ศึกฟุตบอลถ้วย "คาร์ลิง คัพ" รอบรองชนะเลิศนัดที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กลับมาเปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ หลังเกมแรกบุกไปแพ้ 0-1 เกมนี้ "คิงเคนนี" เคนนี ดัลกลิช จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำทัพโดย โฆเซ เรนา, เกลน จอห์นสัน, ชาร์ลี อดัม, เครก เบลลามี และ "สตีวี จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ด้านทีมเยือนของ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี ตัดสินใจดร็อปแข้งหลักบางตำแหน่ง แต่ยังคงส่งดาวดังอย่าง แกเร็ธ แบร์รี, ซาเมียร์ นาสรี, ดาวิด ซิลวา และเอดิน เซโก ลงเล่นเป็นตัวจริง
โดย "เรือใบสีฟ้า" ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงไกลของ ไนเจล เดอ ยอง นาที 31 ทว่า "หงส์แดง" ไล่ตามตีเสมอได้จากลูกจุดโทษของ สตีเวน เจอร์ราร์ด นาที 41 ก่อนที่ทีมเยือนจะเป็นฝ่ายขึ้นนำได้อีกครั้งจากลูกชาร์จของ เอดิน เซโก นาที 67 แต่เจ้าถิ่นตามทวงคืนได้จาก เครก เบลลามี นาที 74 หมดเวลาการแข่งขัน เสมอ 2-2 รวมผล 2 นัด ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ 3-2 ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปลุ้นแชมป์ถ้วยรายการนี้เป็นสมัยที่ 8 ต่อไป
หลังจบเกม เคนนี ดัลกลิช กุนซือ "หงส์แดง" กล่าวยกย่องฝีเท้าของ เครก เบลลามี กองหน้าจอมเลื้อยที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเป็นผู้ยิงประตูตีเสมอพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แถมยังทำให้ทีมของเขาได้กลับไปเหยียบสนามเวมบลีย์เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีอีกด้วย นับตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ นัดที่แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 เมื่อปี 1996 แต่ยังคงยืนยันว่าลูกทีมของเขาจะต้องมีสมาธิกับเกมนัดต่อไปที่เตรียมเจอศึกหนักรับการมาเยือนของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 คืนวันเสาร์นี้
ขณะที่ โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" กล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของ ฟิล ดาวน์ ผู้ตัดสินเกมนี้ในทำนอง "สองมาตรฐาน" เพราะเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมของเขาชวดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปแบบน่าเสียดาย เพราะมองว่า ลิเวอร์พูล ไม่น่าที่จะได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ล้มตัวเสียบสกัดแล้วบอลแฉลบขาไปโดนท่อนแขนกลายเป็นลูกแฮนด์บอล แถมทีมของเขายังน่าจะได้จุดโทษจากจังหวะที่ ชาร์ลี อดัม ไปหวดข้อเท้าของ เอดิน เซโก ล้มลงในกรอบเขตโทษอีกด้วย แต่ผู้ตัดสินกลับไม่เป่าให้จุดโทษเหมือนเจ้าบ้าน จึงทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องยอมรับคำตัดสินแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
"ไก่เดือยทอง" เตรียมดร็อปแข้งหลักนัดบุกเยือน วัตฟอร์ด เอฟเอ คัพ รอบ 4
ศึกฟุตบอลถ้วย "เอฟเอ คัพ" คืนวันศุกร์ที่ 27 มกราคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 2 คู่ เริ่มจาก "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 3 แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องยกพลบุกไปเยือน "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ทีมดังจากลีกแชมเปี้ยนชิพ ที่สนามวิคาเรจ โรด เวลา 02.45 น. เกมนี้ แฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือทีมเยือนเตรียมดร็อปผู้เล่นตัวหลักหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็น แบรด ฟรีเดล, ยูเนส คาบูล, ลูกา โมดริช และราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท เพื่อเปิดทางให้พวกตัวสำรองได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนอย่างเกมรอบที่แล้ว
คาดว่า คาร์โล คูดิชินี เตรียมกลับมายืนเฝ้าเสาอีกครั้ง ส่วนตัวสำรองอย่าง เซบาสเตียน บาสซง, สตีเวน พีนาร์, นิโก ครันชาร์, อารอน เลนนอน และโรมัน พาฟลิยูเชนโก น่าจะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เช่นเดียวกับดาวรุ่งอย่าง แดนนี โรส, เจ็ค ลิเวอร์มอร์ และโจวานนี ดอส ซานโตส
คู่นี้เคยพบกับในศึกเอฟเอ คัพ มาแล้วทั้งหมด 4 เกม ปรากฏว่า สเปอร์ส มีสถิติข่ม วัตฟอร์ด เพราะเป็นฝ่ายเก็บชัยชนะได้ทุกเกม ซึ่งเกิดขึ้นในบ้านของ "ไก่เดือยทอง" ทั้งหมด โดยนัดล่าสุดที่พบกันในเกมรอบ 3 เมื่อปี 1999 ปรากฏว่า "ไก่เดือยทอง" เฝ้ารังไล่ต้อนชนะ 5-2
ส่วนอีกคู่หนึ่งเป็นการพบกันของ 2 เพื่อนร่วมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีระหว่าง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เปิดถิ่นกูดิสัน ปาร์ค รับการมาเยือนของ "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม เวลา 03.00 น.
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------
หวนคืนบัลลังก์'ม้าลาย'แชมป์ไร้พ่าย
'ชินจิ คางาวะ'เสร็จป๋า'เฟอร์กี้'
ชนะแชมป์!'เรือใบ'ชุดเก่งรับ'คิวพีอาร์'
เชลซี'หวังน้ำบ่อหน้า'เตะชปล.
มันโชโวสบายๆซิวถ้วยแล้ว2นิ้ว
เชลซีรับสภาพแพ้หงส์ชวดที่4
'ผี'ระส่ำรับ'หงส์ขาว'ไร้อีแวนส์-เวลเบค
'สิงห์บลู'ดวล'หงส์แดง'ชิงเอฟเอ
จุดเปลี่ยนที่สำคัญ!?เป๊ปลาบาร์ซ่า
'ดัลกลิช'จวกหงส์แพ้ฟูแล่มคาบ้าน