โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ยิ่งแก้ ยิ่งต้องแก้

ปิดประเด็น : โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ยิ่งแก้ ยิ่งต้องแก้ โดย...นิตินัย ศิริสมรรถการ : nitinai@live.com

                ปิดกันไม่ลงจริงๆ ครับ ประเด็นหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า กองทุนฟื้นฟูฯ หรือ FIDF...วันนี้ผมขอเท้าความเรื่องเดิมในอดีตสั้นๆ หลังจากได้เขียนไว้แล้วในคอลัมน์นี้เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเพื่อชี้ให้เห็นต่อไปว่า เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร เขาแก้อะไรกันไว้บ้างในอดีต และเขากำลังจะทำอะไรกันปัจจุบัน และจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

                 เมื่อตอนวิกฤติต้มยำกุ้งเรามีการปิดสถาบันการเงินกัน 56 สถาบันการเงิน ความเสียหายก้อนแรก 5 แสนล้านบาท (FIDF1) และเมื่อ 10 ปีก่อน คือปี 2545 ก็มานั่งคิดกันว่าสรุปความเสียหาย สุทธิ จะเป็นเท่าไหร่กันแน่ เน้นครับว่า สุทธิ ซึ่งถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือถ้าขายทรัพย์สินทั้งหมด แล้วเอาเงินไปใช้หนี้ยังขาดเงินที่ต้องเอาไปใช้หนี้อีกเท่าไหร่...โดยตอนนั้น ธปท.ได้ออกแถลงในข่าวของ ธปท. ฉบับที่ 22/2545 ว่าขาดทุนสุทธิทั้งหมดประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อหัก FIDF1 (ผมจะเรียกว่าหนี้กองแรก) ออก 5 แสนล้านบาทแล้ว ก็ต้องการอีกประมาณ 9 แสนล้านบาท (FIDF2+3 ซึ่งผมจะเรียกว่าหนี้กองหลัง) ที่ต้องหาเงินมาใช้หนี้กัน...

                ตอนนั้นก็เลยออก พ.ร.ก. 3 ฉบับ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2545 สาระสำคัญ ที่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านพยายามทำความเข้าใจแหล่งเงินที่จะเอามาใช้หนี้ทั้ง 2 กอง คือ (1) เอาเงินบัญชีสำรองพิเศษหรือเรียกภาษาชาวบ้านว่าคลังหลวง 1.65 แสนล้านบาทมาล้างขาดทุนสะสมของฝ่ายการธนาคาร เพื่อให้ฝ่ายการธนาคารมีศักยภาพในการจ่ายหนี้กองแรก และ (2) อนุญาตให้เอาเงินจากบัญชีผลประโยชน์ไปจ่ายหนี้กองหลัง...นั่นคือในอดีตเรื่องราวเป็นมาอย่างไร และเขาแก้ไขกันไว้อย่างไรครับ

                เวลาผ่านไป 10 ปีจากรัฐบาลไทยรักไทย สู่รัฐบาลเพื่อไทย ก็มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย...ข่าวดีก็คือจากที่เคยคิดกันไว้ว่าความเสียหายสุทธิจะเป็น 1.4 ล้านล้านบาท จริงๆ แล้วเท่าที่ผมได้ยินฝั่งรัฐบาลออกมาแถลงดูเหมือนว่าความเสียหายจะไม่ถึง 1.4 ล้านล้านบาท เพราะสรุปแล้วมีการกู้จริงรวมประมาณเพียง 1.2 ล้านล้านบาท อันนี้ยังไม่รวมสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ใน FIDF อีกจำนวนหนึ่ง รวมความเสียหายสุทธิก็ไม่ถึง 1.2 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 1.4 ล้านล้านบาท!!!

                ส่วนข่าวที่ไม่สู้จะดีคืออะไรครับ...คือ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาได้มีการจ่ายคืนต้นเงินกู้ไปน้อยมาก เงินต้นไม่ลดรัฐบาลก็แบกรับภาระดอกเบี้ยกันอ่วมสิครับ ที่ผ่านมาจ่ายดอกเบี้ยไปแล้ว 7 แสนกว่าล้านบาท บนฐานความเสียหายสุทธิ 1.2 ล้านล้านบาท แล้วก็ยังนึกไม่ออกว่าเงินต้นที่เหลือจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย (นอกจากภาวนาให้เงินบาทอ่อนค่า) !!!

                 อย่างนี้จะแก้ปัญหากันอย่างไรดีครับ การรื้อฟื้นอดีตว่าใครผิดไม่ได้เป็นพื้นฐานของการแก้ไขปัญหาในอนาคตครับ การโยนความผิดกันไปมา ไม่ได้ช่วยแก้อะไร การแก้ไขปัญหาควรมองผลประโยชน์ หรือฐานะความยั่งยืนทางการเงินการคลังโดยรวมมากกว่า ปัญหาอยู่ตรงไหนก็ไปแก้ตรงนั้น อย่าทะเลาะกันเลยครับ

                หนี้กองแรกไม่มีเงินจ่ายเพราะมีขาดทุนสะสม ก็ไปล้างขาดทุนสะสม ล้างยังไง เพื่อไทยก็ลองไปถามไทยรักไทยดูครับ ว่าตอนปี 2545 เขาล้างกันยังไง ส่วนหนี้กองหลังไม่มีเงินจ่ายเพราะเรื่องการลงบัญชีอัตราแลกเปลี่ยน ก็ไปทำระบบการลงบัญชีให้มีกระแสรายได้จากบัญชีผลประโยชน์ออกมาใช้หนี้ ทำอย่างไร ธปท.ก็น่าจะรู้ดีนะครับ ผมว่า...

                ส่วนไอ้ที่รัฐ ซึ่งก็คือประชาชนทั้งประเทศจะเข้าไปรับผิดชอบน่ะ ก็คือความเสียหาย สุทธิ นะครับ สินทรัพย์ที่อยู่ที่ FIDF ก็ต้องถูกนำมาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาด้วย ผลตอบแทนที่ได้จากการบริหารสินทรัพย์ก็ควรนำมาบรรเทาภาระดอกเบี้ยไม่ใช่ว่าผลประโยชน์จะเอาเก็บไว้ ส่วนดอกเบี้ยก็ให้ประชาชนรับผิดชอบไป... FIDF ก็จะต้องปิดเร็วๆ นี้ หลังจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากคุ้มครองเต็มตัวอยู่แล้วนี่ครับ...นี่ไปเอาเงินสถาบันคุ้มครองเงินฝากเขามาจ่ายดอกเบี้ย อย่างนี้ FIDF จะต้องอยู่ต่อหรือเปล่าครับ ผมว่าต้องมีการแก้ปัญหา ของวิธีการแก้ปัญหา ในครั้งนี้นะครับ!!!

.............................................
(ปิดประเด็น :  โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ยิ่งแก้ ยิ่งต้องแก้ โดย...นิตินัย ศิริสมรรถการ : nitinai@live.com)

คมชึดลึก