ประโยชน์'ศปภ.'ประชาชนอ่วม

ประโยชน์'ศปภ.'ประชาชนอ่วม : ขยายปมร้อน โดยโต๊ะการเมือง

           การตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา นี่ก็ปาเข้าไป 3 อาทิตย์แล้ว แต่การบริหารจัดการภายใน ศปภ.ยังคงไม่เป็นเอกภาพ ปัญหา คือ โครงสร้างไม่มีความชัดเจนตั้งแต่แรก คำสั่งที่บอกว่าภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน ร่วมกันแก้ไขปัญหา แต่เอาเข้าจริงมีแต่คนของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นที่เข้ามาบริหารจัดการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง องค์กรเสื้อแดง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีส่วนองค์กรเอกชนอย่าง ไทยฟลัด (thaiflood) มูลนิธิกระจกเงา และองค์กรเคลือข่าย นปช. และกลุ่มผู้ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย

    
              โดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คุมด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อของเครือข่ายทั้งหมด อาทิ เว็บไซต์ เอสเอ็มเอส สำหรับ วิม รุ่งวัฒนจินดา ที่มีฉากหน้าเป็นเพียงโฆษกศปภ. แต่เห็นมีขาใหญ่เป็นแบ็กอัพอยู่เบื้องหลัง
    
              ขณะที่ กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเพียงหุ่นเชิดว่าคุมสื่อของรัฐ ทั้งนี้ ในส่วนของข้าราชการเองก็แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กรมชลประทาน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าขึ้นอยู่กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ก็อยู่ในการกำกับดูแลของ ปลอดประสพ สุรัสวดี สำหรับหน่วยงานอย่างกทม. ที่มีชื่อตั้งแต่ต้นว่าเป็นหนึ่งในคณะทำงานของศปภ. ที่มีชื่อของ พรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.ร่วมอยู่นั้น แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีบทบาทอะไร นอกจากเป็นธงอันดับเท่านั้น
    
              ความจริงแล้ว แม้จะตั้ง ศปภ.ขึ้นมา มีข้อมูลเดียวกัน ทั้งของกระทรวงวิทย์ กทม. มหาดไทย กรมชลประทาน และกระทรวงทรัพยากรธรราชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจะบอกว่าเป็นการปกปิดคงไม่ได้
    
              แต่ที่เห็นและเป็นอยู่ก็คือ รัฐบาลไม่ไว้ใจที่จะให้คนของพรรคประชาธิปัตย์และคนของพรรคชาติไทยพัฒนาเข้ามาเอี่ยว หรือได้หน้า หากดูให้ดีจะเห็นว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งมาตรา 31 พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 14 ข้อ ตามรายละเอียดดังนี้คือ
    
              1.แนวคิดจากการจัดทำโครงสร้างการดำเนินเพื่อรองรับการใช้อำนาจสั่งการของนายกฯ กรณีสถานการณ์สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง มีความต้องการที่จะนำโครงสร้างของ ศอส.และศปภ.บรรจุไว้ในโครงสร้างศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ ตามที่กำหนดไว้ในแผนป้องกันฯ
    
              2.การใช้อำนาจของนายกฯ จะใช้ผ่านศปภ. ทั้งนี้จะให้มี ศปภ.ส่วนหน้า โดยให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รับประสานการสั่งการของนายกฯ ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. โดยศปภ.จะเป็นผู้สนับสนุนและเสนอแนะการทำงานของกทม. ทั้งนี้การประสานสั่งการใดๆ ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมีเฉพาะคำสั่งจาก ศปภ.เท่านั้น
             
              3.ให้มี ศปภ.ส่วนหน้าในการดูแลฝั่งตะวันออกด้วย โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้ดูแล โดยใช้ระบบสื่อสารวิทยุเครือข่าย หรือโทรศัพท์ แล้วแต่กรณี
    
              4.มอบให้กระทรวงคมนาคมขนย้ายของมีค่า หรือของโบราณ เช่น รถไฟไปไว้ยังพื้นที่ปลอดภัยก่อนเกิดอุทกภัยร้ายแรงใน กทม.
    
                  5.ปลัดกระทรวงมหาดไทยมอบให้อธิบดีในสังกัดไปปฏิบัติงานที่ ศปภ.ส่วนหน้า ที่ศาลากทม.ในวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 08.30 น.
    
              6.ให้อธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทยศึกษาแผนป้องกันภัยของ กทม.พ.ศ.2553-2557 ด้วย
    
              7.ให้กรมการปกครองจัดอาสาสมัครมาปฏิบัติหน้าที่นี้ด้วย
    
              8.จังหวัดใดที่น้ำไม่ท่วมและไม่ได้รับมอบภารกิจในจังหวัดพี่และจังหวัดน้องในการช่วยเหลืออุทกภัยและให้สำนักปลัดกระทรวงจัดทำคำสั่งนี้ให้มาช่วยงานในครั้งนี้
    
              9.ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ใน กทม.ดูแลปกป้องสถานที่ราชการของตัวเอง เพื่อป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย
    
              10.แจ้งกำชับในเรื่องรักษาความปลอดภัยทั่วไป 11.ให้เตรียมการในส่วนที่เกี่ยวกับ จ.นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ ที่จะต้องประสบปัญหาอุทกภัยด้วย 12.ในการปฏิบัติราชการที่ กทม.ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ให้อธิบดีและผู้ว่าการของรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย หรือรองอธิบดีที่มีอำนาจ ตัดสินใจไปร่วมปรึกษาหารือโดยเฉพาะการไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวงนั้น ให้ผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งไปด้วยตัวเอง 13.ให้หน่วยงานระดับกรมและรัฐวิสาหกิจคัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสูงที่อยู่ในภูมิภาคให้มาช่าวยงานเพื่อการนี้ด้วย
    
              14.ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำที่ ศอส. โดยให้อธิบดีไปบ้างเป็นบ้างครั้ง หากมีการนำเสนอที่สำคัญ ทั้งนี้ ให้นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา รักษาการรองอธิบดีกรมการป้องกันฯ ไปประจำที่ศาลากทม.ในวันที่ 22 ตุลาคมด้วย
    
              แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาคืนวานนี้ จะเห็นได้ว่า การแถลงข่าวของ ศปภ.กับกทม.มีการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง นอกจากนี้เรื่องของบริจาคก็มีการงัดข้อกันเอง ซึ่งคนที่มีอำนาจเต็มในการสั่งการคือ การุณ โหสกุล และฐานิสต์ เทียนทอง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และของที่ลำเลียงออกมาก็ส่งตรงไปช่วยคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเสียง ตักตวงคะแนนไว้ล่วงหน้า
    
              ก็ไม่รู้ว่าน้ำจะท่วมไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ตรงนี้ไปเต็มๆ เพราะนโยบายต่างๆ ที่ใช้หาเสียงความจริงแล้วนั้นทำไม่ได้ ดังนั้นขณะนี้จึงเป็นจังหวะดีที่พรรคเพื่อไทยจะหาเงินเข้าพรรคที่หายไปกับอุทกภัย ที่เดิมคิดว่าทำโครงการรับจำนำข้าวแล้วเอาข้าวเปลือกสวมสิทธิ์จากเขมร มันผิดพลาด วันนี้ก็เลยต้องมาหากินกับน้ำอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะเงินก้อนใหญ่อยู่ที่กทม. ทำให้รัฐบาลต้องใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ส่วนประชาชนก็ต้องอ่วมอรทัยไปอีกนาน


ข่าวอื่น ๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง