นายกฯลั่นใจสู้-ออกจากรพ.แล้ว

นายกฯ ออกจากโรงพยาบาลแล้ว บินตรงเวียดนามทันที เผย ใจสู้ พร้อมทำงานเต็มที่

            30 พ.ย.54   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ภายหลังจากป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ และเข้าพักรักษาร่างกายเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่รพ.พระราม 9 ว่า อาการขณะนี้ก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง แต่คิดว่า ยังพอทำงานไหว

            ทั้งนี้มี การเตรียมยาไว้และคงต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ ติดภารกิจที่จะต้องไปเยือนประเทศเวียดนาม ซึ่งเราได้เลื่อนกำหนดการมาจากครั้งที่แล้ว ตนจึงคิดว่าไม่อยากให้เสียความสัมพันธุ์ระหว่างประเทศด้วย จึงคิดว่าสามารถเดินทางไปได้

           ผู้สื่อข่าวถามว่า แพทย์ได้แนะนำให้ปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของอาหาร ช่วงนี้คงต้องรับประทานอาหารรสอ่อนก่อน

           เมื่อถามว่าเข็ดกับอาหารทะเลแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่ทราบสาเหตุที่เป็นเลยว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากรับประทานเข้าไปหลายอย่าง ยืนยันว่า หลังจากเดินทางกลับจะเดินหน้าทำงานต่อเต็มที่ ใจสู้อยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ถือโอกาสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ คิดว่าทำงานได้

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกตนายกฯ สีหน้าอ่อนเพลียและอิดโรยอย่างมาก พูดจาช้า การเดินเหินยังไม่คล่องแคล่ว ซึ่งทันทีที่นายกฯออกจากโรงพยาบาลก็ได้เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไปเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยนายกรัฐมนตรี จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานเวียดนามในเวลา 18.00 น.และกลับถึงประเทศไทยเวลา 20.00 น.

'ยิ่งลักษณ์'พา'หมอ-พยาบาล' ไปเวียดนามด้วย

           นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนเวียดนาม อย่างเป็นทางการในวันนี้หลังจากที่ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษจนต้องนอนรักษาตัวท่โรงพยาบาลพระรามเก้าเป็นเวลาหนึ่งคืนว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอให้เวียดนามไม่ต้องเลี้ยงอาหารเย็น และเครื่องบินออกในช่วง 13.00น. ซึ่งนายกรัฐมนตรีคงทานอาหารอ่อน และให้น้ำเกลือไปด้วย เพราะนำแพทย์และพยาบาลเดินทางร่วมคณะไปด้วย หลังพิธีการต้อนรับเสร็จสิ้นนายกรัฐมนตรีก็จะเดินทางกลับทันที  ซึ่งตนได้แจ้งไปทางเวียดนามว่าขออนุญาตไม่รับประทานอาหารเย็น เพราะนายกรัฐมนตรีคงจะรับประทานอะไรไม่ได้ ทั้งนี้คณะของไทยก็จะเดินทางกลับถึงไทยประมาณ 20.00น.

          ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับตนเมื่อคืนวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่าน มาว่าจำเป็นต้องเดินทาง จะเลื่อนคงไม่ดี เพราะเวียดนามตั้งใจต้องรับเราอย่างเป็นทางการ และหากเจ็บหนักก็พร้อมนอนให้น้ำเกลือต่อ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการหารือข้อราชการหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มี โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะพบกับ นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีของเวียดนาม และมีการหารือทวิภาคี ซึ่งโปรแกรมการหารือยังเป็นไปตามปกติ

          เมื่อถามว่า ประเด็นที่จะหารือทวิภาคีมีอะไรบ้าง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ก๊าซธรรมชาติ เป็นเรื่องที่กระทรวงพลังงานต้องการที่จะซื้อก๊าซจากเวียดนามด้วย เรื่องการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีที่เคยทำ เรื่องความสัมพันธ์ด้านการลงทุนระหว่างกันอาจจะมีการพูดเรื่องข้าวว่าจะร่วมมือกันไม่แข่งขันกันเองเพราะจะทำให้ราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งเรากับเวียดนามเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ นอกจากนี้จะมีการหารือความสัมพันธ์ทั่วไป เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติ เรื่องลำน้ำโขง ในเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วมกันตลอดลำน้ำโขง และความมั่นคงทางอาหาร เพราะ 3-4 ประเทศในอาเซียนจะผลิตอาหารป้อนโลก ฉะนั้นปีไหนน้ำแล้งจะมีการดูแลอย่างไรไม่ให้ประชาคมโลกต้องขาดแคลนอาหาร

 

'ปู'ออกรพ.เที่ยงเยือนเวียดนามทันที

          จากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  มีอาการอาหารเป็นพิษจนต้องเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลพระรามเก้า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.  โดยในวันนี้มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะออกจากโรงพยาบาลในช่วงเวลา 12.00 น. และจะเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิทันที เพื่อไปเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ   ทั้งนี้ระหว่างการเยือนจะปรับภาระกิจให้สั้นลงเพื่อให้กำหนดการเดินทางกลับเร็วขึ้นจากเดิมที่กำหนดว่าจะกลับในเวลา 23.00 น.  สำหรับการประชุม นโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่ทำเนียบในเวลา 10.00 น. ได้มีการแจ้งยกเลิกภาระกิจ



ปลัดกห.เยี่ยมนายกฯ "ปู" ยืนยันไปเยือนเวียดนาม

 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ที่รพ.พระราม 9 พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้นำแจกันดอกไม้เข้าเยี่ยมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งรักษาอาการป่วยอาหารเป็นพิษ ที่รพ.พระราม9
 
          โดยพล.อ.เสถียร กล่าวว่า ไม่ได้มีประเด็นอะไรมาหารือกับนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงการเข้าเยี่ยมอาการเท่านั้น ส่วนการจัดงานวันที่ 5 ธ.ค. รวมพลังคนไทย รวมหัวใจถวายพระพร พร้อมใจไทยทั้งชาติ ลงแรงทั้งแผ่นดิน ถวายในหลวงของเรา ที่รัฐบาลจะเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 1-5 ธ.ค.นี้ เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศรวมใจกันเป็นหนึ่ง ร่วมแรงระดมกำลัง ซ่อมสร้างสาธารณะ และสิ่งอันเป็นสาธารณะประโยชน์ เพื่อฟื้นฟูประเทศไทยนั้น ขณะนี้การจัดเตรียมกิจกรรมดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดด้วยตนเองที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
 
          ภายหลังการเข้าเยี่ยมนายกฯ พล.อ.เสถียร เปิดเผยว่า อาการป่วยของนายกฯ ดีขึ้นแล้ว แม้จะยังไม้ค่อยหายดี แต่นายกฯยังยืนยันจะไปราชการที่ประเทศเวียดนาม และหลังจากเดินทางกลับจากเวียดนามแล้ว นายกฯก็จะต้องกลับมาตรวจอาการป่วยอีกครั้ง