ไลฟ์สไตล์ : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 26 ตุลาคม 2554

คิดถึงสมเด็จย่า

คิดถึงสมเด็จย่า

          เป็นที่รู้กันในพระกรณียกิจในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนียังคงตราตรึงและระลึกถึง ด้วยทรงปฏิบัติเพื่อราษฎรไทยและพระราชทานกำลัใจให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนรับทราบถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน

          ซึ่งล่าสุด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดนิทรรศ "คิดถึง...สมเด็จย่า" ครั้งที่ 15 บริเวณแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่

          ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเปิดงานและทอดพระเนตรงาน “คิดถึง...สมเด็จย่า” ในหัวข้อ “เสด็จเยี่ยมราษฎร” ได้แบ่งนิทรรศการออกเป็น 6 โซน   เริ่มจาก โซน "สดับเพื่อสร้างสุข" แสดงเนื้อหาถึงการจัดเตรียมสิ่งของพระราชทาน เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจแก่ ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร นักเรียนและประชาชน ถัดมา "เสด็จฯ เยือนราษฎรทั่วทิศ" ด้วยทรงตระหนักถึงความทุกข์ยากของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ด้วยพระเมตตาจึงได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจนถึงถิ่นที่อยู่

          โซนที่ 3 "ทรงชูเศรษฐกิจคลุกฝุ่น" เมื่อเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ พระองค์ทอดพระเนตร ปัญหาความทุกข์ยากจากการขาดแคลนทางเศรษฐกิจ จึงพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมแก่โครงการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมชาวเขา ช่วยเหลือด้านการผลิต ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในปัจจุบัน โซนที่ 4 "ทรงกิจกระชับมิตรชิดสามัคคี" แสดงพระราชอัธยาศัยอันงดงามของพระองค์ที่ทรงมีต่อ ข้าราชบริพาร 

          โดยพระราชทานแนวทางปฏิบัติในเรื่องความสามัคคีและมีทัศนคติในการมองคนในแง่ดี โซนที่ 5 "ทรงปลุกจิตอาสามหาชน" ทรงตระหนักถึงปัญหาสุขภาพอนามัยในถิ่นที่ห่างไกลแพทย์พยาบาล ในปี 2512 พระองค์จึงทรงทดลองก่อตั้งหน่วยงาน แพทย์อาสา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) และได้ขยายหน่วยงานออกไปในหลายจังหวัดอย่างรวดเร็ว  ในปี พ.ศ. 2518 จึงพัฒนาเป็นมูลนิธิ  และโซนสุดท้าย "ทรงลงทุนกับอนาคต" จากการขาดโอกาสด้านการศึกษาเป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ จึงพระราชทานโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร จึงได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และทรงรณรงค์หาทุนเพื่อสร้างโรงเรียน ตชด.

          นอกจากนี้ภายในงานยังได้จำลองสิ่งของและเครื่องใช้ส่วนพระองค์ ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงมีพระราชดำริให้จัดเตรียมสิ่งของ ก่อนออกไปเยี่ยมราษฎร ทุกครั้ง ซึ่งสิ่งของที่ทรงพระราชดำริให้จัดเตรียมนี้ แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงใส่พระทัยถึงราษฎร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นห่างไกล อาทิ ผ้าพันคอ อาหารแห้ง และเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งได้สร้างความฉ่ำเย็นแก่ปวงชนชาวไทยทั้งมวล และเป็นกำลังใจ ให้คนไทยทุกคน

          ในขณะที่ พล.ร.อ.ศุภวาร มิลินทางกูร อดีตราชองครักษ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า ตามเสด็จฯ พระองค์มาตั้งแต่ปี 2507 จนกระทั่งทรงเสด็จฯ สวรรคต ทุกเวลาที่คิดถึงสมเด็จย่า จะนึกถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรหลากหลายจังหวัด ซึ่งส่วนตัวมีความประทับใจในสมเด็จย่ามากมาย หากให้กล่าวก็คงไม่หมด แต่ที่สำคัญแม้จะทรงงานมากขนาดไหนก็ยังทรงห่วงใย และทรงมีพระเมตตาพวกเรามาโดยตลอด รวมไปถึงยังทรงมีพระเมตตาต่อครอบครัวพวกเราอีกด้วย

          ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากคิดถึงสมเด็จย่า จะนึกถึงพระราชกรณียกิจที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร โดยเฉพาะชาวเขา ทำให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างที่พระตำหนักดอยตุง มีต้นไม้ มีสวนที่สวยงาม ซึ่งล้วนแล้วมาจากพระราชดำริของสมเด็จย่า นอกจากนี้ยังนึกถึงพระราชดำริของพระองค์ที่ทรงริเริ่มลูกเสือชาวบ้าน ทำให้เกิดเป็นพลัง สร้างความสามัคคี ทำให้เกิดความช่วยเหลือซึ่งกันและกันซึ่งหายากมากในปัจจุบัน

          ปิดท้ายที่ มุกดา จันทรสมบูรณ์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่นึกถึงสมเด็จย่า คือ พระราชกรณียกิจต่างๆ ที่มีมากมาย ที่พระองค์พระราชทานแก่ชาวไทยทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน ทรงเป็นแบบฉบับในการอบรมเลี้ยงดูลูกหลาน ทำให้เรามีพระมหากษัตริย์ที่สุดในหัวใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประทับใจมากที่สุดเวลาคิดถึงสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง