4 ก.พ.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดบ้านพิษณุโลก จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" แจงรายละเอียดภารกิจที่ผ่านมา ดำเนินรายการโดย นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลังจากได้รับเกียรติเยือนประเทศอินเดียที่ผ่านมา และเป็นแขกเกียรติยศที่ทางประเทศอินเดียเชิญให้ร่วมงานในวันชาติอินเดีย ซึ่งตนได้รับเกียรติตรงนี้และดีใจอย่างยิ่ง และเสมือนเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและอินเดีย โดยถือว่าเป็นการส่งสัญญาณในการร่วมกันทำธุรกิจ การวางยุทธศาสตร์การค้า ซึ่งประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์เป็นประตูสู่อาเซียน ที่จะเป็นทางผ่าน หรือฐานการผลิตเชิงธุรกิจของหลายประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีเอกลักษณ์ วัฒนธรรม เป็นจุดที่หลายประเทศให้ความสำคัญ อย่างประชากรของอินเดียที่มีมากถึง 1,200 ลานคน ซึ่งมองว่าขอเพียง 20 ล้านคนที่จะดึงเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยก็จะทำให้เศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวโตขึ้น ซึ่งจะทำรายได้จากตรงนี้ให้กับประเทศได้อย่างมาก
ส่วนการเยือนเมือง ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัมนั้น ถือได้ว่า เป็นการร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกับนักลงทุนจากหลากหลายประเทศ ซึ่งหลายประเทศยังมีความกังวลเรื่องการบริหารจัดการเรื่องน้ำ เนื่องจากที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรง ตรงนี้ได้แจงรายละเอียดถึงการวางแผนเพื่อรับมือในปีนี้ ต้องมุ่่งเน้นการดึงพลังจากคนรุ่นใหม่ พัฒนาเศรษฐกิจในประเทศเอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการดำเนินการบริหารจัดการน้ำนั้น มีหลากหลายคำถาม ทุกคำวิจารณ์ เรารับฟังเสมอ แต่บางครั้งจะให้แถลงให้ทราบทันทีไม่ได้ โดยเฉพาะเจาะเฉพาะเรื่อง ซึ่งต้องแถลงเป็นภาพรวม ตนขอเวลา ในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากต้องคำนวณตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาเพราะดูแต่น้ำในเขื่อน แต่ต่อจากนี้ต้องดูหลายพื้นที่ และยอมรับว่า รัฐบาลไม่สามารถบังคับน้ำได้ ไม่สามารถควบคุมน้ำได้หมด หากเกิดเหตุการณ์เหมือนที่ผ่านมา แต่จะมีการจัดการวางแผนมากขึ้น ลงพื้นที่เพื่อดูแนวทางน้ำ
ส่วนจุดที่แตก โดยเฉพาะประตูน้ำที่ยังมีปัญหาด้วยระบบกลไกของภาครัฐเอง ซึ่งงบประมาณ 12,000 ล้านนั้น นำมาใช้ได้เพียงบางส่วน เพราะต้องรอแผนงบประมาณเดือนมีนาคมนี้ ก็จะสามารถใช้งบดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ และส่วนเรื่องการเยียวยาที่ต้องเร่งทำ เนื่องจากประชาชนยังเกิดความกังวลว่า รัฐบาลจะช่วยจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มอบหมาย ให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องนี้ และจากการที่ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมนั้น ตอนนี้ทางรัฐบาลรู้แล้วว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งจะต้องไปดูขั้นตอน ต้องลงพื้นที่ พบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่เหล่านั้น เพื่อสรุปแนวคิดร่วมกันในการจัดการอย่างดีที่สุด โดยแผนแม่บทที่วางไว้ก็จะถูกส่งไปยังแต่ละจังหวัด ต้องลงพื้นที่จริง พร้อมเชิญผู้ว่าฯ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วน พรก.กู้เงิน 4 ฉบับ ที่มี 2 ฉบับผ่านแล้ว และเหลืออีก 2 ฉบับยังไม่ผ่าน ซึ่งต้องออก พรก.กู้เงิน เร่งด่วน เนื่องจาก 1.งบประมาณ 350,000 ล้านบาท นั้น ต้องนำมาใช้แก้ไข บูรณาการ ปีนี้ทันที 2.ภาระหนี้ที่มีอยู่ในประเทศ และมีหนี้ที่มีมานานแล้ว ซึ่งอยู่ในกองทุนฟื้นฟูฯ เป็นเงินภาษีของประชาชน ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯ มีปัญหา และรัฐบาลมีกำลังเลยโอนย้ายมาดูแลเอง แต่ตอนนี้รัฐบาลไม่สามารถรับภาระหนี้ตรงนี้ได้อีกแล้ว จึงได้วางแผนไว้ คือ โอนหนี้ดังกล่าวคืนให้ธนาคารแห่งชาติดูแล หรือขึ้นภาษีประชาชน ซึ่งรัฐบาลมองว่าตรงนี้จะเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชนอย่างมาก และเมื่อ พรก.4 ฉบับผ่านความเห็นชอบทั้งหมด ก็จะนำงบดังกล่าวลงมือทำได้ทันที เพราะคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้มีการสรุปแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า มีหลายกระแสวิจารณ์ถึง นายกรัฐมนตรี ไม่เข้าร่วมประชุมนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนมีความตั้งใจทำงาน และให้ความสำคัญ และให้เกียรติในการประชุม ทั้ง รัฐสภา วุฒิสภา แต่ด้วยภารกิจที่ต้องติดตามอย่างมาก ตนได้แบ่งงานมอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ชี้แจงในส่วนที่แต่ละกระทรวงดูแล รับผิดชอบแล้ว