กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะ พลันที่สิ้นเสียงปืนจากเหตุการณ์ทหารพรานที่ 4302 กรมทหารพรานที่ 43 ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ไล่ติดตามคนร้ายที่ยิงถล่มฐานที่มั่นจนมาพบรถกระบะต้องสงสัยอยู่บนถนน กระทั่งเกิดเหตุยิงต่อสู้กันทำให้มีผู้ที่อยู่ในรถกระบะเสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 4 คน เมื่อคืนวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา
ร้อนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมี พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานฝ่ายกองทัพ และ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานคณะกรรมการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และญาติผู้เสียชีวิต
พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้คลี่คลายข้อเท็จจริงให้กระจ่าง และตรงไปตรงมา เพราะไม่ต้องการให้นำไปสู่ “เงื่อนไข” จนเกิดความรุนแรงลุกลามบานปลายในพื้นที่
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มีการนำกำลังทหารพรานออกนอกพื้นที่เพื่อลดภาวะกดดัน และการเผชิญหน้ากัน เพราะจะต้องรอผลการสอบสวนของตำรวจ และคณะกรรมการสอบสวน 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และคณะกรรมการอิสลามพิเศษ
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะเชิญ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
ขณะเดียวกันได้มีการทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงจากกรมทหารพรานที่ 43 เป็นลายลักษณ์อักษร "รายงานตรง" ถึง พล.อ.ประยุทธ์ โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากการก่อเหตุใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงเข้าใส่จุดตรวจของทหารพราน 3 นัด โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ
ขณะนั้นทหารพรานที่ 4302 กรมทหารพรานที่ 43 กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่บ้านน้ำดำ หมู่ 3 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยหลังก่อเหตุ กลุ่มโจรได้ใช้รถจักรยานยนต์หลบหนีมาตามถนนสาย 418 (ยะลา-ปัตตานี) โดยมีทหารพรานไล่ติดตามมา และได้แจ้งเตือนให้หยุดรถอยู่เป็นระยะ
จากนั้นคนร้ายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้หลบหนีขึ้นรถกระบะที่ขับผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับไม่ยอมหยุด
จากนั้นได้มีการยิงปืนมาจากภายในรถกระบะคันดังกล่าว 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงยิงสวนเข้าไป และมีการยิงปะทะกันระยะหนึ่ง กระทั่งพบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในรถ พร้อมอาวุธปืน เอเค-47 หรืออาก้า จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืน .45 อีก 1 กระบอก รวม 2 กระบอก
“เจ้าหน้าที่ได้พยายามเรียกให้หยุด แต่คนร้ายไม่ยอมหยุด แต่กลับยิงปืนเข้าใส่ 2 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงสวนกลับทันที ที่สำคัญ พื้นที่ดังกล่าวก็ค่อนข้างมืด คือ ในเวลาประมาณ 19.30-20.00 น. ของวันที่ 29 มกราคม และการที่เรายิงสวนไปก็เพื่อป้องกันตัว และได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวังแล้ว” เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ระบุ
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น "บทเรียน" ครั้งสำคัญ เพราะในช่วงหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุมักจะใช้ผู้หญิง เด็ก และคนชรา มาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการ และนำคนที่ "ไม่เคยมีหมายจับ" เข้ามาก่อเหตุเพื่อให้ยากแก่การติดตามจับกุมด้วย เนื่องจากไม่มีข้อมูลในทะเบียนประวัติอาชญากร
“ที่ผ่านมามีการใช้ผู้หญิงมาวางระเบิด โดยจะเลือกคนที่ไม่มีประวัติก่อเหตุ หรือมีหมาย ป.วิอาญา ทำให้การเดินทางไปก่อเหตุทำได้สะดวก" เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเผยถึงการปรับยุทธวิธีในการก่อเหตุของคนร้าย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลุ่มผู้ก่อเหตุลดน้อยลงไปตามลำดับ เพราะมีการทำงานทางการเมืองควบคู่กับการทหาร เพื่อเข้าถึงประชาชน ขณะที่กลุ่มที่มีหมายจับทั้งในและต่างประเทศก็หันกลับมาช่วยพอสมควร ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงกลัว "เสียมวลชน" จึงพยายามสร้างสถานการณ์ให้บ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้นเพื่อข่มขู่ไม่ให้มวลชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
................
(หมายเหตุ : ป่วนใต้ยุคใหม่ใช้โจร'ไร้ประวัติ' ยืมโล่มนุษย์สตรี-เด็ก-คนชรา : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)