เพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงตระหนักถึงการเข้ามามีบทบาททางการเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพทางการเมืองท้องถิ่นมากขึ้น เทศบาลนครยะลา ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ "การส่งเสริมบทบาทสตรีในการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่น" โดยเชิญ ดร.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เป็นวิทยากร ร่วมด้วยสตรีที่สนใจการเมืองเข้าร่วมฟังและซักถาม ที่โรงแรมรอยัลพาร์ค จ.ยะลา เมื่อวันก่อน
ดร.รัชดา ธนาดิเรก กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรหญิงมากกว่าชายประมาณหนึ่งล้านคน และอายุยืนกว่าผู้ชายประมาณ 10 ปี นั่นหมายความว่า มีผู้หญิงอยู่เยอะและอยู่ยาว จึงควรฟังความเห็นจากผู้หญิงเสียงข้างมากของสังคม หากมองในเชิงบทบาททางเศรษฐกิจและสังคม ผู้หญิงมีบทบาทหรือถูกคาดหวังให้มีสามบทบาท คือ แม่ที่เลี้ยงลูก แม่บ้านดูแลความเป็นอยู่ของผู้อาศัยในบ้าน และคนหาเลี้ยงครอบครัว เป็นแรงงานและทรัพยากรสำคัญของทุกองค์กร การมีผู้หญิงเข้ามาทำงานการเมืองจึงหมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งซับซ้อนเกินกว่าที่จะมองหรือใช้กระบวนคิดในแบบเดียว
ส่วนประเด็นที่ว่า การมีนักการเมืองหญิงมากขึ้นจะทำให้บรรยากาศการเมืองเปลี่ยนแปลงบ้างไหม ดร.รัชดา กล่าวว่า หญิงชายมีนิสัยและพฤติกรรมไม่เหมือนกัน มีความเป็นไปได้ว่าหากมีผู้หญิงมากขึ้น น่าจะทำให้บรรยากาศการเมืองดีกว่าทุกวันนี้ ผู้หญิงเรียบร้อยคงไม่ลุกขึ้นมาใช้คำไม่สุภาพ เตะถีบกันในสภา ผู้หญิงมีความประนีประนอมคงจะรับฟังและนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีได้ อย่างไรก็ตามข้อดีของนิสัยเหล่านี้ก็อาจถูกมองเป็นข้อด้อยได้
"สังคมมักมองว่าไม่ค่อยเห็นผู้หญิงมีบทบาทสักเท่าไร แต่ความจริงผู้หญิงทำงานได้ไม่ต่างจากผู้ชาย แต่ที่ดูเงียบคงเป็นเพราะไม่ได้เป็นข่าวตามหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ คนที่ทำงานเก่งแต่ไม่เป็นข่าวก็ดูเงียบทุกคนไม่ว่าจะชายหรือหญิง คนที่จะเป็นข่าวส่วนมากต้องคนที่พูดเก่ง พูดมาก ประท้วงเยอะ หรือทำอะไรแปลกๆในสภา ผู้หญิงที่พูดเนื้อหาดีแต่ไม่มีลีลา คนอาจรู้สึกเบื่อไม่น่าสนใจ สุดท้ายภาพรวมก็เลยสรุปว่าผู้หญิงไม่เห็นทำอะไร แต่จริงๆ แล้วคนที่ไม่ทำอะไรเลยก็มี และเป็นได้ทั้งชายและหญิง" ส.ส.คนเก่งกล่าว
เมื่อสตรีชาวยะลาถามว่า ผู้หญิงจะสามารถเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หรือไม่ ดร.รัชดา กล่าวว่า หากเราเดินตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" เชื่อว่าผู้หญิงคือหัวใจสำคัญ เพราะผู้หญิงที่นี่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างมาก ดังนั้นผู้หญิงจึงมีบทบาทหลักในครอบครัวและสังคม นอกจากหาเงินดูแลครอบครัวแล้วยังต้องดูแลด้านจิตใจ
"หากจะใช้การเมืองนำการทหารเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบนี้ ต้องให้คนมีการศึกษา มีความรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง ส่งเสริมโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้บทบาทการมีส่วนร่วมที่จะนำเสนอและบริหารโครงการที่จะนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่น ผู้หญิงจึงต้องเข้าไปมีบทบาททางการเมืองเพื่อร่วมตัดสินใจ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาท้องถิ่นครอบคลุมมิติต่างๆ และสอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น ในภาพรวมของหลายๆ ประเทศที่มีผู้หญิงเป็นนักการเมืองเพิ่มขึ้น มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและความรุนแรงในครอบครัว การคุ้มครองสิทธิเด็ก การส่งเสริมความเสมอภาคหญิง-ชายเพิ่มขึ้น ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่มีนักการเมืองหญิงจำนวนมาก มักจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษามากว่าด้านโครงสร้างพื้นฐาน” ดร.รัชดากล่าวทิ้งท้าย