ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เล่นในรังเอมิเรตส์ทำศึกบิ๊กแมตช์กับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเกมนี้เจ้าถิ่นไม่มี เธียร์รี อองรี ตัวเก๋าที่บาดเจ็บ ขณะที่ปีศาจแดงยังวาง เวย์น รูนีย์ หัวหอกคู่ แดนนี เวลเบค ซึ่งหลังจากเกมสูสีในช่วง 10 นาทีแรก เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ครองบอลเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และสร้างโอกาสลุ้นประตูต่อเนื่อง จนช่วงทดเจ็บมาได้ประตูนำ ไรอัน กิ๊กส์ เปิดบอลจากทางซ้ายไปเสาสอง อันโตนิโอ บาเลนเซีย ขึ้นโหม่งเหน่งๆ เข้าไป จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 1-0
ครึ่งหลัง อาร์เซนอล ได้โอกาสตีเสมอนาทีที่ 51 คริส สมอลลิง พลาดถูก โทมัส โรซิคกี ฉกบอลไปใส่พานให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี ยิงโล่งๆ ที่หน้าประตูแต่หลุดกรอบอย่างเหลือเชื่อ แต่นาทีที่ 71 อาร์เซนอล ตามตีเสมอได้จากเกมโต้กลับ อเล็กซ์ แชมเบอร์เลน จ่ายทะลุให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี ยิงทางซ้ายของเขตโทษบอลเช็ดเสาไกลเข้าไปเป็น 1-1 แต่นาทีที่ 81 ทีมเยือนนำอีกครั้ง บาเลนเซีย ลากลุยเข้าเขตโทษทางขวาก่อนหักเข้ากลางให้ แดนนี เวลเบค ยิงเต็มเท้าสู่ก้นตาข่าย
ช่วงเวลาที่เหลือของเกม อาร์เซนอล แทบจะไม่ได้ลุ้นอะไร ทำให้จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาชนะไป 2-1 มีเป็น 51 แต้ม ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 3 แต้ม ขณะที่ อาร์เซนอล แพ้ 3 นัดรวด ยังมี 36 แต้ม อยู่ที่ 5
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูงเปิดอิติฮัตรับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส โดยเจ้าถิ่นวาง เอดิน เซโก เล่นกองหน้าร่วมกับ เซร์คิโอ อาเกโร และ ดาวิด ซิลบา ขณะที่ทีมเยือนไม่มี เอมมานูเอล อเดบายอร์ ที่ยืมตัวจากแมนฯ ซิตี้ จึงใช้ เจอร์เมน เดโฟ เล่นคู่กับ ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท
เกมในช่วงครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างเล่นกันระมัดระวัง ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสลุ้นประตูเท่าไรนักเสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ เร่งเกมมากขึ้นนาทีที่ 56 ก็ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ดาวิด ซิลบา แทงทะลุให้ ซามีร์ นาสรี หลุดไปยิงสวน แบรด ฟรีเดล เข้าไป ก่อนที่อีก 3 นาทีต่อมา แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูห่างไปอีกจากลูกเตะมุมทางซ้าย นาสรี เปิดไปเสาแรก เอดิน เชโก โหม่งเช็ดไปหน้าประตู โจเลน เลสค็อตต์ ชาร์จเป็น 2-0
แต่นาทีที่ 60 สเปอร์ส กลับมาได้เร็วจากบอลยาวของ ยูเนส คาบูล และ สเตฟาน ซาวิช โหม่งบอลพลาดทำให้ เจอร์เมน เดโฟ หลุดไปแตะหลบ โจ ฮาร์ท ก่อนยิงไล่มาเป็น 1-2 และนาทีที่ 65 ทีมเยือนตีเสมอได้ แอรอน เลนนอน ลากบอลตัดทางซ้ายก่อนไหลมาหน้าเขตโทษ แกเรธ เบล ยิงปั่นโค้งเข้าเสาไกลอย่างสวยงามเป็น 2-2
