ระบบเศรษฐกิจที่ใช้อยู่ในโลกทุกวันนี้ หากจะกล่าวว่าถูกออกแบบมาโดยชาวอเมริกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่ออเมริกาก็คงจะไม่ผิดนัก ไม่ว่าจะเป็นการที่ประเทศต่างๆ ใช้เงินดอลลาร์เป็นทุนสำรองแทนทองคำ การใช้ดอลลาร์ในการซื้อ-ขายสินค้าระหว่างประเทศ ระบบการเงินการธนาคารที่ใช้ดอลลาร์เป็นตัวกลาง อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลต่างๆ ที่อิงกับดอลลาร์ หรือการวางแผนจัดระเบียบการเงินของยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จนเกิดการใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน ซึ่งมีส่วนส่งเสริมให้สหรัฐกลายเป็นแกนหลักของเศรษฐกิจโลก แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และการค้า ซึ่งเคยสร้างความมั่งคั่งแก่สหรัฐอย่างมหาศาล ก็ไม่ได้อยู่ในมือของสหรัฐอีกต่อไป แต่ตกอยู่กับประเทศเศรษฐกิจหน้าใหม่ เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น จนถึงเกาหลี และจีน
จาก
เศรษฐกิจที่พุ่งทะยานแบบฉุดไม่อยู่ของจีน ซึ่งสวนทางกับภาวะวิกฤติ
เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสหรัฐเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว นอกจากจะทำให้จีนกำลังจะก้าวสู่ความเป็นแกนหลักของ
เศรษฐกิจโลกแล้ว ยังทำให้สหรัฐ ตกเป็นผู้ต้องหาในกรณีที่ก่อให้เกิดวิกฤติ
เศรษฐกิจลุกลามไปทั่วโลกชาวอเมริกันกล่าวหาว่า บริษัทธนกิจและธุรกิจขนาดใหญ่ของตนเป็นต้นเหตุของปัญหา
เศรษฐกิจ จากการตักตวงผลประโยชน์ทางการค้า และปกป้องพรรคพวกเพื่อนพ้อง รวมทั้งการเสวยสุขในยามที่ชาวบ้านร้านตลาดประสบความเดือดร้อนจากภาวะ
เศรษฐกิจตกต่ำ การตกงาน ขาดรายได้ และไม่มีเงินชำระหนี้ โดยเฉพาะสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เคยบูมอย่างหนักก่อนหน้านี้ จนเกิดขบวนการ “ออคคูปาย วอลล์สตรีท” ชุมนุมประท้วงตามเมืองสำคัญๆ ในสหรัฐ และแพร่กระจายไปในยุโรป และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ชาวโลกก็มองว่าระบบ
เศรษฐกิจโลกที่ออกแบบโดยชาวอเมริกันนั้น เป็นต้นตอของวิกฤต
เศรษฐกิจโลก และเรียกร้องให้ดำเนินการกำจัดจุดอ่อนต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามเช่นในยุค
เศรษฐกิจตกต่ำ ที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สอง และจุดอ่อนที่สำคัญจุดหนึ่งก็คือเรื่องหนี้สินของกรีซ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศสมาชิกประชาคมยุโรปโดยรวม
การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส ที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำประเทศต่างๆ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญทาง
เศรษฐกิจระดับโลกทั้งหลาย ได้พบปะและแสดงทัศนคติ ปัญหา และแนวคิดในการแก้วิกฤต
เศรษฐกิจโลกร่วมกัน แม้ว่าจะยังไม่มีคำตอบซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายออกมา แต่ก็แสดงให้เห็นว่าโลกของอเมริกาในปัจจุบันไม่ได้กว้างใหญ่และยิ่งใหญ่เยี่ยงในอดีต และระเบียบหรือกลไก
เศรษฐกิจที่อเมริกาเป็นผู้กำหนด ก็กลายเป็นสิ่งที่ชำรุดและล้าสมัย ซึ่งหากอเมริกายังขืนที่จะแสดงบทบาทในแบบเดิมๆ ก็เชื่อได้ว่าจะต้องถูกท้าทายจากประเทศมหาอำนาจใหม่ทาง
เศรษฐกิจ เช่นจีนอย่างแน่นอน และก็เชื่อได้ว่าจะมีอีกหลายประเทศ ที่พร้อมจะย้ายจากการยืนอยู่ข้างสหรัฐ ไปอยู่ข้างอื่น
ผมเชื่อว่า โลกกำลังก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่เพียงในรูปแบบของ
เศรษฐกิจ หากแต่หมายถึงการผลิตการพัฒนาเทคโนโลยี การบริหารจัดการ การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และการแสวงหาช่องทางใหม่ในทางการค้าและการเพิ่มพูนรายได้ของประเทศ แน่นอนว่าการแข่งขันในทางการค้าและ
เศรษฐกิจนับจากนี้ไปจะต้องเข้มข้นขึ้นและมีรูปแบบที่หลากหลายสลับซับซ้อนขึ้นด้วย
และก็เชื่อด้วยว่า เมืองไทยหมดยุคหมดสมัยของการพายเรือขายขนมตามตลาดน้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปไปดูเล่นแล้ว แต่เราจะต้องระดมสมองเพื่อหาสินค้าตัวใหม่ วิธีขายแบบใหม่ ระบบการค้าที่แตกต่างไปจากเดิม แล้วนำสินค้าใหม่ๆ เหล่านั้น ออกไปสู่ตลาดต่างประเทศและระบบสากลให้ได้