19ต.ค.2554 แหล่งข่าวจากศปภ.เปิดเผยถึงการประเมินสถานการณ์น้ำที่จะท่วมกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่เขตดอนเมือง สายไหม ที่จะถูกน้ำเข้าท่วมก่อน ว่าถ้าประเมินสถานการณ์อย่างเลวร้ายที่สุด คือ หากน้ำเข้าท่วมพื้นที่ทั้งสองเขตจริง ระดับน้ำน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร และน้ำจะท่วมขังอยู่นานอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ซึ่งการประเมินนี้ถือว่าเป็นการประเมินขั้นร้ายแรงที่สุด
"ยุทธศักดิ์"เผยเสริมคั้นกั้นน้ำรังสิต-ปทุมฯแล้ว
เมื่อเวลา 16.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาอุทกภัยเป็นการด่วน ที่ศปภ. ทั้งนี้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการเรียกประชุมเพื่อเตรียมรับมือพร้อมปรับแผนการไหลของน้ำที่จะเข้ากรุงเทพมหานครว่า เบื้องต้นในส่วนของน้ำที่ไหลมาทางจ.ปทุมธานี ขณะนี้ได้มีการเสริมแนวกั้นบริเวณคลองรังสิต จ.ปทุมธานี แล้วเสร็จไปแล้ว ในส่วนของคลอง1-2-3 แต่ยังเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เพราะคลองมีระยะทางกว่า16-17 กิโลเมตร ซึ่งตนได้ให้เอาทหารจาก จ.นครปฐมมาช่วยปรับคันดิน และคิดว่าภายใน24 ชม.นี้ น้ำจาก จ.ปทุมธานี จะไหลมาผ่านจากแนวกั้น
ขอบคุณชาวหลักหกช่วยระดมกำลังสร้างแนวป้องน้ำ
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 14.00 น. ที่เทศบาลตำบลหลักหก พล.อ.ยุทธศักดิ์ พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมที่เทศบาลตำบลหลักหก พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า บริเวณหลักหกถือเป็นแนวคันกั้นน้ำสุดท้ายก่อนถึงกรุงเทพฯ ซึ่งหากแนวคันกั้นน้ำนี้ไม่สามารถรักษาพื้นที่ได้น้ำจะเข้าไปยังบริเวณคลองเปรมประชากร และคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เราต้องขอบคุณชาวหลักหก และทหารที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาภายในกรุงเทพ ขอให้คนกรุงเทพปรบมือให้กับชาวหลักหกที่ช่วยเหลือกรุงเทพครั้งนี้
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องพยายามรักษาพื้นที่ไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล เมื่อรัฐบาลได้สั่งการยังทุกกระทรวง ทบวงกรม และเมื่อรมว.กลาโหมได้รับนโยบายมาแล้ว นำไปมอบให้กองทัพไทย กองทัพต่างๆดูแล ตอนนี้แนวที่ต้านทานน้ำเข้ากรุงเทพฯ คือ แนวคลองระพีพัฒน์ ซึ่งตอนนี้น้ำล้นแล้ว และคลองรังสิต ซึ่งบริเวณคลองรังสิตประชาชนแก้ไขเองตั้งแต่ระดับน้ำยังไม่ถึง 1 เมตร จนตอนนี้น้ำท่วมถึง 2 เมตรแล้ว ตอนนี้มีการเสริมแนวคันกั้นน้ำให้สูง โดยขณะนี้แนวคันกั้นน้ำสูงกว่าน้ำ 30 ซม. แต่หากเป็นเวลานาน แนวคันกั้นไม่ได้ทำถาวรอาจเกิดการรั่วซึมได้ คงต้องแก้ไขกันไป หากน้ำเข้ามาได้จะเข้าสู่คลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นใจกลางกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตามประชาชนชาวรังสิตยืนยันว่า จะป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ให้น้ำเข้ากทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้หมู่บ้านเมืองเอกได้มีการเตรียมแผนอพยพประชาชนจากพื้นที่เนื่องจากเกรงว่า แนวคันกั้นน้ำจะไม่สามารถต้านน้ำไว้ได้ แม้ว่า ขณะนี้จะมีการทำคันกั้นน้ำแนวที่สองเตรียมรองรับน้ำไว้แล้ว จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณรังสิตคลองสาม ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) ซึ่งขณะนี้พล.ร.2 รอ. และกรมการทหารช่าง ได้นำรถแบ็คโฮขึ้นมาขุดดินในคลองรังสิตแล้ว นำดินมาโปะกระสอบทราย เพื่อเสริมแนวกระสอบทรายให้มีความแข็งแรง ซึ่งหากแนวคันกั้นน้ำคลองรังสิตแตกก็ได้มีการทำแนวคันกั้นน้ำที่ 1 และ 2 ไว้แล้ว