จากนั้นเกมเป็นทีมเยือนเป็นส่วนใหญ่จนน่าจะได้ประตูชัยช่วงทดเวลา เบล หลุดไปทางซ้ายก่อนผ่านให้ เดโฟ ชาร์จโล่งๆ แต่บอลหลุดออกเสาสอง และช่วงทดเวลานาทีที่ 4 กลายเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ได้ประตูชัยจากบอลเร็วไปข้างหน้า เลดลีย์ คิง ไปเสียบ มาริโอ บาโลเตลลี ตัวสำรองทำให้เป็นจุดโทษ และ บาโลเตลลี รับหน้าที่สังหารเข้าไปทำให้ แมนฯ ซิตี้ พลิกมาชนะหวุดหวิด 3-2 มี 54 แต้มจาก 22 นัด นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ส่วนสเปอร์สยังมี 46 แต้ม
ด้านเกมคู่ดึกเมื่อวันที่ 21 มกราคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 7 ออกไปเยือน โบลตัน เริ่มเกมได้แค่ 4 นาทีเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูออกนำ มาร์ค เดวิส พลิกบอลจากหน้าเขตโทษเข้าไปยิงผ่าน โฆเซ เรนา เป็น 1-0 จากนั้นแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะกลับมาครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ต้องเสียประตูไปอีกนาทีที่ 30 จากความหลวมของกองหลังลิเวอร์พูลเหมือนเดิม ไนเจล ริโอ โคเกอร์ แตะบอลไปยิงในเขตโทษเป็น 2-0 ก่อนที่อีก 7 นาทีต่อมาทีมเยือนตีไข่แตกได้ แอนดี คาร์โรลล์ โหม่งเช็ดให้ เบลลามี หลุดเดี่ยวไปยิงทำให้จบครึ่งแรก โบลตัน นำ 2-1
เข้าครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 5 นาที ลิเวอร์พูล ต้องพลาดเสียประตูไปอีกจากลูกเตะมุมของ สติลิยัน เปตรอฟ ไปเสาสอง เดวิด วีเธอร์ โหม่งตั้งกลับมาให้ เกตาร์ สไตน์สัน ยิงจ่อๆ หน้าประตู ทำให้เกมของลิเวอร์พูล เสียกำลังใจจนทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม โบลตัน ชนะ 3-1
หลังจบการแข่งขัน "คิงเคนนี" เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมาสับลูกทีมเละเทะว่าขาดความทุ่มเทและดูถูกทีมอย่างโบลตันมากเกินไป และหากนักเตะคนใดยังมีพฤติกรรมแบบนี้ก็พร้อมจะปล่อยออกจากทีม
"ไม่มีใครที่สโมสรแห่งนี้ที่ไม่เคารพยำเกรงคนอื่น หากว่านั่นเป็นปัญหาแล้ว หากพวกเขาคิดว่าเกมนี้ไม่สำคัญเหมือนเกมต่อไปแล้ว พวกเขาก็ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ ผลการแข่งขันที่ออกมาน่าผิดหวังก็จริง แต่ที่น่าผิดหวังที่สุดสำหรับผมคือ ผมไม่คิดว่าพวกเขาพร้อมจะเล่นเกมนี้ ผมไม่คิดว่าแนวทางการเล่นของเราจะถูกต้อง การตั้งสโมสรฟุตบอลขึ้นมาสร้างขึ้นด้วยความเคารพผู้อื่น เกมนี้มันจะช่วยสร้างความฮึกเหิมให้พวกเราในเกมต่อไปได้ แต่หากว่าพวกเขาต้องการบทเรียนพวกเขาก็ได้แล้ว" ดัลกลิชกล่าว
ด้านผลฟุตบอลกัลโช ซีรีส์ เอ โบโลญยา เสมอ ปาร์มา 0-0, เลชเช เสมอ คิเอโว 2-2, โนวารา แพ้ เอซี มิลาน 0-3, ปาแลร์โม ชนะ เจนัว 5-3, เซียนา เสมอ นาโปลี 1-1, อูดิเนเซ ชนะ คาตาเนีย 2-1, กายารี เสมอ ฟิออเรนตินา 0-0, ฟุตบอลลาลีกา โอซาซูนา เสมอ บาเลนเซีย 1-1, ราโบ บาเยกาโน แพ้ มายอร์ก้า 0-1, ฟุตบอลบุนเดสลีกา ฮัมบูร์ก แพ้ ดอร์ทมุนด์ 1-5
---------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP , AFP)
---------
ชนะแชมป์!'เรือใบ'ชุดเก่งรับ'คิวพีอาร์'
มันโชโวสบายๆซิวถ้วยแล้ว2นิ้ว
'สิงห์บลู'ดวล'หงส์แดง'ชิงเอฟเอ
จุดเปลี่ยนที่สำคัญ!?เป๊ปลาบาร์ซ่า
'เชลซี'ส่ง'ตอร์เรส'ตัวจริงยิง'คิวพีอาร์'
'เชลซี'วาง'ดร็อก'เยือนรัง'บาร์ซ่า'
ผีชุดใหญ่ยิงทอฟฟี่ข่ม20ปีไม่แพ้
เรือใบลุ้นจี้ผีบุกนอริช
สโคลส์คืนทัพผีเน้นทุบวิลล่า
ไก่ฮึดบุกแมวดำลุ้นแซงปืนยึดที่3