ช้างป่าละอูเหยียบพระมรณภาพ

ช้างป่าละอูเหยียบพระสำนักสงฆ์มรณภาพ เผยขณะเดินกลับกุฏิเจอโขลงช้างหนีไม่ทัน ชาวบ้านสุดเศร้าใจบอกเป็นคนดีทุกวันจะตักน้ำให้ช้างกินเป็นประจำ "พฐ."ตรวจDNAเผานั่งยางช้างป่าแก่งกระจาน

              เหตุการณ์น่าสะเทือนใจเมื่อพระสงฆ์ถูกช้างป่าเหยียบมรณภาพในป่าลึกเปิดเผยเมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่โรงพยาบาลหัวหิน พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมชันสูตรศพพระพายัพ ฉันทสโล อายุ 49 ปี พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์วัดใจ  หมู่ 4 บ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  หลังจากรับแจ้งว่า พระรูปดังกล่าวถูกช่างป่าเหยียบมรณภาพในป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม  จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณใบหน้าของพระพายัพมีเลือดแห้งกรัง ลำคอมีแผลฉีกขาด ส่วนบริเวณหน้าท้องมีร่องรอยเหมือนรอบเท้าช้างเหยียบ โดยแพทย์จากโรงพยาบาลหัวหินระบุว่า ขาซ้าย และสะโพกด้านซ้ายของพระพายัพถูกช้างเหยียบหักสะบั้น  รวมไปถึงบริเวณหน้าท้องเช่นกัน ส่วนบริเวณลำคอด้ายซ้ายถูกงาทิ่มเป็นแผล คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชม.
 
               จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 มกราคมพระพายัพได้หายตัวไปหลังจากเข้ามาทำวัตรตามปกติ โดยกลุ่มพระสงฆ์ที่จำพรรษาในสำนักสงฆ์จึงพากันออกตามหาในบริเวณนวัด และตามกุฏิ รวมถึงตามพื้นที่ป่ารอบสำนักสงฆ์  กระทั่งช่วงเย็นชาวบ้าน และพรสงฆ์ได้เดินเท้าเข้าไปบริเวณริมชายป่าพบ รอยเท้าช้างป่าขนาดใหญ่ จึงเดินตามรอยเท้ากระทั่งพบร่าง พระพายัพ นอนมรณภาพอยู่ข้างทางในป่าด้าน สภาพจีวรขาด ร่างกายฟกช้ำมีรอยเท้าช้าวในลักษณะถูกเหยียบบริเวณท้อง
 
               ด้านแม่ชีน้อยที่อาศัยอยู่ในสำนักสงฆ์ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุพระพายัพได้มาอาบน้ำก่อนเดินทางกลับเข้าไปกุฏิในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 8 มกราคม ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเหมือนช้างร้องเสียงดังในลักษณะตกใจ แต่ไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งช่วงเช้าอีกวันไม่พบพระพายัพ จึงแจ้งพระสงฆ์ และผู้ใหญ่บ้านออกตามหาไม่นึกว่า จะมาถูกช้างป่าทำร้ายมรณภาพ
 
               นายมนัส นิลกลัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  กล่าวว่าพระพายัพ ได้มาจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์วัดใจได้ประมาณ 2 เดือน เป็นพระที่ขยันตื่นทำวัตรตั้งแต่เช้ามืด โดยกุฏิของพระพายัพอยู่บริเวณท้ายวัดต้องเดินเท้าประมาณ 400 เมตร  ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นในช่วงที่พระพายัพเดินกลับกุฏิ แต่ปรากฎว่า ระหว่างทางโขลงช้างป่าเดินออกจากป่ามาที่บริเวณทางเดินเท้าในลักษณกระชั้นชิด ทำให้พระพายัพไม่สามารถหลบไปไหนได้ จึงถูกช้างป่าทำร้ายมรณภาพ จากนั้นใช้งวงลากเข้าไปข้างทาง
 
               "ผมเองรู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งคนฆ่าช้าง ทั้งช้างฆ่าพระ ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น ชาวบ้านแถบรักช้าง และช่วยกันดูแลอนุรักษ์มาตลอด พระรูปนี้อยู่ที่นี่ยังตักน้ำใส่กระป๋องไปตั้งไว้ตามทางแทบทุกวัน เพื่อให้ช้างป่าได้กิน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงภัยแล้งแหล่งน้ำแหล่งอาหารในป่าไม่พอเพียง ชาวบ้านที่ทราบข่าวรู้สึกเสียใจกับการมรณภาพของพระพายัพ"นายมนัส กล่าว
 
               ขณะที่นายมนูญ แย้ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเฉลิมเกียรติ ป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน กล่าวด้วยว่า ไม่รู้จะแก้ปัญหาเรื่องคนกับช้างได้ยังไง หลายวันก่อนยังเรียกประชุมลูกบ้านเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาเรื่องช้างป่าที่มากัดกินพืชไร่ว่า จะต้องทำอย่างไร รวมถึงการเปลี่ยนอาชีพ แต่เรื่องดังกล่าวต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่วันนี้คงต้องแจ้งเตือนลูกบ้านให้ระวังช้างป่าเพราะไม่อยากเห็นชาวบ้านต้องมาจบชีวิตแบบนี้อีก
 