ทีมงาน"ยิ่งลักษณ์" โพสต์เฟซบุ๊คระบุ"ผบ.ทบ.ยันไม่ปฏิวัติ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ค "Yingluck Shinawatra" ระบุว่า "นายกรัฐมนตรี เรียกประชุม รัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อประเมิณสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ผบ.ทบ.รายงานนายกรัฐมนตรีว่ากองทัพได้ส่งทหาร 30,000 นายลงช่วยน้ำท่วม ช่วยเต็มที่ยืนยันไม่มีการปฏิวัติ"
“ผอ.นิคมฯลาดกระบัง”มั่นใจรับมือน้ำเหนือได้
นางปทิตตา นิวาตวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมนิคมฯ ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังปกติโดยตลอด 3 วันที่ผ่านมาระดับน้ำยังเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งประเมินสถานการณ์วันต่อวัน โดยการนิคมฯ จะดูแลปกป้องในพื้นที่นิคม ส่วนของแต่ละโรงงานจะให้โรงงานปกป้องตัวเอง แต่ก็ได้ขอความร่วมมือให้ยกทรัพย์สินขึ้นที่สูงหรือเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งนิคมมาก็มีการสร้างคันดินป้องกันน้ำท่วมถาวร มีความสูง 2.20 เมตรและมีสถานนีสูบน้ำ 8 สถานี เครื่องสูบน้ำ 19 เครื่อง สูบน้ำออกได้ประมาณ 25,000 คิวต่อชั่วโมง และขณะนี้ได้ดำเนินการเสริมคันดินเพิ่มอีก 1 เมตร แต่เห็นว่าระดับน้ำที่นิคมฯลาดกระบัง จะค่อยๆ เอ่อล้น ไม่เหมือนกับนิคมฯที่จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะทำให้น้ำในคลองรอบนิคมฯ มีระดับสูงขึ้นด้วย ส่วนการลอกคลองลำแตงโมที่ผ่ากลางนิคมฯนั้นเป็นความรับผิดชอบของเขตลาดกระบัง และหากคลองลำประทิวระบายน้ำก็จะผ่านไปได้ และนิคมฯก็จะทำการสูบน้ำข้ามคันกั้นน้ำลงคลองรอบๆ
“นิคมฯลาดกระบังไม่ได้ประมาท โดยได้เตรียมตัวป้องกัน โดยเตรียมความพร้อมเครื่องจักร และคันดินที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกันก็จะมีทีมวิศวกรรมดูแลเรื่องโครงสร้าง ความแข็งแรงของคันดิน และยังไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งมั่นใจสามารถรับมือลักษณะน้ำที่เอ่อขึ้นมาได้ และนิคมฯ ก็เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันการป้องกันนิคมฯ ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากทหาร กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี , มณฑลทหารบกที่ 11 และกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 (ปตอ.พัน4) เข้าช่วยเหลือทำคันดินกั้นน้ำโดยกระสอบทรายเพิ่มเติมและใช้ถุงบรรจุหินปิดกั้นน้ำจากคลองลำกอไผ่เข้าคลองลำแตงโม” นางปทิตตา กล่าว
โดยนิคมฯลาดกระบัง มีโรงงานทั้งหมด 231 โรงงาน มีผู้ประกอบการ 254 ราย มีแรงงาน 48,000 คน มูลค่าการลงทุนในปัจจุบันประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งมีโรงงานขนาดใหญ่ อาทิ ฮอนด้า อีซูซุ ยูนิลีเว่อร์ จอนห์สันแอนด์จอนห์สัน ซีพีค้าปลีก เอสแอนด์พี อีกทั้งมีโรงงานทำจิวเวอร์รี่ โรงงานทำหน้าปัดนาฬิกา และโรงงานทำแว่นตา ซึ่งได้หารือกับผู้ประกอบการตลอดเวลา
ทั้งนี้ผู้บริหารของฮอนด้าก็ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ซึ่งยืนยันว่าหากอะไรที่ปกป้องฮอนด้าได้ก็จะทำ และการย้ายฐานการผลิตนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ทำได้ง่าย แต่ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นก็ต้องทำให้เห็นว่ามีการปกป้อง เพราะนักลงทุนเข้ามาลงทุนแล้ว