ผ่านพ้นไปแล้วครึ่งทางสำหรับ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาลนี้ หลังเดินทางเข้าสู่เกมนัดที่ 20 ซึ่งเป็นเหมือนการเริ่มต้นช่วงฤดูกาลหลังที่เหลือนั่นเอง แม้สถานการณ์ลุ้นแชมป์บนหัวตารางคะแนนจะยังคงเป็นเรื่องของ 2 คู่ปรับร่วมเมืองแมนเชสเตอร์อย่าง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ กับ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่กำลังขับเคี่ยวกันได้สนุก โดยมี 3 ยักษ์ใหญ่จากกรุงลอนดอนอย่าง สเปอร์ส, อาร์เซนอล และเชลซี คอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ แต่เรื่องของการดิ้นรน "หนีตกชั้น" ในโซนด้านล่างก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
เพราะบรรดาทีมลูกหนังในกลุ่มครึ่งล่างของตารางต่างเริ่มลุกขึ้นมาต่อสู้กับสถานการณ์ที่มีผลต่อความอยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดีบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฟูแล่ม, ซันเดอร์แลนด์, สวอนซี, ควีนส์ปาร์ค และวูล์ฟแฮมป์ตัน แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเป็นเพียงแค่ "สมันน้อย" หรือทีมแจกแต้มที่พร้อมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้ทีมคู่แข่งได้แบบง่ายดายเหลือเกิน ทว่าบรรดาทีมรองบ่อนเหล่านี้กลับเริ่มฮึดสู้พร้อมกับแปลงร่างกลายเป็น "หมูเขี้ยวตัน" ที่พร้อมเอาชนะทุกทีมได้ทุกเมื่อ เพื่อหวังเก็บชัยโกยคะแนนเอาไว้ช่วยต่อลมหายใจนั่นเอง
โดยเฉพาะ วีแกน และ แบล็คเบิร์น ที่โชว์ฟอร์มในช่วงหลังได้ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา เริ่มจาก "ลาติกส์" ที่สามารถแบ่งแต้มจาก 3 ทีมแกร่งอย่าง เชลซี, ลิเวอร์พูล และสโต๊ค ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ได้แบบน่าประทับใจ ส่วน "กุหลาบไฟ" ไม่ยอมน้อยหน้า ดูได้จากผลงานในช่วงหลังที่บุกไปเสมอ ลิเวอร์พูล ได้แบบเกินคาด ก่อนที่จะบุกไปเก็บชัยชนะเหนือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแบบไม่น่าเชื่อ
แม้อันดับของทั้ง 2 ทีมดังกล่าวจะยังคงจมปลักอยู่ในโซนท้ายตารางเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่า หากใครต้องเผชิญหน้ากับพวกที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้นก็ขอให้ระวังตัวเอาไว้ได้เลย เพราะมีสิทธิโดนทีมเหล่านี้ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ได้เหมือนกัน แต่อาจยกเว้น โบลตัน ที่ยังไม่ยอมฟื้นเสียที เพราะยังคงจมปลักอยู่ในโซนท้ายตารางเหมือนเดิม
ไม่แน่เหมือนกันว่า บรรดาทีมลูกหนังในโซนท้ายตารางที่ถูกปรามาสให้ต้องกระเด็นตกชั้นอาจรอดพ้นจากชะตากรรมดังกล่าวก็เป็นได้ หากฮึดสู้ด้วยการงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์ในช่วงที่เหลือต่อจากนี้ได้เหมือนอย่างการลงเล่นเกมรอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลถ้วยรายการต่างๆ แบบทุกนัด แม้จะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากก็ตาม
----------
ท่องยุทธจักร ลูกหนังโลก : ฮึดสู้หนีตกชั้น : ลุงหวานเย็น
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------