4 ก.พ.55 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะได้เดินทางมาไปที่บ้านแม่โกนเกน หมู่ที่ 9 ต.หาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นติดตามไปด้วย ทั้งนี้เพื่อดูพื้นที่แม่น้ำเมย หลังจากที่ฝ่ายพม่าขอให้ทางรัฐบาลไทยตรวจสอบการทำพนังกันดินริมฝั่งแม่น้ำเมยของฝ่ายไทยที่บ้านแม่โกนเกน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 เป็นต้นมา อาจจะส่งผลกระทบต่อฝั่งแม่น้ำเมยในส่วนของริมฝั่งพม่าได้รับความเสียหาย
ส่วนฝ่ายพม่าเองได้นำธงชาติพม่าไปปักไว้กลางเกาะบริเวณกลางแม่น้ำเมย เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเกาะ อันเนื่องมาจากแผ่นดินหลุด ออกมา จากการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการไหลของแม่น้ำเมย ซึ่งการทำพนังกันดินของฝ่ายไทยนั้น เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการได้ชี้แจงว่า ฝ่ายไทยได้ทำพนังกันดินแนบกับริมฝั่งแม่นน้ำเมย และไม่ได้ ล้ำ ออกไปยังแม่น้ำ เพื่อรักษาแนวฝั่งเท่านั้น ยอมรับว่า แรกๆฝ่ายพม่าระท้องถิ่นที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด ได้ประท้วงมา แต่ภายหลังได้เจรจากันในระดับท้องถิ่นฝ่ายพม่าจึงไม่ท้วงติงใดๆ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้ไปดูพื้นที่การสร้างตลิ่งเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะฝั่งไทย เนื่องจากตนได้ไปประชุมที่ประเทศพม่า และได้พบกับรมว.ต่างประเทศพม่า โดยฝ่ายพม่าได้แจ้งว่า การทำพนังกันดินของฝั่งไทย จะนำให้น้ำไป กัดเซาะฝั่งพม่า เรื่องนี้ทางไทยกับพม่าต้องคุยกันในเวทีคณะกรรมการเทคนิคไทย - พม่า ( เจทีซี. ) Joint Thecnical Committee โดยตนจะนำเรื่องนี้หรือ ข้อเท็จจริงไปคุยสร้างความเข้าใจกับฝ่ายพม่า โดยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ เรื่องลำน้ำที่เป็นเขตติดต่อระหว่าง 2 ประเทศ
ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำที่ค่อยเป็นค่อยไปก็จะเป็นที่ยอมรับ และสามารถแบ่งกัน 2 ฝั่งได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน ต้องไปคุยกันทั้ง 2 ประเทศ โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย ซึ่งที่บ้านแม่โกนเกน มีทั้งหมด 3 จุด ซึ่งทางฝ่ายไทยได้ทำหนังสือ จะประชุมปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่ทางการพม่ายังไม่ได้ตอบรับ ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับ รมช.ต่างประเทศพม่า ในการประชุมอาเซียนไดอาล็อก ที่ประเทศอินเดีย ในวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งทราบว่า ทาง รมว.ต่างประเทศพม่าไม่ไป แต่จะได้พบกับ รมช.ต่างประเทศพม่า
อย่างไรก็ดี ทางการพม่าได้นำธงชาติพม่าไปปักไว้ที่เกาะกลางบ้านแม่โกนเกน ในพื้นที่เกือบ 200 ไร่ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2554 ซึ่งฝ่ายไทยได้ประท้วงไปแล้ว แต่ทางฝ่ายพม่ายังไม่ได้นำธงชาติออกไปจนถึงขณะนี้ ขณะเดียวกันฝ่ายพม่าได้ประท้วงฝ่ายไทยในการสร้างพนังกันดินดังกล่าวด้วย โดยฝ่ายไทยชี้แจงว่า ได้ทำในส่วนของฝั่งไทยไม่ได้ล้ำออกไปในแม่น้ำเมยแต่อย่างใด
"สุรพงษ์" เตรียมเสนอนายกฯ ตั้ง 3 อำเภอ จ.ตาก เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางลงพื้นที่บริเวณด่านชายแดนสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งในโอกาสนี้ ได้มีการพบปะและรับฟังความคิดเห็นกับตัวแทนหอการค้า จ.ตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ที่ห้องประชุมตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มีแนวคิดนำเรื่องการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง เพราะได้ชะงักไปในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มีแนวคิดให้ 3 อำเภอ คือ อ.แม่ละมาด อ.แม่สอด และ อ.พบพระ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์ เนื่องจากขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว เริ่มดีขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้หารือกับผู้นำทั้ง 3 ประเทศ เพื่อเปิดแนวการค้าชายแดนให้มีการค้าขายระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และในวันนี้ นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าก็ได้รวบรวมข้อมูล และ พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ มอบให้ตนด้วย แต่ พรบ.ดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไปโดยมีกลุ่มคัดค้านไม่เห็นด้วย
"ตนจะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้พิจารณารื้อฟื้นเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 และยังจะนำเรื่องแรงงานเมียนมาร์ไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ถึงระบบการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่เกิดปัญหา เนื่องจากยอดจำนวนแรงงานต่างด้าวระหว่างไทย-เมียนมาร์ ไม่ตรงกัน ซึ่งข้อมูลของฝ่ายไทยที่มีการลงทะเบียนอย่างถูกต้องไว้มี จำนวน 900,000 คน แต่ทางการเมียนมาร์แจ้งว่ามี 2 ล้านคน" นายสุรพงษ์ กล่าว