถึงตรงนั้นมันไม่ใช่ รัฐบาลก็ส่วนของรัฐบาล อย่าไปโยงกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ มาเชื่อมโยงกับรัฐบาลคงไม่ใช่ จะเหมารวมแบบนั้นก็คงไม่ใช่ ความคิดความอ่านของคนก็แตกต่างกันได้แต่เราไม่แตกแยก นายกชัดเจน รัฐบาลชัดเจน รองนายกฯชัดเจน รัฐมนตรีก็ชัดเจน” พล.ต.อ.ประชา กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องนี้มากขึ้น จนทำให้ พล.ต.อ.ประชา กล่าวย้อนถามสื่อมวลชนว่า ไหนลองเสนอสิว่าจะให้รัฐบาลทำยังไง ถ้ารัฐบาลทำได้ก็จะทำ ถ้าไปสั่งว่าห้ามคิดอย่างนั้นมันทำไม่ได้หรอก
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในส่วนของรายชื่อที่คนเสื้อแดงที่เข้าชื่อยื่นถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรื่องยังค้างอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ซึ่ง พล.ต.อ.ประชาไม่ตอบคำถามและขึ้นรถออกจากทำเนียบรัฐบาลทันที
"ประชา" เผย 11 ก.พ.ลุยหาดใหญ่เคาะตัวเลขเยียวยาเหยื่อความไม่สงบใต้
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลจะออกประกาศคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้(กพต.) ว่าด้วยอัตราค่าช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ อันสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.. ที่จะมีการจ่ายเงินเยียวยาให้เท่ากับผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองว่า วันที่ 11 ก.พ.นี้ ตนจะเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจะกำหนดตัวเลขที่ชัดเจนในวันนั้นทั้งในส่วนตัวเลขของบุคคลและการเยียวยาทั้งด้านจิตใจ เยียวยาด้านการศึกษา เยียวยาครอบครัวด้วย โดยบางเรื่องมีความจำเป็นต้องเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.ก็นำเข้า เรื่องไหนไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องนำเข้า โดยมีหลักการของคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ที่จะเป็นหลัก โดยตนรับผิดชอบในการเยียวยาพื้นที่ภาคใต้ก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นผลพวงที่มันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ก็มีเกณฑ์เยียวยาอยู่แล้วชัดเจน
ทั้งนี้ จะดำเนินการเยียวยาให้รวดเร็วที่สุดซึ่งจะดำเนินการพร้อมกับการเยียวยาของผู้ได้รับผลกระทบจาก การชุมนุมทางการเมือง โดยขีดกรอบเวลาตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 จนถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ที่จะเดินไปพร้อมๆกัน