เมื่อวันที่ 9 ม.ค.55 ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยตบเท้าเข้ารายงานตัวที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พร้อมฝึกซ้อมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 15-21 มกราคมนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยทีมชาติไทยจะประเดิมนัดแรกวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พบ เกาหลีใต้ นัดที่สองวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พบ นอร์เวย์ และนัดที่สามวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พบ "แชมป์เก่า" เดนมาร์ก ทุกนัดเตะเวลา 19.00 น. สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ถ่ายทอดสด
การฝึกซ้อมในช่วงเย็นมีนักเตะแค่ 18 รายเท่านั้น เนื่องจากผู้เล่นของบุรีรัมย์-พีอีเอ และเมืองทองฯ ยูไนเต็ด รวมทั้งหมด 13 คนต้องไปฝึกซ้อมกับทีมต้นสังกัดเตรียมเตะนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ในวันที่ 11 มกราคมนี้ ขณะที่ สุรชาติ สารีพิมพ์ ลาไปซ้อมกับอินทรีเพื่อนตำรวจที่มีคิวเตะไทยพรีเมียร์ลีกในวันที่ 12 มกราคม ส่วน ณัฐพงษ์ สมณะ ไม่มารายงานตัว โดย อดุล หละโสะ บาดเจ็บลงซ้อมไม่ได้ ได้แค่เพียงนั่งดูเพื่อนฝึกซ้อม ส่วน พิภพ อ่อนโม้ มีอาการบาดเจ็บหัวเข่าถูกส่งไปสแกนตรวจอาการบาดเจ็บที่โรงพบาล
ภายหลังการฝึกซ้อม วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันที่เพิ่งกลับจากบ้านเกิดเปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในช่วงแรกคงไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เนื่องจากผู้เล่นตัวหลักหลายคนต้องกลับไปรับใช้สโมสรในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ นัดชิงชนะเลิศ การเตรียมทีมแบบสมบูรณ์แบบคงต้องรอให้นักเตะจากบุรีรัมย์-พีอีเอ และเมืองทองฯ ยูไนเต็ด กลับมาร่วมทีมก่อน แต่ทั้งนี้ก็จะซ้อมไปเรื่อยๆ เนื่องจากทีมชุดนี้มีนักเตะหน้าใหม่และดาวรุ่งเข้ามาหลายราย ส่วนตัวแล้วหวังว่านักเตะที่ได้รับโอกาสเรียกตัวเข้ามาในครั้งนี้จะทำผลงานได้ดี
"สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วพระราชทานคิงส์คัพ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทีมชาติไทยมีเกมระดับนานาชาติให้เล่นก่อนที่จะลงเตะนัดสำคัญกับโอมาน ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก นัดสุดท้ายวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ แน่นอนว่าในคิงส์คัพไม่ง่ายแน่เพราะมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งทั้งนั้น โดยเฉพาะแชมป์เก่าเดนมาร์กที่แม้ว่าจะไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่ แต่นักเตะล้วนมีความสามารถและมาตรฐานที่ดี อย่างไรก็ตามจะพยายามพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ให้ได้ เพราะนี่คือถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" วินนี่ กล่าว