               นายสมพร มีอิ่ม หัวหน้าหน่วยหุบเต่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กล่าวด้วยว่า พื้นที่ของสำนักสงฆ์วัดใจอยู่ติดกับชายป่า และหุบช้าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีช้างป่าอาศัยอยู่มากพอสมควร  ทั้งนี้ประชากรของช้างป่าในพื้นที่ป่าละอู ป่าเด็งมีอยู่ประมาณ 130 ตัวขึ้นไป โดยแต่ละโขลงจะกระจายหากินเป็นกลุ่ม 5 ตัวบ้าง หรือกลุ่มละ 10 ตัว อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายรวมถึงพระรูปนี้ประมาณ 6 ราย  ซึ่งนิสัยของช้างป่าที่ทำร้ายคนจะเกิดขึ้นในระยะกระชั้นชิด คือ ช้างป่าจะทั้งเหยียบ และเตะ หรือใช้งวงลากร่าง ๆ เอาไปทิ้งบริเวณชายป่า


 "พฐ."ตรวจDNAเผานั่งยางช้างป่าแก่งกระจาน

               เมื่อเวลา 14.30 น.ที่สถาบันนิติเวช พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย รศ.สพ.ญ.ดร.สุมลยา กาญจนะพังคะ อาจารย์ประจำคณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินทางไปตรวจสอบเศษกระดูกช้างถูกเผาที่ป่าแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน  เพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอหาจุดเชื่อมโยงผู้กระทำผิด
 
               พล.ต.ท.จรัมพร  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ 2 จุด ที่มีการลักลอบฆ่าช้าง ประกอบด้วยจุดที่มีการนำศพช้างไปฝัง และจุดที่มีการนั่งยางเผาช้าง ซึ่งจุดที่มีการเผานั้น ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บกระดูกช้างที่ถูกเผามา เพื่อนำมาชันสูตรตรวจสอบหาดีเอ็น และเก็บเป็นตัวอย่าง ที่จะใช้เชื่อมโยงการกระทำผิดได้ในอนาคต หากพบเจอชิ้นส่วนช้างที่มีดีเอ็นเอตรงกัน
 
               พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของรูปคดีนั้น ในจุดที่มีการเผาช้าง ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำตะแกงไปร่อนขี้เถ้าเหล่านั้น เพื่อหาหัวกระสุนหรือหลักฐานต่างๆ ที่จะนำไปใช้ในการเชื่อมโยงหาตัวผู้กระทำผิด รวมถึงในที่เกิดเหตุพบยางรถยนต์กล่าวพบสิ่งผิดปกติหรือไม่ ทั้งนี้จากจำนวนยางรถยนต์ที่เจอ ที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการเผาช้างอย่างต่ำต้องใช้เวลากว่า 1 วัน โดยในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการลงพื้นที่ในจุดที่มีการนั่งยางช้างหาหลักฐานอีกครั้ง พร้อมกับไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีการฝังศพช้าง
 
               ด้าน รศ.สพ.ญ.ดร.สุมลยา กล่าวว่า ในกรณีนี้จะมีการนำเทคนิคอนุพันธุกรรมศาสตร์ เพื่อหาตรวจอัตตลักษณ์ของช้าง แต่มีข้อจำกัด เมื่อช้างถูกเผาอาจมีการเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเอ ทำให้ได้รายละเอียดไม่สมบูรณ์ แต่จากชิ้นส่วนกระดูกที่เก็บมาได้ เช่น กระดูกซี่โครง สะบักเท้าหน้า กระดูกหัวเข่า ถ้าตรวจสอบมีความสมบูรณ์ จะสามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ภายใน 1 เดือน ทั้งนี้ในส่วนตนคิดว่า การนำตัดชิ้นส่วนช้างต่างๆ เพื่อนำไปเสริมสร้างสมรรถภาพให้แข็งแรงนั้น เป็นความเชื่อที่ผิด อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ขอทุนในการตรวจดีเอ็นเอช้างเลี้ยงทั่วประเทศ ประมาณ 4,000 ตัว เพื่อจะนำข้อมูลไปตรวจสอบได้ในอนาคต หากมีช้างที่ต้องสงสัยก็สามารถตรวจสอบในข้อมูลดังกล่าวได้ แต่ถ้าไม่มีในประวัติก็สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นช้างป่า

 

ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน7ขุดซากช้างป่าพิสูจน์
 

              เมื่อเวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำโดย พ.ต.อ.ดิเรก ธนานนท์นิวาส นวท.(สบ.4) หัวหน้ากลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 16 เพชรบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ลงพื้นที่บริเวณหลุมฝังช้างที่ถูกยิงเสียชีวิตและถูกตัดอวัยวะเพศ งวง และงา หายไป บริเวณเขตรอยต่อ หมู่ 6 และหมู่ 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมและนำไปใช้ประกอบคดีสืบหาผู้กระทำผิด
 
              สำหรับช้างที่ตายพบว่าบริเวณกกหูซ้ายด้านบนของหัวช้างมีบาดแผล เจ้าหน้าที่สันนิฐานเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะจ่อยิงช้างจากด้านบนลงมา เจ้าหน้าที่จึงทำการผ่าพิสูจน์และเก็บหลักฐานต่างๆในซากช้างเพิ่ม พร้อมทั้งใช้เครื่องสแกนหาปลอกกระสุนที่คนร้ายใช้ยิง และเก็บหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งที่บริเวณต้นไม้ที่ถูกระบุว่าคนร้ายใช้เป็นที่นั่งร้านดักยิงช้าง
 
              พ.ต.อ.ดิเรกกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถบอกรายละเอียดต่างๆที่เก็บจากสถานที่เกิดเหตุและในซากช้างได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเก็บหลักฐานต่างๆอย่างละเอียด และบางชิ้นต้องนำไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จึงจะทำให้ทราบวิถีกระสุนอย่างชัดเจน