ระวังพม่ากำลังข้ามหัวไทย

ระวังพม่ากำลังข้ามหัวไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่4ก.พ.2555

             รัฐบาลไทยได้พยายามประโคมข่าวว่า การเดินทางไปร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลก ครั้งที่ 42 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประสบความสำเร็จในการชี้แจงให้ผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจระดับโลกเข้าใจในแผนบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งแผนงานเร่งด่วนเยียวยาภาคธุรกิจเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น 

     
                  แต่ความเป็นจริงก็คือ ประเด็นของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น แทบไม่ได้รับความสนใจจากตัวแทนภาครัฐและภาคเอกชนจากหลายประเทศ ในเมื่อสายตาแทบทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่คณะผู้แทนพม่า ภายใต้การนำของอู โซ เถ่ง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของพม่า และนายพลจัตวาอู ทอง ลวิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงขนส่งทางรถไฟ ที่เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรก ตามคำเชิญของนายเคลาส์ ชวาบ ประธานกรรมการบริหารดับเบิลยูอีเอฟ ที่เพิ่งเดินทางไปเยือนพม่าเมื่อเร็วๆ นี้
     
                  แม้จะเพิ่งเข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรก แต่ผู้แทนพม่าก็มีไม้เด็ดที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติทุกคนจนมองข้ามไทยไปที่พม่าเป็นตาเดียว ไม้เด็ดที่ว่าก็คือ การให้ข้อมูลว่า รัฐสภาพม่าเตรียมผ่านร่างกฎหมายส่งเสริมการลงทุน รวมไปถึงสร้างแรงจูงใจด้านภาษีเพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้าไปลงทุนในพม่า โดยอาจยกเว้นภาษีอย่างน้อย 8 ปี ตลอดจนการเตรียมกระตุ้นการเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ให้ได้ตามเป้า 6% ในปีนี้
     
                  นอกจากนี้ พม่ากำลังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ 3 เขต นอกเหนือจากเขตเศรษฐกิจทวาย โดยเขตเศรษฐกิจอื่นอีกสองแห่งจะอยู่ใกล้ย่างกุ้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทย และประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่สนใจจะเข้าไปลงทุน ในส่วนของค่าเงินจ๊าดที่ไร้หลักประกันนั้น พม่าก็เตรียมอุดจุดอ่อนด้วยการหารือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งกลไกด้านการเงินการคลัง ที่สำคัญก็คือ การเตรียมยกระดับธนาคารกลางให้เป็นหน่วยงานอิสระ จากปัจจุบันที่เป็นเพียงแผนกหนึ่งในกระทรวงการคลัง ฯลฯ
     
                  แม้ว่าการแง้มประตูประเทศของพม่ายังมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก แต่นักลงทุนต่างชาติก็พร้อมจะรับความเสี่ยงนั้น เมื่อชั่งน้ำหนักในมือแล้วเห็นว่าได้มากกว่าเสีย แต่ยิ่งพม่าเป็นสาวเนื้อหอมมากเท่าไร ความน่าสนใจของไทยก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากรัฐบาลไม่เร่งหามาตรการดึงดูดอื่นๆ โดยเฉพาะการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง การสร้างหลักประกันว่าข้อตกลงทางธุรกิจทุกอย่างเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ฯลฯ ไม่เช่นนั้นนักลงทุนต่างชาติก็อาจบินข้ามหัวไทยไปลงที่พม่าได้